ข่าว
เผยชาย15-25ปีเสี่ยงมะเร็ง 'อวัยวะเพศ' ช่วงเซ็กส์จัดแนะฉีดวัคซีนป้องกัน

แพทย์รางวัลโนเบลชี้ชายอายุ 15-25 ปี เสี่ยงมะเร็งที่อวัยวะเพศ เหตุเป็นช่วงเซ็กส์จัด แนะฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดของผู้หญิงได้ ควรฉีดในช่วงอายุ 9-14 ปี ก่อนมีเพศสัมพันธ์

                เมื่อวันที่ 31 ต.ค.ที่อาคารศูนย์การเรียนรู้ มหาวิทยาลัยมหิดล(มม.)ศาลายา ศ.นพ.ฮาโรลด์ ซูร์ เฮาเซ่น ศ.เกียรติคุณแห่งศูนย์วิจัยมะเร็ง มหาวิทยาลัยไฮเดลเบิร์ค สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี แพทย์ผู้ได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ปี 2548 และรางวัลโนเบลสาขาการแพทย์ ปี 2551 จากผลงานการค้นพบสาเหตุการเกิดมะเร็งปากมดลูกจากเชื้อไวรัสหูด หรือแพ็บพิลโลม่าไวรัสในคน(เอชพีวี)สายพันธุ์ที่ 16 และ18 นำไปสู่การคิดค้นวัคซีนป้องกัน บรรยายพิเศษ เรื่อง "ความก้าวหน้าในการศึกษาพันธุกรรมต้นกำเนิดมะเร็งในมนุษย์ ในงานMahodol University Resrarch Expo ตอนหนึ่งว่าจากอัตราการเกิดมากขึ้น แต่อัตราการตายน้อยลง ทำให้เห็นถึงกระบวนการการรักษาโรคต่างๆ ได้ดีขึ้น ซึ่งมะเร็ง เป็นอีกโรคหนึ่งที่มีการศึกษา วิจัย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น ดังนั้น สถานการณ์โรคมะเร็งทั่วโลก ถือได้ว่ามีแนวทางในการป้องกันที่ดีมากขึ้น ทำให้มีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งมีอัตราการตายที่น้อยลง เช่น โรคมะเร็งปากมดลูก ที่ตนค้นพบสาเหตุและคิดค้นวัคซีนได้นั้น ทำให้ลดอัตราการเกิดมะเร็งปากมดลูกและลดอัตราการตายลงได้ถึง 70% เป็นต้น

                ศ.นพ.ฮาโรลด์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้กำลังวิจัยเพื่อเพิ่มประสิทธิ์ภาพวัคซีนในการต่อต้านไวรัสชนิดอื่นๆ ที่ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูก เนื่องจากวัคซีนที่คิดค้นก่อนหน้านี้ป้องกันเชื้อไวรัส ได้2 ชนิดเท่านั้น เพื่อให้เกิดการครอบคลุมป้องกันโรคได้มากขึ้นจึงต้องการคิดค้นต่อไป รวมถึงได้มีการศึกษา เพื่อผลิตวัคซีนเพื่อรักษาคนที่ติดเชื้อแล้ว โดยเป็นการรักษาได้เฉพาะระยะเริ่มต้นของโรคมะเร็งปากมดลูกเท่านั้น ไม่สามารถรักษาเมื่ออยู่ในระยะร้ายแรงได้ นอกจากนั้น ได้วิจัยการเกิดมะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือลูคีเมียในเด็ก เบื้องต้น พบว่า เด็กที่มีฐานะร่ำรวย ลูกคนเดียว ไม่ค่อยได้ไปวิ่งเล่น หรือคลุกคลีกับเพื่อนๆ จะมีโอกาสเป็นโรคดังกล่าวสูงกว่าเด็กที่มีฐานะยากจน พ่อแม่มีลูกหลายคน เนื่องจากเด็กที่มีฐานะยากจน พ่อแม่ มีลูกหลายคน มักจะมีโอกาสเป็นหวัด ได้รับเชื้อไวรัสต่างๆ ทำให้มีภูมิคุ้มกันโรค อีกทั้งมีการวิจัยมะเร็งลำไส้ใหญ่

