มองมุมเยาว์
“ยอม” หรือ “อยาก”
                                                                     

                           

รูปจาก www.nurnia.com/nuke/ html/modules.php?name=New...
 

 

เคยไหม? เมื่อมีชายหนุ่มมาชวนเพื่อนสาวของเราไปเที่ยว

เราถามเธอว่า “แกจะยอมไปรึเปล่า?”

 

หรือเมื่อเขามาขอเพื่อนเราเป็นแฟน

เราพูดกับเธอว่า “จะยอมเป็นแฟนเขาป่ะวะ?”

 

มากไปกว่านั้น หากเราได้ยินว่าเพื่อนเราไปมีเซ็กส์กับชายผู้นั้นมาแล้ว

เราเม้าท์กับเพื่อนคนอื่นๆ ว่า “มันยอมเขาได้ไงนะ?”

 

คำถามเหล่านี้เกิดขึ้นรอบตัวฉันตลอดเวลา เพราะคนเรามักสนใจความเป็นไปในความสัมพันธ์ของเพื่อนรอบตัวเรา และแสดงความคิดเห็นของตัวเองเสมอ ฉันขัดใจและยังคงอึดอัดหลายครั้งที่ได้ยินคำถามที่มีคำว่า “ยอม”

แต่ก็อดกลั้นเก็บมันไว้ในใจตลอดมา

 

จนกระทั่งวันหนึ่งได้ยินเพื่อนพูดว่าแฟนของเธอคงจะถูกใจผู้หญิงแบบแฟนเก่าของเขามากกว่า เธอบอกว่าเพราะผู้หญิงคนนั้นเที่ยวกลางคืนได้ แตะได้ จับได้ พูดง่ายๆ คือ “ยอม”

ฉันจึงสวนไปว่า “ทำไมแกไม่คิดบ้างว่า ผู้หญิงคนนั้นเขาก็อาจจะ ‘อยาก’ ก็ได้ อยากให้แตะ อยากให้จับ ใช่ว่าเขาทำเพราะยอมอย่างเดียวเสียหน่อย”

 

ฉันเข้าใจว่าเพศหญิงถูกปลูกฝังให้เก็บกดความรู้สึกอารมณ์ทางเพศ ไม่ให้แสดงออกในทุกด้าน ตั้งแต่เรายังเป็นเด็กทารกตัวยาวเท่าหนึ่งไม้บรรทัด เวลาเอามือไปจับอวัยวะเพศ พ่อแม่ก็มักจะตีมือแล้วดุว่ามันไม่สมควรทำ นิทานก่อนนอนที่พ่อแม่อ่านให้ฟัง คือนิทานที่เจ้าหญิงต้องรอให้เจ้าชายมาขอแต่งงาน เมื่อโตเป็นวัยรุ่น ค่านิยมนี้ก็ฝังเข้ากระดูกดำเราไปโดยไม่รู้ตัวแล้ว

สังคมเราเข้าใจว่าผู้ชายควรเป็นฝ่ายเริ่ม เป็นฝ่ายที่มีความรู้สึกทางเพศ ไม่ว่าจะตั้งแต่เข้ามาจีบ มาแตะเนื้อต้องตัว แต่หากเกิดอะไรเสียหายขึ้น ทุกคนต่างมองที่ฝ่ายหญิงอย่างแรกว่า “ผิดที่ไปยอมเขาเอง”    

เราใช้คำว่า “ยอม” กันจนเป็นเรื่องปกติ จนนำไปสู่ทัศนคติในเรื่องอื่น เช่น ผู้หญิงที่ไม่ยอมง่ายๆ ถือว่า “ดี” “มีคุณค่า” ผู้หญิงที่ยอมเสมอนั้น “ไม่มีราคา”ผู้ชายไม่เห็นคุณค่าจะทิ้งไปวันไหนก็ได้

ทั้งที่หลายครั้ง คำว่า ยอมนั่นแหละที่ทำร้ายใจเราเอง

 

