มองมุมเยาว์
The Cider House Rules ผิดหรือถูก ใครคือคนกำหนด


รูปจาก http://movi.ca

ในฐานะที่ผู้เขียนเป็นครูสอนพิเศษ จึงขอพูดถึงข้อสอบโอเน็ตวิชาสุขศึกษาปีล่าสุดสักหน่อยนะครับ เป็นที่ฮือฮาทีเดียวสำหรับข้อสอบข้อนี้ที่ถามว่า “หากเกิดอารมณ์ทางเพศขึ้นมาต้องทำอย่างไร” มีตัวเลือกคือ ชวนเพื่อนไปเตะบอล ปรึกษาครอบครัว พยายามนอนให้หลับ  ไปเที่ยวกับเพื่อนต่างเพศ และชวนเพื่อนสนิทไปดูหนัง

 คำตอบที่เขาว่าถูกคือ ชวนเพื่อนไปเตะบอลครับ

ใครที่ตอบผิดก็ได้ศูนย์คะแนนไปตามระเบียบ ไม่น่าเชื่อนะครับว่าเด็กที่เข้าสอบหลายแสนคนเมื่อเกิดอารมณ์ทางเพศแล้วควรจะมีทางออกร่วมกันทางเดียวคือชวนเพื่อนไปเตะบอล แล้วคนที่ไม่ชอบเตะบอล โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง จะต้องเตะบอลด้วยไหม อย่างไรดี

 ข้อสอบข้อนี้ทำให้ผมนึกถึงหนังเรื่อง The Cider House Rules หรือชื่อภาษาไทยก็คือชื่อของบทความนี้นั่นแหละครับ หนังดราม่าปี ๑๙๙๙ เรื่องนี้คว้ารางวัลออสการ์สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม (ไมเคิล เคน) และสาขาบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม หนังว่าด้วยเรื่องของ โฮเมอร์ (โทบี แม็กไกวร์) เด็กหนุ่มที่โตในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าตั้งแต่เกิด มีหมอลาร์ช (ไมเคิล เคน) หมอประจำสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าคอยเลี้ยงดูและถ่ายทอดวิธีการทำคลอดและทำแท้งที่เขาต้องทำอยู่เป็นประจำ เมื่อโฮเมอร์โตเป็นหนุ่ม ได้ตัดสินใจออกไปใช้ชีวิตในโลกภายนอกด้วยการเป็นคนงานในสวนแอปเปิล ทิ้งความรู้แพทย์ที่หมอลาร์ชประสิทธิ์ประสาทวิชาให้

 หนังสะท้อนความเป็นจริงของคนในสังคมได้อย่างลึกซึ้งและคมคาย บางครั้งเราก็ใช้ชีวิตโดยยึดติดและทำตามกับ “กฎ” ที่สังคมเป็นผู้กำหนดขึ้นมากเกินไป จนลืมไปว่ากฎต่าง ๆ เหล่านั้นเราไม่ได้เป็นผู้เขียนขึ้น เช่น เด็กวัยรุ่นสมัยนี้อาจเลือกที่จะเรียน ม.ปลายสายวิทย์-คณิต เพราะเป็นสายที่ยอมรับกันว่าเป็นสายที่เรียนหนักที่สุด เป็นสายที่ใครเรียนได้ถือว่าเก่งจนลืมมองไปว่าตนเองเหมาะที่จะเรียนสายนี้หรือไม่ หรือเด็กวัยรุ่นบางคนมุ่งที่จะเรียนต่อในคณะที่จบออกมาแล้วประกอบอาชีพได้เงินเดือนสูง ๆ มีหน้ามีตาในสังคม จนละเลยพรสวรรค์หรือความสุขของตัวเองไป บางทีคนที่เรียนจบหมออาจค้นพบว่าตัวเองเหมาะกับการเป็นนักร้องหรือว่าเป็นกุ๊กก็ได้ใช่ไหมครับ

 คนบางคนก็อาจเหมือนโฮเมอร์ พระเอกของเรื่องที่มีความสามารถในการรักษาคนแต่ไม่ยอมให้ผู้อื่นเรียกว่าหมอเพียงเพราะตนเองไม่ได้เรียนหมอ โฮเมอร์ไม่ยอมทำแท้งเพราะคิดว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมายและไม่ต้องการฆ่าชีวิตเด็กที่อาจมีสิทธิ์ได้เกิดและเติบโตเช่นเดียวกับตน นอกจากนี้โฮเมอร์ก็มีจุดหมายของชีวิตเหมือนกับเด็กกำพร้าคนอื่น ๆ คือการมีครอบครัวและการได้ออกจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้

