ข่าว
ผู้ใหญ่ไม่ทำสะท้อนเด็กไทยคิดไม่เป็น

          "กว่า 20 ปีที่ผ่านมา ทำงานด้านเด็กมาโดยตลอด ไม่รู้ว่าอะไรก็ทำให้หยุดไม่ได้ ล่าสุดมีผลการสำรวจความคิดระดับสูงของศูนย์พัฒนาอัจฉริยภาพฯ เช่น ความคิดสร้างสรรค์ ความคิดเชิงเหตุผล ของเด็กไทยที่ทำการสำรวจหลายหมื่นคน เมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ออกมาแล้วกว่า 99 เปอร์เซ็นต์ เด็กเราคิดไม่เป็นเลย ถามว่าในปี 2558 จะก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ถ้าเด็กไทยยังเป็นแบบนี้เราเสียเปรียบแน่นอน" ผศ.ดร.อุษณีย์ อนุรุทธ์วงศ์ ประธานศูนย์พัฒนาอัจฉริยภาพ สถาบันวิจัยและพัฒนาการศึกษาพิเศษ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กล่าว

ผศ.ดร.อุษณีย์ เล่าว่า อุปสรรคสำคัญที่ส่งผลให้เด็กไทยคิดไม่เป็นมีหลายปัจจัย หลักๆ เกิดจากการมีต้นแบบที่ไม่ดี ซึ่งในสังคมไทยไม่ว่าจะยุคไหน รัฐบาลใด ยังคงมีผู้ใหญ่ที่มีอำนาจเป็นต้นแบบที่ไม่ดี มีลักษณะการพูดที่ไม่ผ่านการคิดวิเคราะห์ หรือสังเคราะห์ ไม่รักษาคำพูด หรือแม้กระทั่งไม่มีความคิดที่จะสร้างสรรค์ประเทศให้พัฒนา เพราะสนใจเฉพาะเรื่องการเมือง โดยไม่สนใจว่าคนฟังหรือประชาชนในประเทศที่หวังพึ่งจะได้รับประโยชน์หรือไม่

"ยกตัวอย่างง่ายๆ ผู้ใหญ่ที่มีอำนาจเข้ารับตำแหน่งทางการเมืองทั้งๆ ที่มีคดีติดตัว แต่มาพูดผ่านสื่อว่า เข้ามาตามระเบียบที่กำหนด ไม่ได้ผิดกฎเกณฑ์อะไร ถามว่าคำตอบใช่แบบนั้นหรือไม่ ซึ่งใครก็ตอบได้ตอบแบบส่งๆ ไม่คิด แล้วถามว่าเด็กๆ ทำไมจะไม่ทำตาม ตรงนี้ต้องแก้กันตั้งแต่ผู้ใหญ่ที่ต้องมีกระบวนการคิดสังเคราะห์คำถาม เพื่อนำไปสู่คำตอบที่เหมาะสม ไม่ใช่ทำหน้าที่เป็นผู้บริหารอย่างเดียว แต่ต้องทำหน้าที่เป็นแบบอย่างที่ดีต่อเยาวชนด้วย แต่ทุกวันนี้คงหายาก มีแต่ชนิดที่ว่าเอาสีข้างเข้าถู เอาตัวรอดไปวันๆ โยนความผิดให้คนอื่น พูดโดยขาดหลักเกณฑ์" ผศ.ดร.อุษณีย์ กล่าว

อุปสรรคอีกประการคือ อีคิว-เอสคิว เป็นพื้นฐานที่สำคัญของความสำเร็จคือ ความมุ่งมั่นและความอดทน แต่จากการติดตามการให้คำปรึกษาแก่ผู้ปกครองในแต่ละราย พบว่า อุปสรรคที่ทำลายการเรียนรู้ของเด็กส่วนใหญ่มาจากทักษะอารมณ์และสังคม การเติบโตในโลกยุคไซเบอร์ โดยไม่ได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องหรือไม่มีผู้ใหญ่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด ทำให้เด็กไม่สามารถดึงความรู้ที่เรียนมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์กับตนเองได้ เมื่อเด็กเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีมากเกินไปผลเสียที่ตามมาคือ สื่อสารไม่เป็น อารมณ์ร้อน หงุดหงิดที่คนอื่นไม่เข้าใจความคิดตนเอง ในขณะเดียวกันเขาก็ไม่เรียนรู้ที่จะเข้าใจคนอื่นเช่นกัน