อย่างในเรื่องเซ็กส์ หลายคนตั้งเส้นไว้ว่าจะยอมให้เขา เมื่อได้ใช้เวลารู้จักกันพอสมควรแล้ว หรือเมื่อมั่นใจว่าเขารักเราจริงๆ ซึ่งก็เป็นเรื่องดี แต่ถ้าวันหนึ่ง เขากลับไปจากเรา ก็คือเราไม่ใช่หรือที่โทษตัวเองว่าไม่น่ายอมให้เขา กลายเป็นแผลในใจ หรือบางคนก็ “ปล่อยตัว” เสียเลย

แต่หากเราลองเปลี่ยนทัศนคติ ยึดที่ตัวเราเป็นหลักบ้างว่า เราอยากจะมีเซ็กส์กับเขาไหม พร้อมหรือยัง รับผิดชอบได้หรือเปล่า ถ้าทุกอย่างมันเป็นความต้องการของเราด้วย แล้วสุดท้าย เขายังไปจากเราอยู่ดี ก็คงตอบได้เลยว่า เพราะเขาหวังจากเราแค่เรื่องนี้จริงๆ แล้วก็ไม่มีอะไรต้องไปเสียใจหรือเสียดายกับคนที่ไม่ได้คิดจริงจังกับความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น

คำง่ายๆ กับค่านิยมเรื่องเพศที่โดนปลูกฝังอย่างยากที่จะถอนออกนี้ ยิ่งตอกย้ำว่าเพศหญิงอ่อนด้อยกว่า เพศหญิงต้องรอให้เพศชายมากระทำ แล้วทางเลือกของเราคือ “ยอม” หรือ “ไม่ยอม” เท่านั้น ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ผู้หญิงเราต่างมีความรู้สึกกับเรื่องนี้ไม่ต่างอะไรกับเพศชายเลย หากไม่ได้ถูกสั่งสอนให้เก็บกดไว้ตั้งแต่เด็ก

ฉันคิดว่าผู้หญิงมีสิทธิ์ที่จะ อยากไม่ใช่แค่ ยอมมีทางเลือกที่จะ เริ่มไม่ใช่เพียง รอและสามารถ เลือกได้ไม่ใช่ ให้ใครมาเลือกเพียงอย่างเดียว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 80
ผมเองก็ผ่าน ญ มาไม่น้อยมีน้อยมาที่ขอแล้วเทอคนนั้นบอกว่าได้/รึยอมเลยเทอมักจะบอกว่าอย่าไม่เอาแต่ก็ปล่อยให้ทำจนเข้าไปได้จะมีบ้างที่บอกว่าให้เอาออกไปแต่ก็แค่คำพูดเราทำต่อได้ดีไม่เทอก็ร่วมลงมือกะเราด้วยนะลองนึกกันดูนะผมไม่เคยให้กำลังบังคับนะคับ
GEORGE
(12 ตุลาคม 2554  เวลา 22:18:09)
ความคิดเห็นที่ 54
อ่านแล้วโดนมาก ๆ กำลังอยู่ในอารมณ์"ยอม"พอดี.....ยอมทั้งที่ไม่ "อยาก".......แล้วก็หาคอบตอบให้ตัวเองไม่ได้ว่า....เพื่ออะไร?....ทำไมผู้ชายต้องเห็นแก่ตัวที่สุด! ....ผู้หญิงต้อง "ยอม"อยู่ตลอด...รึว่าผู้หญิงก็เห็นแก่ตัวเช่นกัน.....  
ked
(3 ตุลาคม 2554  เวลา 23:30:20)
ความคิดเห็นที่ 53
ทุกอย่างอยู่ที่ตัวคุณเอง   ...หากคุณพร้อม...และมีการคิดถึงผลที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า...พร้อมที่จะยอมรับกับสิ่งที่จะเกิด...และแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้อง..ในสิ่งที่ไม่คาดคิด....ก็เห็นด้วย
เชี่ยว
(30 กันยายน 2554  เวลา 14:07:34)
ความคิดเห็นที่ 52
ผู้หญิงก็อยากเหมือนกัน เป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่อยากให้ผู้ชายคิดว่าการที่ผู้หญิงอยากถึงขั้นมีเซ็กส์ เป็นเรื่องน่ารังเกียจผู้หญิงง่าย สมัยไหนแล้ว มันขึ้นอยู่ว่าผู้หญิงดูแลตัวเองได้ขนาดไหน ถ้าคุณ ok ฉันก็ ok ไม่ผูกพัน
......
(25 กันยายน 2554  เวลา 12:03:32)
ความคิดเห็นที่ 51
เพศ...เป็นเรื่องดี
ถ้าได้..เพศศึกษาด้วยยิ่งดีใหญ่เลย
คนสุขภาพดี
(20 กันยายน 2554  เวลา 09:19:23)
ความคิดเห็นที่ 50
ผู้หญิงอาจจะอยากเมื่อผู้ชายอยากเช่นกัน