                ศ.นพ.ฮาโรลด์ กล่าวต่อไปว่า จากการศึกษา เบื้องต้นพบว่า ผู้ที่เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ ประเทศที่มีการรับประทานเนื้อวัวสุกๆ ดิบๆ ทำให้สันนิษฐานได้ว่าในเนื้อวัวอาจมีไวรัสที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ เพราะการติดเชื้อ สามารถความเชื่อมโยงกันในเชื้อไวรัสที่มาจากวัว หรือเชื้อแบคทีเรียอื่นๆ ดังนั้นขณะนี้จึงมีการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อศึกษาว่าเขื้อโรคที่เกิดขึ้นจะเชื่อมโยงไปทางพันธุกรรมของมนุษย์ได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม พันธุกรรมเป็นเพียงปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคมะเร็ง แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย เช่นการใช้ชีวิต การรับประทานอาหาร สิ่งเหล่านี้ล้วนสามารถก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้ทั้งสิ้น

                “วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกที่ผมคิดค้นขึ้น ไม่ใช่ฉีดเฉพาะในผู้หญิงเท่านั้น แต่ผู้ชายก็ควรฉีดด้วย โดยเฉพาะผู้ชายอายุ 15-15 ปี ยิ่งควรฉีด เพราะช่วงวัยรุ่น จะมีเพศสัมพันธ์มาก มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นมะเร็งปากทวารหนัก มะเร็งต่อมทอมซิล และมะเร็งที่อวัยวะเพศชาย ซึ่งวัคซีนดังกล่าวก็สามารถป้องกันโรคมะเร็งที่กล่างได้ โดยทั้งผู้หญิงและผู้ชายควรฉีดวัคซีนป้องกันในช่วงอายุ 9-14 ปี หรือก่อนมีเพศสัมพันธ์ เพราะหากฉีดหลังมีเพศสัมพันธ์แล้ว ไม่สามารถป้องกันโรคได้ อย่างไรก็ตาม วัคซีนมีความจำเป็นในการป้องกันโรคอย่างมาก เพราะโรคบางชนิดป้องกันไว้ไม่หิเกิดขึ้นดีที่สุด ดังนั้นในอนาคตวัคซีนควรจะมีราคาลดลง ดังนั้นรัฐบาล หน่วยงานที่รับผิดชอบ และตัวแทนในการผลิต จำหน่ายควรหารือเพื่อลดค่าวัคซีน เพื่อที่ประชาชนทุกคนจะสามารถฉีดป้องกันโรคมะเร็งได้” ศ.นพ.ฮาโรลด์ กล่าว

                ทั้งนี้ โรคมะเร็ง เป็นปัญหาสาธารณสุขที่รุนแรงระดับโลก เป็นภัยที่คุมคามชีวิตประชาชนที่อยู่ในวัยทำงานและผู้สูงอายุมากที่สุด โดยมีรายงานพบผู้ป่วยมะเร็งทั่วโลกปีละ 13.7 ล้านคน เสียชีวิตปีละ 7.6 ล้านคน แนวโน้มจำนวนผู้ป่วยและเสียชีวิตเพิ่มขึ้นทุกประเทส องค์การอนามัยโลกคาดการณ์ว่าในอีก 18 ปีข้างหน้า คือ ในปี 2573 จะมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ทั่วโลกประมาณ 17 ล้านคน องค์การอนามัยโลกได้เรียกร้องให้ทุกประเทผสเร่งป้องกัน ลดอัตราการเกิดโรคมะเร็งให้เร็วที่สุด โดยกำหนดให้ทุกประเทศลดอัตราการตายโรคมะเร็งให้ได้ร้อยละ 25 ภายในปี 2568 

ร่วมแสดงความคิดเห็น
จาก*
 
อีเมล
ความคิดเห็น*
 
มูลนิธิแพธทูเฮลท์ (path2health) อาคารร่วมประสงค์ ชั้น 3
37/1 ถนนเพชรบุรี 15 แขวงพญาไท เขตราชเทวี  กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์: 02-653-7563-5 โทรสาร: 02-653-7566
ด้วยความสนับสนุนของ กองทุนโลกฯ (The Global Fund to Fight AIDS, Tuberculosis and malaria)
33494362