แวดวงสาธารณสุข : คือความเข้าใจ
เราจะช่วยนักเรียนที่ติดเชื้อเอชไอวีอย่างไรดี?

        บทสนทนาของคนทำงานเอดส์และคุณครูกลุ่มหนึ่งหลังจากดูหนังสารคดีม่านรูด “หนึ่งวันชีวิตบวก”

คุณครู:           ตอนนี้มีเด็กที่ติดเชื้อเอชไอวีกระจายอยู่ตามโรงเรียนมากน้อยเท่าไรแล้ว

คนทำงานเอดส์: ก็ไม่ทราบจำนวนที่แน่นอนหรอก แต่ว่าก็มีนักเรียนจำนวนไม่น้อยเลยที่ติดเชื้อและก็

กำลังเรียนอยู่ตามโรงเรียนต่างๆ และอายุน้องๆ ก็น่าจะมีในทุกระดับชั้น

คุณครู:           แล้วเด็กๆ เหล่านี้จะมีโอกาสอยู่ได้นานเท่าไร?

คนทำงานเอดส์: ถ้าเด็กเข้าถึงและได้รับการรักษาที่ดี เข้าใจและดูแลตนเองได้ ก็อยู่เติบโตได้เหมือนกับ

เด็กคนอื่นๆ ทั่วไปนั่นแหละครับ

คุณครู:           เอาจริงๆ เลยนะ คุณคิดว่าการที่นักเรียนเล็กๆ ที่ติดเชื้อมาเรียนร่วมกันจะมีโอกาสส่ง

เชื้อเอชไอวีผ่านกันหรือเปล่า เพราะที่โรงเรียนก็มีเด็กที่ติดเชื้อเรียนอยู่ ชาวบ้านก็รู้

บางครั้งพ่อแม่เด็กอื่นๆ ก็ไม่สบายใจ ก็คอยมาบอกครูให้ระแวดระวัง

คนทำงานเอดส์: พอที่จะลองยกตัวอย่างความไม่สบายใจของผู้ปกครองเด็กได้ไหมครับ

คุณครู:           ก็มักจะเป็นการเล่นกัน เช่น เกิดเด็กกัดกัน หรือเล่นกันจนเลือดออก แล้วมาโดนเลือด

กันก็ประมาณนั้นนั่นแหละ

คนทำงานเอดส์: แล้วคุณครูคิดอย่างไรกับความกังวลใจเหล่านั้นล่ะ 

คุณครู:           ตัวเราไม่คิดว่าจะทำให้ติดต่อได้หรอก แต่อย่างว่าแหละ เพื่อนครูบางคนที่ไม่เคยได้

อบรมก็ไม่ค่อยสบายใจเท่าไร เราก็พยายามอธิบายให้พ่อแม่เด็กอื่นฟัง แต่เค้าก็บอกว่า

รู้ว่าการติดต่อมันยาก แต่ก็ไม่สบายใจ แต่ก็ดีที่ว่าทุกคนก็สงสารเด็ก 

                  

ถึงตอนนี้ คุณครูอีกท่านก็เสริมขึ้นมา

คุณครู:           จริงๆ แล้วผมว่าปัญหาใหญ่ก็คือเรารู้ว่าเด็กคนไหนติดเชื้อ แล้วเราจัดการกับความรู้สึก

ของตนเองไม่ได้ อย่างตัวอย่างนี้ คุณครูหรือพ่อแม่ไม่สบายใจที่มีเด็กที่ติดเชื้อมาเรียน

หนังสือด้วย ก็เพราะว่าเรารู้ว่าเด็กคนนั้นติดเชื้อ แต่จริงๆ เรารู้ไหมล่ะว่าคนอื่นที่อยู่

รอบๆ ตัวเรามีใครติดเชื้ออีกบ้าง อาจจะมีเด็กอีกหลายคน ภารโรง เพื่อนครู คนขาย

ของในโรงเรียน ใครอีกเยอะแยะไปหมดที่อาจจะติดเชื้อ แต่เราไม่กังวลเพราะเราไม่รู้

แต่รายนี้พอรู้ก็เลยไม่สบายใจ

 

คุณครูท่านแรกพยักหน้าแสดงความเห็นด้วย ในขณะเดียวกันมีเพื่อนครูอีกท่านถามขึ้นมาว่า

คุณครู:           ได้ดูหนังสารคดีม่านรูด “หนึ่งวันชีวิตบวก” ที่เป็นชีวิตของน้องวัยรุ่นที่ติดเชื้อ ดูแล้วก็นึกถึงนักเรียนของเรา ทำอย่างไรเราถึงจะรู้ได้ว่านักเรียนของเราคนไหนมีเชื้อล่ะ

คนทำงานเอดส์: สมมติถ้าเรารู้ว่านักเรียนของเราคนไหนติดเชื้อ เราจะทำอะไรบ้าง? 