ก็ไม่เสียหายอะไรหากทั้งสองรู้จักป้องกัน
เฉิ่ม
(11 กันยายน 2554  เวลา 14:52:19)
ความคิดเห็นที่ 23
สุ-โกย-อิ
อะริกาโต โกซาอิมัส 55+5
ชิน
(4 พฤษภาคม 2554  เวลา 10:01:24)
ความคิดเห็นที่ 22
 likeๆๆๆๆๆ
ว่าที่ นศ.
(25 เมษายน 2554  เวลา 18:26:07)
ความคิดเห็นที่ 21
ประทับใจอลินมาก ตั้งแต่ดูที่ออกเนชั่น มีจุดยืน กล้ายืนในจุดที่สังคมอาจไม่เข้าใจในตอนต้น แต่สุดท้ายอลินก็สามารถอธิบายให้สังคมบางส่วนเข้าใจขึ้นได้

การที่มีคนแบบอลินอยู่ในสังคม ทำให้รู้สึกว่าประเทศไทยยังพอมีหวังบ้าง

อลินคิดสวนกระแสสังคม แต่ยังเก่งพอที่จะอยู่เตือนสังคมได้

ก้องสุดโต่งมากไป ไปไม่รอด หมดไฟ หลายรอบมาก

ได้มาเห็นสิ่งที่อลินทำแล้วมีกำลังใจ

ฝากประเทศไทยด้วยนะอลินนะ

ต้องการกำลังเสริม ขอให้บอก คนไทยด้วยกัน
ก้อง
(20 เมษายน 2554  เวลา 16:49:37)
ความคิดเห็นที่ 19
เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ ทุกเพศควรได้สิทธิใน "ความเป็นมนุษย์" เท่ากัน
ปลากระเบน
(16 เมษายน 2554  เวลา 22:21:17)
ความคิดเห็นที่ 18
"อยาก"แล้วอาจยอมหรือไม่ยอมก็ได้
แต่การ"ยอม" อาจไม่ได้เกิดจากความ"อยาก" เสมอไป
sun
(13 เมษายน 2554  เวลา 00:35:38)
ความคิดเห็นที่ 17
ชอบงานเขียนชิ้นนี้นะคะ
เขียนมาให้อ่านอีกเรื่อย ๆ
....
ช่วยสร้างโลกได้
จุฑามาศ ราชประสิทธิ์
(7 เมษายน 2554  เวลา 13:30:46)
ความคิดเห็นที่ 16
ทุก ๆ อย่างมันเป็นเรื่องของการทบทวน และคิดสักนิดก่อนลงมือกระทำ
ถ้าสามารถจัดการกับผลที่เกิดขึ้นภายหลังได้ในทุก ๆ ด้าน  ก็ทำเลย

