มองมุมเยาว์
แค่สวมหมวก ไม่เมา ยังไม่พอ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

          จากข้อมูลอุบัติเหตุช่วงปีใหม่ระหว่างวันที่ ๒๙ ธ.ค.๕๓ – ๔ ม.ค.๕๔ ของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน พบว่ารถจักรยานยนต์เป็นพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือร้อยละ ๘๓.๒๔ ซึ่งนับว่าเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ร้อยละ ๐.๖๔ แม้จะรู้ว่ารถจักรยานยนต์เป็นพาหนะที่มีความปลอดภัยน้อย แต่คนไทยจำนวนไม่น้อยทั้งในเมืองใหญ่และในต่างจังหวัดต่างก็นิยมใช้เป็นพาหนะในการเดินทาง และสิ่งที่สามารถพบเห็นมากในสื่อขณะนี้คือการรณรงค์ให้สวมหมวกนิรภัยและเมาไม่ขับเพื่อลดอุบัติเหตุ ตัวอย่างเช่น โฆษณารถจักรยานยนต์ฮอนด้า และโฆษณาจากสสส. เป็นต้น

          แต่การรณรงค์เหล่านั้นแลดูเหมือนจะกลายเป็นสิ่งที่คนไทยส่วนใหญ่รู้กันอยู่แล้ว ทำให้เกิดการเพิกเฉย จนบางครั้งโฆษณาเหล่านั้นอาจมีความหมายเป็นเพียงตัวสร้างภาพลักษณ์ของหน่วยงานหรือองค์กร โดยที่สถิติอุบัติเหตุที่เกิดจากรถจักรยานยนต์ยังคงมีเป็นจำนวนมากทุกปี ทั้งที่จริงแล้วสิ่งที่ส่งผลให้รถจักรยานยนต์เกิดอุบัติเหตุนั้นอาจมีมากกว่าเพียงแค่การไม่สวมหมวกนิรภัยและการเมาสุรา ยิ่งไปกว่านั้นหากมองให้ดี ปัจจัยที่มักถูกมองข้ามเหล่านี้ล้วนเชื่อมโยงกับสถิติต่างๆ ที่ถูกรายงานออกมาในการสรุปผลอุบัติเหตุปีใหม่อีกด้วย

          เป็นที่รู้กันว่าการซื้อขายรถจักรยานยนต์ในไทยนั้นง่ายและค่อนข้างหละหลวม บางแห่งตั้งราคาเงินดาวน์ไว้เพียงหลักร้อยบาทเท่านั้น ซึ่งจากสถิติของกรมขนส่งทางบกมีจำนวนรถจักรยานยนต์ที่จดทะเบียนใหม่ปีละประมาณ ๑.๖-๑.๗ ล้านคัน และบางปีมีมากถึง ๒ ล้านกว่าคัน ดังปรากฏให้เห็นในปี ๒๕๔๙ ในขณะที่จำนวนผู้มีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ทั่วประเทศ (ข้อมูล ณ วันที่ ๓๐ พ.ย. ๕๓) มีประมาณ ๖ ล้านกว่าคน จึงไม่น่าแปลกใจที่สถิติผู้ขับขี่ที่ถูกเรียกตรวจในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมานั้น ถูกดำเนินคดีในข้อหาไม่มีใบอนุญาตขับขี่มากที่สุดและมากกว่าข้อหาไม่สวมหมวกนิรภัยอีกด้วย

          การที่ผู้ขับรถจักรยานยนต์ส่วนใหญ่ไม่มีใบอนุญาตขับขี่นั้น มีความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุมากขึ้น อันเนื่องมาจากผู้ขับขี่ยังมีวุฒิภาวะไม่เพียงพอหรือไม่ได้รับการอบรมกฎในการขับขี่ที่ถูกต้อง และจากสถิติอุบัติเหตุช่วงปีใหม่ที่ผ่านมานั้นพบว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นในช่วงเวลา ๑๖.๐๑-๒๔.๐๐ น. เป็นจำนวนมาก หากมองให้ดีแล้วช่วงเวลานี้น่าจะเป็นเวลาที่เหมาะแก่การขับขี่จักรยานยนต์อยู่ไม่น้อย เนื่องจากเป็นช่วงเย็น แดดเริ่มร่มทำให้การขับขี่ค่อนข้างสะดวก ซึ่งนับว่ามีความเป็นไปได้มากอีกเช่นกันที่รถจักรยานยนต์น่าจะมีส่วนในอุบัติเหตุหลายกรณีในช่วงดังกล่าว

          จะเห็นได้ว่าการรณรงค์ให้สวมหมวกนิรภัยและเมาไม่ขับอาจไม่เพียงพอที่จะลดอุบัติเหตุ ควรมีกฎหมายที่รัดกุมมากขึ้นเกี่ยวกับการซื้อขายรถจักรยานยนต์และควรมีขั้นตอนการตรวจสอบผู้ซื้อและค้ำประกันที่แน่ชัด รวมถึงควรมีการรณรงค์ให้ผู้ขับขี่เล็งเห็นถึงความสำคัญของใบอนุญาตขับขี่จักรยานยนต์ร่วมด้วย และสิ่งที่ควรเกิดขึ้นอีกประการคือ กฎหมายควรมีบทลงโทษผู้ขับขี่ที่ไม่ได้รับใบอนุญาตที่รุนแรงมากขึ้น เพราะเรื่องเล็กๆ เช่นนี้ ก็สามารถก่อให้เกิดความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ได้ และน่าจะถึงเวลาอันสมควรที่ใบอนุญาตขับขี่จักรยานยนต์จะได้ทำหน้าที่และมีบทบาทอย่างแท้จริงเสียที

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 1
เราควรมีสติในการขับขี่รถ ไม่ประมาท ควรปฏิบัติตามกฎจราจร
เมาไม่ขับ สวมหมวกนิภัย  ค้าดเข็มขัดนิรภัยทุกครัั้งเมื่อขับขี่ :]
เด็กหญิง ชัชฎาภรณ์  สุดสาย เลขที่ 23  ม.2/13
(28 กุมภาพันธ์ 2554  เวลา 16:18:40)
ร่วมแสดงความคิดเห็น
จาก*
 
อีเมล
ความคิดเห็น*
 
มูลนิธิแพธทูเฮลท์ (path2health) อาคารร่วมประสงค์ ชั้น 3
37/1 ถนนเพชรบุรี 15 แขวงพญาไท เขตราชเทวี  กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์: 02-653-7563-5 โทรสาร: 02-653-7566
ด้วยความสนับสนุนของ กองทุนโลกฯ (The Global Fund to Fight AIDS, Tuberculosis and malaria)
32835426