ดังนั้น การสร้างทักษะความคิดตั้งแต่เด็กเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี เพื่อให้เด็กได้รู้จักระบบคิด และประเมินออกว่าสิ่งที่ตนเองพูดหมายถึงอะไร ไม่ใช่พูดไม่คิด โดยศูนย์พัฒนาอัจฉริยภาพฯ ได้เปิดหลักสูตรเพิ่มพูนประสบการณ์ (Enrichment Program) เน้นการพัฒนากลยุทธ์ความคิดระดับสูง เช่น ความคิดสร้างสรรค์ ความคิดเชิงเหตุผล ให้ระดับปฐมวัย-ประถมศึกษา ที่มีความสามารถพิเศษ หรือมีความถนัด และสนใจด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาและศิลปะ โดยใช้รูปแบบกิจกรรมค่ายเป็นเวลา 5 วันเต็มที่มีเนื้อหาสาระวิชาที่ท้าทายและเข้มข้น ผสมผสานกับวิธีการสอนที่สนุก-เข้าใจง่าย ลงมือปฏิบัติจริง มีทั้งหมด 3 ค่ายด้วยกัน ได้แก่ 1.ค่ายคิดวิเคราะห์ 2.ค่ายความคิดสร้างสรรค์ และ3.ค่ายแก้โจทย์ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ และในเร็วๆ นี้ในเดือนตุลาคม จะมีการจัดค่าย 2 ค่าย คือ ค่ายเด็กเก่งสมองไว รุ่น สร้างพลัง อีคิว-เอสคิว เคล็ดลับสู่ความเป็นเลิศ และค่ายแอนิเมชั่นปั้นเรื่อง

ค่ายสร้างพลัง อีคิว-เอสคิว เคล็ดลับสู่ความเป็นเลิศ รับสมัครเด็กอายุ 4-6 ปี เด็กวัยนี้มักยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง พัฒนาการด้านอารมณ์และทักษะสังคมจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะทำให้เด็กมีความสุข มีความมั่นใจในตนเอง กล้าแสดงออกเหมาะสมกับสถานการณ์ รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา สำหรับค่ายแอนิเมชั่นปั้นเรื่อง จะใช้การปั้นและการวาดจากจินตนาการของเด็กมาสร้างสรรค์ผลงานผ่านการใช้เทคโนโลยี ฝึกทักษะการคิด และการทำงานเป็นทีม ทักษะเหล่านี้ถือว่าจำเป็นที่จะทำให้เด็กประสบความสำเร็จในชีวิต

ผู้ปกครองท่านใดสนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์พัฒนาอัจฉริยภาพ สถาบันวิจัยและพัฒนา การศึกษาพิเศษ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โทร.0-2260-2601 กด 11-12 หรือ 0-2259-6173 และสามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ http://rise.swu.ac.th, www.giftedcenter.org หรือ http://facebook.com/swu.gifted

 
     
ร่วมแสดงความคิดเห็น
จาก*
 
อีเมล
ความคิดเห็น*
 
มูลนิธิแพธทูเฮลท์ (path2health) อาคารร่วมประสงค์ ชั้น 3
37/1 ถนนเพชรบุรี 15 แขวงพญาไท เขตราชเทวี  กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์: 02-653-7563-5 โทรสาร: 02-653-7566
ด้วยความสนับสนุนของ กองทุนโลกฯ (The Global Fund to Fight AIDS, Tuberculosis and malaria)
34570273