หลาย ๆ อย่างเรามักคิดไม่ถึง และคิดไม่ทัน กับผลที่จะเกิดขึ้นตามมา
จุฑามาศ ราชประสิทธิ์
(7 เมษายน 2554  เวลา 13:29:28)
ความคิดเห็นที่ 15
ผลของความอยากและยอม เหมือนนิยายน้ำเน่า ผู้ชายมีครอบครัวแล้วแต่แยกกันอยู่กับภรรยาคนละจังหวัดเพราะหน้าที่การงาน อยู่มาวันหนึ่งมีผู้หญิงที่รู้จักกัน 2 คนมาหาที่บ้านพัก แล้วอีกคนก็ขอตัวไปทำธุระข้างนอกให้เพื่อนอยู่กันตามลำพังกับผู้ชายคนนี้ภายในบ้าน แล้ว ความอยากและยอมก็เกิดขึ้น ระยะเวลาผ่านไป โดยที่ไม่เคยติดต่อกันอีกเลย ผู้หญิงคนนี้กับเพื่อนก็กลับมาพร้อมกับบอกว่า ท้องกับเขาได้ 5 เดือนแล้ว ไปบอกกับนายให้เขารับผิดชอบ ฝ่ายภรรยาก็ไม่ทราบเรื่อง จนเมื่อกลับบ้านเพื่อนผู้หญิงที่ท้องก็มาบอกกับภรรยาว่าสามีเธอทำเพื่อนเขาท้องได้ 7-8 เดือนแล้ว  และไม่เคยรับผิดชอบเลย จนเกิดความร้าวฉานในครอบครัว เพราะไม่มีลูกด้วยกัน รักย่อมเข้าใจในรัก ทั้งคู่ไปพบแพทย์เพื่อตรวจว่าทำไมเราแต่งงานมา 2 ปีแล้วจึงยังไม่มีลูกสักที เพราะเราจะอยู่ด้วยกันตั้งแต่ มี.ค.- กลางเดือน พ.ค ตลอด  ผลการตรวจหมอบอกว่า คุณผู้หญิงปกติดี ส่วนคุณผู้ชาย เป็นหมัน เด็กที่เกิดจากผู้หญิงคนนี้ จะต้องปฏิสนธิประมาณ ต้นเดือนเมษายน เพราะเขาเกิด ต้นเดือนมกราคม แล้วทุกวันนี้เด็กคนนี้ก็ใช้ชื่อและนามสกุลของผู้ชายคนนี้เป็นพ่อ โดยทีผู้ชายคนนี้ไม่เคยรับรู้และแจ้งเกิดให้เลย  ใครคิดว่าจะให้ทำอย่างไร กับเรื่องนี้ดี ทางอำเภอให้ไปเพิกถอนและจะดำเนินคดีต่อผู้ที่นำชื่อข้อมูลรายบุคคลไปแจ้งเกิดให้กับเด็กคนนี้ คนที่น่าสงสารคือเด็ก และภรรยา จากความอยาก และยอม  
ลูกใครหว่า
(6 เมษายน 2554  เวลา 13:37:27)
ความคิดเห็นที่ 14
อยากหรือยอมก็ย่อมอยู่ที่ตัวของเขา ปัจจุบันสิทธิเสรีภาพของเรามีเท่ากันแล้ว
การศึกษาก็มาก ควรคิดได้ว่าสิ่งไหนดีไม่ดี ใช่ไหม?
คนที่ห่วงใย
(5 เมษายน 2554  เวลา 13:56:15)
ความคิดเห็นที่ 13
ทุกคนต่างมีสิทธิ์อยาก และยอม  แต่ต้องดูความพร้อม อย่าทิ้งขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงาม และต้องพร้อมที่จะดูแลตัวเองให้ปลอดภัย เป็นสิ่งที่ดีที่สุด นะครับ
Sod
(4 เมษายน 2554  เวลา 20:52:21)
ความคิดเห็นที่ 12
อยาก..ต้องคัดกรอง
แล้วค่อยยอมเมื่อมีความพร้อมทุกด้าน
krunat_math
(4 เมษายน 2554  เวลา 10:40:21)
ความคิดเห็นที่ 11
