ข่าว
ป่วนแน่ ! "ครู"20,000 คน ลุ้น เออร์ลี่ฯ-เกษียณ หวั่นกระทบนักเรียน

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ออกประกาศหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด หรือเออร์ลี่รีไทร์ ปีงบประมาณ พ.ศ.2556 มีผลออกจากราชการวันที่ 1 ตุลาคมแล้ว โดยให้ส่วนราชการที่มีจำนวนข้าราชการสูงอายุ 50 ปีขึ้นไป เข้าโครงการเออร์ลี่รีไทร์ได้ โดยจะได้รับเงินก้อน 8-15 เท่าของเงินเดือน รวมเงินประจำตำแหน่ง 

เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม นายอนันต์ ระงับทุกข์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ในปีที่ผ่านมามีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเออร์ลี่รีไทร์ประมาณ 9,000 กว่าคน ซึ่งเป็นจำนวนไม่มาก แต่ปีนี้ที่คาดว่ายอดสมัครเข้าโครงการเพิ่มขึ้นเป็น 11,000 กว่าคน คิดว่าไม่น่าจะส่งผลกระทบกับปัญหาการขาดแคลนอัตราข้าราชการครู เพราะปกติแล้วอัตราที่เออร์ลี่รีไทร์ไป จะได้รับกลับคืนจากคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) ทั้ง 100% ซึ่งในระหว่างที่รออัตราดังกล่าว สพฐ.จะหาครูอัตราจ้างมารองรับก่อน เพื่อให้สามารถสอนแทนข้าราชการครูที่เออร์ลี่รีไทร์ได้ 

"สิทธิประโยชน์ที่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับ เป็นเงินก้อนหรือเงินขวัญถุง 8-15 เท่าของเงินเดือน รวมเงินประจำตำแหน่งนั้น จะมีวิธีการคิดคำนวณโดยให้นำอายุราชการที่เหลือไปบวกกับเงินขวัญถุงขั้นต่ำที่จะได้รับ 8 เท่า จะเป็นเงินขวัญถุงที่จะได้ แต่ต้องไม่เกิน 15 เท่า เช่น ข้าราชการครูคนหนึ่งอายุ 56 ปีเหลืออายุราชการ 4 ปี เงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งรวม 50,000 บาท จะได้รับเงินขวัญถุง 12 เท่าของเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งจำนวน 600,000 บาท โดยเงินส่วนนี้ยังไม่รวมกับเงินบำเหน็จบำนาญที่จะได้รับอีก" รองเลขาธิการ กพฐ.กล่าว และว่า สพฐ.ไม่มีข้อมูลว่าข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เออร์ลี่ฯนำเงินไปใช้อะไรบ้าง แต่เท่าที่ทราบจะมีการนำเงินไปใช้ในหลายรูปแบบ เช่น การนำเงินไปลงทุนต่างๆ ฝากธนาคารเพื่อเก็บไว้ใช้หลังเออร์ลี่ฯ ทั้งนี้ สำหรับเกณฑ์การพิจารณา นอกจากอายุราชการต้องไม่ต่ำกว่า 25 ปีและมีอายุ 50 ปีขึ้นไปแล้ว ยังมีองค์ประกอบอื่นๆ ด้วย เช่น หากเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสาขาขาดแคลน อาทิ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ อาจจะไม่ได้รับอนุมัติและต้องดูเป็นกรณีไป 

ด้านนายไกร เกษทัน ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ (สพร.) สพฐ. กล่าวว่า เหตุผลของผู้สมัครเข้าโครงการเออร์ลี่รีไทร์ ส่วนใหญ่มาจากปัญหาสุขภาพไม่แข็งแรง หรือไม่ก็สูงวัย ส่วนเรื่องนำเงินไปใช้หนี้สิน ส่วนตัวคิดว่าอาจจะมีบ้าง แต่ไม่มีใครระบุในใบสมัคร สำหรับปีงบประมาณ 2555 (มีผล 1 ตุลาคม 2554) มีผู้เข้าร่วมโครงการเออร์ลี่รีไทร์กว่า 9,000 คน ส่วนปีงบประมาณ 2554 (มีผล 1 ตุลาคม 2553) จำนวนประมาณ 12,000 คน ส่วนการเกษียณอายุราชการปกติ ในวันที่ 1 ตุลาคม 2555 นี้ จะมีข้าราชการของ ศธ.เกษียณในภาพรวมทั้งสิ้น 8,800 คน โดยในจำนวน ดังกล่าว เป็นข้าราชการสังกัด สพฐ.จำนวน 8,300 คน ส่วนการเกษียณใน 2 ปีที่ผ่านมา มีดังนี้ ปี 2554 ข้าราชการ สพฐ. เกษียณ 7,600 คน และปี 2553 จำนวน 3,800 คน ปัญหาที่น่าหนักใจ คือแม้ว่า คปร.จะคืนอัตราทั้งอัตราเออร์ลี่รีไทร์ และอัตราเกษียณปกติกลับคืนมาให้ สพฐ.100% ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่ คปร.อนุมัติอัตรา ดังกล่าวมาล่าช้ามาก ทำให้ตำแหน่งที่มีอยู่ไม่สามารถบรรจุลงได้ ส่งผลให้ต้องแก้ปัญหาโดยการจัดสรรครูอัตราจ้างให้โรงเรียนต่างๆ ทดแทนไปพลางก่อน แต่ไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นปัญหา ทุกปี 

นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการ กพฐ. กล่าวถึงกรณีที่ครูโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดร้อยเอ็ด ฟ้องศาลปกครองขอให้ศาลพิจารณาแก้ไขหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ที่กำหนดว่าหากสละสิทธิการเลือกลงบรรจุในโรงเรียนที่ว่างในบัญชีรวมของ สพฐ.จะมีผลให้ต้องสละสิทธิบัญชีของเขตพื้นที่ไปด้วยนั้นว่า หลักเกณฑ์และวิธีการสอบคัดเลือกข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการและผู้อำนวยการสถานศึกษาที่ได้ประกาศออกมานั้น ทุกคนรับได้ แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมาฟ้องศาลปกครองในช่วงนี้ หากผู้สอบขึ้นบัญชีได้ใช้วิธีการนี้ ต้องรอดูว่าศาลปกครองจะพิจารณาออกมาเช่นไร ส่วนตัวเห็นว่าการเป็นข้าราชการต้องมีความรับผิดชอบในหน้าที่เป็นหลัก อย่างข้าราชการมหาดไทยเมื่อได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งไปที่ไหนก็ต้องไป 

เลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่มีการระบุว่าหลายเขตพื้นที่การศึกษาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือไม่ยอมส่งอัตรารองผู้อำนวยการสถานศึกษาและผู้อำนวยการสถานศึกษามาสอบคัดเลือกบรรจุในครั้งนี้ทั้งที่มีอัตราว่างเยอะนั้น ยังไม่แน่ใจข้อมูลนี้ แต่หากมีการกั๊กตำแหน่งว่างไว้จริง ถือว่าทำไม่ถูกต้อง โดยตนจะขอตรวจสอบว่ามีการดำเนินการเช่นนี้จริงหรือไม่ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 1 ตุลาคม 2555 จะมีผู้บริหารระดับสูงของ ศธ.เกษียณอายุราชการ ดังนี้ นายนิวัตร นาคะเวช รองปลัด ศธ. นายกิจสุวัฒน์ หงส์เจริญผู้ตรวจราชการกระทรวง นายปราโมทย์ แก้วสุข ผู้ตรวจราชการกระทรวง นายเสน่ห์ ขาวโต ผู้ตรวจราชการกระทรวง นายปัญญา แก้วกียูร ผู้ตรวจราชการกระทรวง นางสาวสุทธาสินี วัชรบูล รองเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) นายสมบัติ แสงสว่างสัจกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และ ว่าที่ ร.ต.พงษ์เพ็ชร์ พิทยาพละ ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวศึกษาช่างอุตสาหกรรม สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) 

ที่ทำเนียบรัฐบาล สมาชิกเครือข่ายองค์กรวิชาชีพครูแห่งประเทศไทย (ค.อ.ท.) เข้าเยี่ยมคารวะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อให้กำลังใจในการทำงานพร้อมยื่นหนังสือและอ่านแถลงการณ์สนับสนุนรัฐบาล โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า รู้สึกซาบซึ้งในคณะครู อาจารย์ทุกท่าน รวมถึงองค์กรที่เกี่ยวข้องที่มาให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง ต้องยืนยันกับคณะครูอาจารย์ทุกคนว่ารัฐบาลจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในการที่จะดูแล ทุกข์สุข ดูแลปัญหาของพี่น้องประชาชนอย่างเต็มศักยภาพ และรัฐบาลพร้อมที่จะทำงานกับทุก ภาคส่วน และต้องถือว่าทางครูอาจารย์ทุกคนมีบทบาทที่สำคัญ เพราะนอกจากจะเป็นผู้นำในองค์กรเครือข่ายครูวิชาชีพที่มีหลายๆ แขนงอาชีพแล้ว ครูอาจารย์ยังสามารถนำความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการที่จะชี้แจงกับในองค์กรเอง หรือแม้กระทั่งเครือข่าย นักศึกษาและประชาชน เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 4
อยากให้มีโครงการเออรี่ไทม์ ปี 60 - 65 ได้โปรดเถอะครับท่านผู้มีอำนาจทุกท่าน ขอบคุณมาล่วงหน้าครับ
ครูต้องการเออรี่
(15 พฤศจิกายน 2559  เวลา 07:54:00)
ความคิดเห็นที่ 3
เห็นสมควรมีเออร์ลี่ ปี 58  ครูเก่าเงินเดือนสูง บรรจุใหม่เงินเดือนยังน้อย แลัจะได้เปิดโอกาศให้เด็กรุ่นใหม่เข้ามาทำงานบ้าง
สายผู้สอน
(24 มิถุนายน 2558  เวลา 14:28:03)
ความคิดเห็นที่ 2
ขอเสนอเงื่อนไขควรมีอายุราชการตั้งแต่30ปีขึ้นไป จึงจะรีไทร์ได้
พ.จ.อ.ภานุรุจ มากสินธุ์
(21 กรกฎาคม 2557  เวลา 10:59:02)
ความคิดเห็นที่ 1
เห็นด้วยกับเกณฑ์เออร์ลี่เรื่องอายุ50ปีขึ้นไปแต่เกณฑ์อายุราชการนานไปควรปรับลดลงบ้าง
Laithong63@hotmail.com
(23 เมษายน 2556  เวลา 11:09:16)
ร่วมแสดงความคิดเห็น
จาก*
 
อีเมล
ความคิดเห็น*
 
มูลนิธิแพธทูเฮลท์ (path2health) อาคารร่วมประสงค์ ชั้น 3
37/1 ถนนเพชรบุรี 15 แขวงพญาไท เขตราชเทวี  กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์: 02-653-7563-5 โทรสาร: 02-653-7566
ด้วยความสนับสนุนของ กองทุนโลกฯ (The Global Fund to Fight AIDS, Tuberculosis and malaria)
32544348