แวดวงสาธารณสุข : คือความเข้าใจ
เลือกได้

รูปจาก www.oknation.net

บ่อยครั้งเมื่อผมอบรมเรื่องเอดส์ มักจะถามผู้รับการอบรมว่า ถ้าพูดถึงผู้ติดเชื้อเอชไอวี คุณนึกถึงอะไร แทบทุกครั้งจะมีคำตอบว่า นึกถึงการแพร่เชื้อ อยู่ในหลายๆ คำตอบที่ผู้เข้าร่วมตอบมา

          และบ่อยครั้งอีกนั่นแหละของการอบรม ถ้าคุณได้รับเชื้อเอชไอวี สิ่งที่คุณกังวลคือ..­ และเช่นกันแทบทุกครั้งจะมีคำตอบว่า กลัวคนรู้เรื่องการติดเชื้อ อยู่ในหลายๆ คำตอบด้วย

          ถ้านำสองคำตอบนี้มาเปลี่ยนเป็นคำถามอีกว่า คำตอบทั้งสองสัมพันธ์กับการป้องกันเอดส์อย่างไร­

เราอาจจะได้ทิศทางในการรณรงค์เรื่องเอดส์ที่ชัดเจนมากขึ้น

          ข้อเท็จจริงในเรื่องเอดส์มีอยู่ว่า มีคนจำนวนหนึ่งได้รับเชื้อเอชไอวีไปแล้ว ซึ่งในจำนวนนี้แบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่ก็คือ

          กลุ่มแรก รับรู้แล้วว่าตนเองติดเชื้อ เพราะได้ผ่านการตรวจแล้ว

          กลุ่มสอง ไม่รู้ว่าตนเองติดเชื้อ ซึ่งเชื่อว่ากลุ่มหลังนี้มีจำนวนมากกว่ากลุ่มแรก

          ผู้ติดเชื้อทั้งสองกลุ่มจำนวนมากยังคงมีเพศสัมพันธ์อยู่ และอาจจะใช้ถุงยางหรือไม่ใช้ถุงยางก็ได้

          ในขณะเดียวกัน ถ้าคนในสังคมมีวิธีคิดว่า ผู้ติดเชื้อเป็นฝ่ายแพร่เชื้อ ก็จะมีคนจำนวนมากที่ตัดสินใจใช้วิธีป้องกันด้วยการ หลีกเลี่ยงที่จะร่วมเพศกับผู้ที่มีเชื้อ หรือผู้ที่เชื่อว่ามีแนวโน้มจะเสี่ยงต่อการมีเชื้อ หรือในทำนองกลับกันก็จะ เลือกร่วมเพศกับผู้ที่ไม่มีเชื้อ หรือผู้ที่เชื่อว่ามีแนวโน้มจะไม่มีเชื้อ

          แต่ว่าในสถานการณ์จริง ผู้ติดเชื้อเอชไอวีจำนวนมากก็ไม่รู้ว่าตนเองมีเชื้ออยู่ ในขณะเดียวกันผู้ติดเชื้อที่รู้ตัวแล้วจำนวนหนึ่งก็ไม่สะดวกใจที่จะเปิดเผยสถานะการมีเชื้อของตนเอง

          และในสถานการณ์จริงอีกนั่นแหละ สาเหตุสำคัญอันดับต้นๆ ของผู้ที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยาง ก็เพราะว่า ไว้ใจคนที่นอนด้วย แต่สาเหตุที่ไว้ใจก็เป็นเรื่องแล้วแต่ว่าใครมีความเข้าใจเรื่องเอดส์ว่าอย่างไร แต่ที่แน่ๆ ก็คือ คิดว่าคนที่เราไม่ใช้ถุงยางด้วยเวลามีเพศสัมพันธ์ไม่น่าจะมีเชื้อเอชไอวี

          ในแวดวงสาธารณสุข การป้องกันแบบครอบจักรวาล (Universal Precaution) คือข้อปฏิบัติในการป้องกันทางการแพทย์ให้กับบุคลากรสาธารณสุข หัวใจหลักของการป้องกันแบบนี้ก็คือ เรามีหน้าที่ป้องกันตัวของเรา ไม่ว่าผู้ที่มารับบริการทางการแพทย์นั้นเป็นชาย หญิง เกย์ เด็ก ชรา พระ หมอ ผู้พิพากษา คนงานก่อสร้าง หญิงบริการ ฯลฯ ก็ให้ใช้หลักการในการป้องกันเหมือนกัน โดยต้องไม่สนใจว่าผู้มารับบริการเป็นใคร มีความเสี่ยงแค่ไหนอย่างไร

เพราะความปลอดภัยเป็นเรื่องที่เราจัดการของเราเองได้ เป็นสิทธิของเราที่เราจะเลือกความปลอดภัยให้ตัวของเราเอง

          ในยุคนี้การทำงานเอดส์เพื่อลดผู้ติดเชื้อรายใหม่ เรื่องที่ต้องรณรงค์ให้มากก็คือ ความปลอดภัยของเราเป็นเรื่องของเราที่เราต้องลงมือป้องกัน ไม่จำเป็นต้องไปรู้ผลเลือดหรือไปนั่งคิดว่าใครเคยไปมีความเสี่ยงอะไรมาบ้าง เพราะเป็นเรื่องไม่สะดวกใจของคนที่จะเล่าสู่กันฟัง

ถ้าเราอยากป้องกันแบบครอบจักรวาลในเรื่องเพศ (Universal Sexuality Precaution) ก็เริ่มจากเราเลย

เพราะเราจัดการชีวิตคนอื่นให้ปลอดภัยไม่ได้ แต่ว่าเราจัดการชีวิตของเราให้ปลอดภัยได้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 1
ถูกต้องที่สุดค่ะ
คนมึนงง
(19 พฤศจิกายน 2553  เวลา 21:48:44)
ร่วมแสดงความคิดเห็น
จาก*
 
อีเมล
ความคิดเห็น*
 
มูลนิธิแพธทูเฮลท์ (path2health) อาคารร่วมประสงค์ ชั้น 3
37/1 ถนนเพชรบุรี 15 แขวงพญาไท เขตราชเทวี  กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์: 02-653-7563-5 โทรสาร: 02-653-7566
ด้วยความสนับสนุนของ กองทุนโลกฯ (The Global Fund to Fight AIDS, Tuberculosis and malaria)
32544322