เป็นการดีนะ..ถ้าหญิงเป็นฝ่ายเลือกเสียบ้าง  เลือกสิ่งดีๆ  ให้กับชีวิต  ไม่รอหรือเป็นฝ่ายถูกเลือก...แล้วมานั่งเสียใจไม่น่าเลย...บทความนี้โดน.!  
เอื้องผึ้ง
(3 เมษายน 2554  เวลา 23:42:12)
ความคิดเห็นที่ 10
จะอยาก....หรือยอม                   ต้องรับผิดชอบ.....และปลอดภัย
ป้านาย  พิด'โลก
(3 เมษายน 2554  เวลา 14:31:10)
ความคิดเห็นที่ 9
ดีครับเห็นด้วย  ทุกอย่างอยู่ที่ตัวทำ
แต่มันก็อยู่ที่บริบทว่า..........เป็นคน    ยอม  หรือ  อยาก   หรือ  คนมอง  เเล้วเเสดงความคิ
นนนี้ปากบารา
(3 เมษายน 2554  เวลา 08:50:25)
ความคิดเห็นที่ 8
ยุคสมัยเปลี่ยนไป  แต่ถึงอย่างไรก็สอนลูกสาวและลูกศิษย์เสมอว่าการรักนวลสงวนตัวสำคัญที่สุด  ของๆเราอยู่ข้างในไม่ควรจะให้เขาได้ง่าย ๆ เราไม่ยอมซะอย่าง  
เบญจมา  ประสาธน์สุวรรณ
(2 เมษายน 2554  เวลา 11:20:53)
ความคิดเห็นที่ 7
ต่างคนต่างอยาก ต่างคนต่างยอม และพร้อมที่จะดูแลตัวเองให้ปลอดภัย เป็นสิ่งที่ดีที่สุด
krubanwang
(2 เมษายน 2554  เวลา 00:43:15)
ความคิดเห็นที่ 6
บทความโดนใจจริง ๆ   สนับสนุนว่าหญิงและชายมีสิทธิ์แสดงความอยากได้เหมือนกัน
แต่เชื่อแน่ว่าความอยากของหญิงย่อมนุ่มนวลและให้เกียรติมากกว่า
ครูป๊าว
(1 เมษายน 2554  เวลา 22:24:29)
ความคิดเห็นที่ 5
โดนใจดี  ยอมรับได้  เป็นเมื่อ 10 ปีก่อน โดนตีแน่  สมัยนี้ต้องเปิดใจยอมรับไม่งั้นตามไม่ทันความคิดความรู้สึกลูกหลานแน่ เป็นครูต้องรับได้กับการเปลี่ยนแปลง
kunid
(1 เมษายน 2554  เวลา 21:01:47)
ความคิดเห็นที่ 4
555 หากย้อนเวลาไปได้หลายสิบๆๆๆปี...สมัยเป็นสาวรุ่น...คงไม่วิตกจริต.."รอ" "ยอม" และถูกเลือก"...
แต่อ่ะนะ..ทุกสิ่งในชีวิตที่ผ่านมา คือ การเรียนรู้...
ชอบ ความเห็นที่ ๓ ด้วยอ่ะ
ใหม่ รักหมู่
(1 เมษายน 2554  เวลา 14:43:40)
ความคิดเห็นที่ 3
อยากอย่างมีคุณค่า....ยอมอย่างไม่มีปัญหา
kruboon
(1 เมษายน 2554  เวลา 13:57:24)
ความคิดเห็นที่ 2
จุดเริ่มต้นที่ตัวคุณ
่jongsawhang
(1 เมษายน 2554  เวลา 13:02:27)
ความคิดเห็นที่ 1
ดีที่สุดเลยครับ
น้องโจ้สุดหล่อ
(1 เมษายน 2554  เวลา 12:20:02)
มูลนิธิแพธทูเฮลท์ (path2health) อาคารร่วมประสงค์ ชั้น 3
37/1 ถนนเพชรบุรี 15 แขวงพญาไท เขตราชเทวี  กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์: 02-653-7563-5 โทรสาร: 02-653-7566
ด้วยความสนับสนุนของ กองทุนโลกฯ (The Global Fund to Fight AIDS, Tuberculosis and malaria)
32551202