ข่าว
สธ.เผยสถิติ วัยรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี คลอดบุตรเฉลี่ยวันละ 370 คน

วันที่ 16 ม.ค.นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมช.สาธารณสุข(สธ.) กล่าวภายหลังการเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ การขับเคลื่อนเพื่อแก้ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น เพื่อพัฒนาการเจริญพันธุ์แห่งชาติ ว่า อายุเฉลี่ยวัยรุ่นในปัจจุบันที่เริ่มมีเพศสัมพันธ์มีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ เฉลี่ยอยู่ที่ 15-16 ปี จากการสำรวจพฤติกรรมของสำนักระบาดวิทยาในนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ,5 และปวช.ปี 2 ระหว่างปี2550-2554 พบว่าอัตราการสวมถุงยางอนามัยในการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก อยู่ที่ร้อยละ 55.1 โดยวัยรุ่นร้อยละ 70 ใช้บ้านตัวเองในการมีเพศสัมพันธ์ สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อการตั้งครรภ์ของวัยรุ่นพบว่าส่วนใหญ่เกิดจากใช้วิธีคุมกำเนิดไม่ถูกต้อง หรือไม่ใช้วิธีป้องกันเนื่องจากขาดความรู้ มีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องการร่วมเพศ เพราะคิดว่าการมีเพศสัมพันธ์ครั้งเดียวจะไม่ต้องท้อง และการใช้ถุงยางขัดขวางความรู้สึกทางเพศ ไม่กล้าไปขอรับถุงยางอนามัยและยาคุมกำเนิด ทั้งนี้ ยังพบอีกว่ากลุ่มวัยรุ่นที่มีปัญหาเรื่องการมีเพศสัมพันธุ์และติดโรคจากการมีเพสสัมพันธุ์จะเป็นกลุ่มของเด็กที่เรียนเก่งมากกว่ากลุ่มเด็กเกเร

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เมื่อพิจารณาอัตราการคลอดของหญิงอายุต่ำกว่า 20 ปี ในปี 2554 พบว่า มีอัตราการคลอดบุตรเฉลี่ยวันละ 370 คน สูงกว่าปี 2553 ที่วันละ 240 คน และในอายุต่ำกว่า 15 ปี คลอดบุตรวันละ 10 คน ทั้งนี้จากการเก็บสถิติจากจังหวัดนำร่องจำนวน 13 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งมีโรงพยาบาลเข้าร่วม 134 แห่ง ในปี 2554 พบว่า ร้อยละ 53 ของผู้ป่วยที่ทำแท้งส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นและเยาวชน ร้อยละ 30 มีสถานภาพเป็นนักเรียนนักศึกษา ร้อยละ 80 เป็นการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์

“ถ้าเป็นในสายตาของต่างชาติ ไทยอาจภาพลักษณ์เป็นประเทศที่มีคุณแม่วัยทีนเป็นอันดับ 1 ของโลก เพราะมีวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปีคลอดบุตรวันละ 370 คน แต่ในความเป็นจริงเมื่อเทียบตามสถิติไทยมีอัตราการคลอดสูงเป็นลำดับที่ 2 ของภูมิภาคอาเซียนรองจากลาว เนื่องจากข้อมูลสถิติของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สธ. 2548-2554 พบว่า อัตราการคลอดในปี 2554 คิดเป็น 53.6 ต่อหญิงอายุ 15-19 ปีพันคน ขณะที่ลาวมีอัตราการคลอดอยู่ที่ 110 ต่อหญิงอายุ 15-19 ปีพันคน" นพชลน่าน กล่าว

เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆพบว่า ไทยมีสถิติการคลอดอายุน้อย เป็นอันดับ 1 ของโลก”นพ.ชลน่าน กล่าว

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า มาตราการแก้ไขที่ร่วมกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์พัฒนาอนามัยเจริญพันธุ์แห่งชาติฉบับที่ 1 พ.ศ.2553-2557 โดยจะส่งเสริมให้ครอบครัวอบอุ่นมีลูกเมื่อพร้อม สนับสนุนให้โรงเรียนมีการเรียนการสอนและจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความรู้เร่องเพศศึกษา รวมถึงการพัฒนาทักษะชีวิตของนักเรียน รวมถึงส่งเสริมให้โรงพยาบาลทุกแห่งพัฒนาระบสาธารณสุขและส่งเสริมการเข้าถึงบริการด้านอนามัยเจริญพันธุ์ในกลุ่มวัยรุ่นทั้งในระบบการศึกษาและนอกระบบการศึกษา ร่วมถึงการสนันสนุนให้ทุกจังหวัดมีการตั้งคณะกรรมการหรือคณะทำงานแก้ไขปัญหาอนามัยการเจริญพันธุ์ระดับจังหวัด โดยเฉพาะประเด็นการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นและเยาวชนด้วยการสร้างแผนยุทธศาสตร์ที่จะนำไปสู่การปฏิบัติ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาสุขภาพและอนามัย

“การแก้ปัญหาการท้องไม่พร้อมนั้นไม่ใช่ปัญหาของคนใดคนหนึ่งแต่ต้องเป็นการช่วยกันแก้ปัญหาโดยต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ดังนั้นทางสธ.จึงได้มีการผลักดันร่างพระราชบัญญัติพ.ศ...เกี่ยวกับเรื่องของการเจริญพันธุ์ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของกฤษฎีกา”นพ.ชลน่าน กล่าว

     
ร่วมแสดงความคิดเห็น
จาก*
 
อีเมล
ความคิดเห็น*
 
มูลนิธิแพธทูเฮลท์ (path2health) อาคารร่วมประสงค์ ชั้น 3
37/1 ถนนเพชรบุรี 15 แขวงพญาไท เขตราชเทวี  กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์: 02-653-7563-5 โทรสาร: 02-653-7566
ด้วยความสนับสนุนของ กองทุนโลกฯ (The Global Fund to Fight AIDS, Tuberculosis and malaria)
32544320