 เมื่อโฮเมอร์ออกมาใช้ชีวิตเป็นคนงานในสวนแอปเปิล โฮเมอร์ก็เติบโตและได้เรียนรู้ว่า บางครั้งชีวิตของคนเราไม่จำเป็นต้องทำตามกฎเสมอไป ในที่สุดโฮเมอร์ผู้ซึ่งละทิ้งความเป็นหมอตั้งแต่ใช้ชีวิตอยู่ในสวนแอปเปิลก็ต้องทำแท้งให้กับเพื่อนคนงานที่ตั้งครรภ์ไม่พร้อม และน่าเศร้าเป็นที่สุด โฮเมอร์ผู้ซึ่งคาดหวังให้คนที่ตั้งครรภ์ไม่พร้อมมีความรับผิดชอบพอที่จะควบคุมตัวเองก่อนจะมีเพศสัมพันธ์ กลับมีเพศสัมพันธ์กับนางเอกซึ่งเป็นคนรักของผู้มีพระคุณของเขา แต่สุดท้าย โฮเมอร์ผู้ซึ่งใฝ่หาอิสระและชีวิตที่มีคุณค่ามากกว่าการเป็นเด็กกำพร้าไปเรื่อย ๆ ก็ได้พบกับที่ที่เขาจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่ามากที่สุด

 "กฎ” นั้นมีอยู่ แต่อย่าเอากฎมาควบคุมชีวิตเราทุกอย่าง เพราะแท้จริงแล้วชีวิตของเราย่อมเป็นของเรา และขึ้นอยู่กับเรา ไม่ใช่กฎต่าง ๆ ซึ่งใครไม่รู้กำหนดขึ้นมา ก็คงเหมือนกับเพื่อนคนงานของโฮเมอร์ที่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและเก็บแอปเปิลที่มีคุณภาพดีได้ โดยไม่ต้องอ่านกฎของคนงานที่ถูกแปะไว้ข้างฝาบ้าน ซึ่งเจ้านายหรือใครโง่ ๆ สักคนหนึ่งเขียนขึ้นอย่างไม่เข้าใจวิถีชีวิตของพวกเขา และใครโง่ ๆ คนนั้นก็อาจเก็บแอปเปิลไม่เป็นด้วยซ้ำ

 นอกจากนั้นหนังยังให้ทัศนะเกี่ยวกับการทำแท้งไว้น่าสนใจ หนังเปิดพื้นที่ให้ฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยได้ถกเถียงกัน ผ่านบทสนทนาของโฮเมอร์กับหมอลาร์ช อย่างไรก็ตามหนังได้ให้จุดยืนเรื่องการทำแท้งไว้อย่างชัดเจนว่า หากเกิดการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อมขึ้น ผู้เป็นแม่มีสิทธิ์ที่จะเลือกว่าจะทำคลอดหรือทำแท้ง แล้วหนังก็ตั้งคำถามตัวโต ๆ ว่า ถ้าผู้เป็นแม่มีสิทธิ์เลือกที่จะคลอดเด็ก เด็กที่เกิดมาจะมีสิทธิ์เลือกทางเดินชีวิตของตนเองหรือไม่

 ขอย้อนกลับไปเรื่องข้อสอบโอเน็ตนะครับ ถ้าผู้เขียนเป็นคนออกข้อสอบ ผู้เขียนจะเขียนว่า “หากเกิดอารมณ์ทางเพศคุณจะ …” เป็นข้อสอบอัตนัย ข้อนี้ผู้เขียนให้คะแนนเต็มทุกคนเลย เชิญเติมคำตอบตามสบายครับ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 3
นอกจากนักวิชาการให้เด็กคิดตื้นๆแล้วคงยากให้ใช้สูตรช้างตกมัน จะให้ออกกำลังกายเฉยๆไม่ต้องใช้ยาคงจะยาก ให้เกิดความเสียหายก่อนแล้วค่อยแก้ ผมคิดเช่นเดียวกัน คำตอบขึ้นอยู่กับบริบทแต่ละคน กิจกรรมในคำตอบล้วนเป็นทางเลือกที่คิดว่าถูกต้อง ยกเว้นไปเที่ยวกับเพื่อนต่างเพศ เพราะอาจทำให้เกิดอารมณ์มากขึ้นหรือพลาดพลั้งได้
chai.napa
(22 กรกฎาคม 2555  เวลา 10:10:17)
ความคิดเห็นที่ 2
เป็นข้อคิดที่ของอีกมุมมองหนึ่งแต่ถ้าไม่คิดอะไรมากข้อสอบโอเน็ดก็เป็นคำถามง่ายๆที่ต้องการให้ตอบในทำนองการทำกิจกรรมที่เบี่ยงเบนความสนใจเมื่อเกิดอารมณ์ทางเพศตามหลักทฤษฎี ก็คือ การออกกำลังกายหรือการเล่นกีฬานั่นเอง
owen
(3 เมษายน 2555  เวลา 22:45:36)
ความคิดเห็นที่ 1
เป็นบทความที่เขียนได้ดี ไม่มีข้อสรุปเดียว แต่เปิดให้คนคิดได้หลายมุม
nuna
(17 มีนาคม 2555  เวลา 21:26:30)
ร่วมแสดงความคิดเห็น
จาก*
 
อีเมล
ความคิดเห็น*
 
มูลนิธิแพธทูเฮลท์ (path2health) อาคารร่วมประสงค์ ชั้น 3
37/1 ถนนเพชรบุรี 15 แขวงพญาไท เขตราชเทวี  กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์: 02-653-7563-5 โทรสาร: 02-653-7566
ด้วยความสนับสนุนของ กองทุนโลกฯ (The Global Fund to Fight AIDS, Tuberculosis and malaria)
32835406