คุณครู:           ก็คงให้กำลังใจเขาและก็แนะนำเรื่องการดูแลสุขภาพร่างกาย

เพื่อนครูอีกคนก็เลยถามว่าจะแนะนำการดูแลสุขภาพอย่างไร หลายคนก็บอกว่าสิ่งที่เราทำได้ก็คงแนะนำเรื่องพื้นๆ ซึ่งนักเรียนก็น่าจะรู้อยู่แล้ว

 

คนทำงานเอดส์: แต่ถ้าเราไม่รู้เลยว่าในโรงเรียนเรามีนักเรียนคนไหนติดเชื้อ แต่เราก็พอจะคาดเดาได้ว่า

ในโรงเรียนของเราอาจจะมีนักเรียนที่ติดเชื้อ หรือกังวลว่าตัวเองจะติดเชื้อ หรือมีพ่อแม่/

คนในครอบครัวติดเชื้อ เราจะช่วยนักเรียนอย่างไรได้บ้าง?

คุณครู:           จริงๆ ถึงเราจะไม่รู้ว่านักเรียนคนไหนมีปัญหาเรื่องเอดส์ แต่เราก็ช่วยเขาในภาพรวมได้นะ

เพื่อนครูอีกคนถามขึ้นว่าทำยังไง

คุณครู:           ก็ต้องเริ่มจากการสื่อสารเรื่องเอดส์ในโรงเรียน โดยเริ่มจากการให้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง

กันก่อน เช่น เรื่องการติดต่อ ก่อนที่เราจะมาอบรม เราก็คิดเองว่าการติดต่อน่าจะ

เป็นอย่างไร แต่ตอนนี้เราก็ให้หลักการและข้อมูลที่ชัดเจนได้ เพื่อจะได้มีความเข้าใจใน

การอยู่ร่วมกันอย่างไม่ต้องหวาดระแวงกัน ส่วนอีกเรื่องก็ต้องพูดถึงเรื่องการรักษา

จริงๆ ก็ไม่เคยได้รู้มาก่อนว่า “เอดส์รักษาได้” เพราะเคยได้ยิน

แต่ว่าเอดส์ตายลูกเดียว ไม่เคยได้ยินว่าเอดส์รักษาได้ และมีชีวิตยาวนานเหมือนคน

ทั่วๆ ไป คิดว่าข้อมูลตัวนี้สำคัญ เพราะช่วยปรับทัศนะต่อผู้ติดเชื้อจากคนใกล้ตายมา

เป็นเหมือนคนทั่วไป อีกเรื่องหนึ่งคือข้อมูลเรื่องความจำเป็นและความสำคัญของการ

เข้าถึงการรักษา

คนทำงานเอดส์: จริงๆ เรื่องเหล่านั้นก็ทำกันได้ โดยที่เราไม่ต้องรู้ว่าใครติดเชื้อบ้าง ซึ่งก็เป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย

คุณครู:           ถ้าเราคิดว่าจะช่วยนักเรียนที่ติดเชื้อเอชไอวี สิ่งที่ช่วยได้เลยโดยไม่ต้องรู้ผลเลือดก็คือ

เตรียมสังคมหรือสิ่งแวดล้อมที่เอื้อให้นักเรียนที่ติดเชื้อเอชไอวีอยู่อย่างมีความสุข เป็น

ปกติ และมีคุณค่า มีศักดิ์ศรีเหมือนเด็กทั่วๆ ไป แค่นี้ก็ช่วยเหลือเด็กของเราได้มากแล้ว

ส่วนเรื่องอื่นๆ ที่เป็นเฉพาะราย เช่น ถ้าเด็กยากจน ก็ใช้เกณฑ์ปกติในระบบดูแล

นักเรียนก็น่าจะช่วยได้อยู่แล้วโดยไม่จำเป็นต้องไปรู้ผลเลือดของใครทั้งสิ้น 

จริงไหม?

 
รูปจาก www.kapook.com
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 1
ถ้าหากว่าผมติดเชื้อHIV แล้ววันหนึ่งผมกับแฟนเกิดทะเลาะกันจนผมเผลอไปกัดแแฟนผมจนเลือดออกแฟนผมจะติดเชื้อจากผมหรือเปล่าครับ
พรชัย สังข์เกิด
(9 เมษายน 2558  เวลา 10:49:17)
ร่วมแสดงความคิดเห็น
จาก*
 
อีเมล
ความคิดเห็น*
 
มูลนิธิแพธทูเฮลท์ (path2health) อาคารร่วมประสงค์ ชั้น 3
37/1 ถนนเพชรบุรี 15 แขวงพญาไท เขตราชเทวี  กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์: 02-653-7563-5 โทรสาร: 02-653-7566
ด้วยความสนับสนุนของ กองทุนโลกฯ (The Global Fund to Fight AIDS, Tuberculosis and malaria)
35532680