ดูหนัง ฟังเพลง
(แค่)อิฐอีกก้อนหนึ่งใน The Wall

ชื่อเพลง :  Another Brick in the Wall

ศิลปิน :  Pink Floyd

อัลบั้ม :   The Wall / 1979

 

 

                    พ่อบินข้ามทะเลสาปจากไปทิ้งไว้แต่ความทรงจำ

                   แค่ภาพใบหนึ่งในอัลบั้มภาพของครอบครัว

                    พ่อทิ้งอะไรไว้ให้กับฉันบ้าง พ่อทิ้งอะไรไว้เบื้องหลังให้กับฉันบ้าง

                   เหลือไว้แต่ อิฐก้อนหนึ่งในกำแพง

 

          นั้นเป็นคำร้องในบทเพลง Another Brick in the Wall Part I ของวงพิงก์ ฟลอยด์ ต้นแบบโปรเกรสซีฟร็อควงดัง  ในอัลบั้มประวัติศาสตร์ The Wall(1979)  ก่อนที่สมาชิกแกนหลักตัวเอ้อย่าง โรเจอร์  วอเทอร์ จะแยกย้ายอำลาเพื่อนร่วมก่อตั้งวงอีกสามคนไปในปีถัดมา

          ด้วยภาคเนื้อร้องของทุกอัลบั้มนับตั้งแต่อัลบั้มที่ 2 (A Saucerful of Secrets/ 1968) เรื่อยมา วอเทอร์รับหน้าที่ดูแลในส่วนนี้อย่างเต็มสตรีม และได้รับการยกย่องถึงการสร้างสรรค์ที่ประสบความสำเร็จมากมาย  จึงทำให้เขาเกิดอาการของขึ้นว่า พิงก์ ฟลอยด์ คือวอเทอร์  หรือวอเทอร์ คือ พิงก์ ฟลอยด์ขึ้นมา   จนเมื่อเกิดร้อยร้าวภายในวงก่อนที่จะแตกร้าวยากจะประสานหลังอัลบั้ม The Wallนี้  

          อีกทั้งผลงานการเขียนเพลงที่วอเทอร์มักนำมาจากข้อมูลคล้ายเรื่องราวในชีวิตจริงของเขาเองด้วยแล้ว อาจทำให้เห็นร่องรอยอะไรบางอย่าง  เช่น การที่วอเทอร์สูญเสียบิดาบังเกิดเกล้าไปในสนามรบตั้งแต่สองสามเดือนแรกที่เขาลืมตาดูโลก  ปมเขื่องขนาดใหญ่ในชีวิตเช่นนี้มีผลกับชีวิตของวอเทอร์ตลอดเวลา  กับพฤติกรรมการเป็นประธานชมรมวัยรุ่นท้องถิ่นต่อต้านนิวเคลียร์ ที่สะท้อนความคิดเริ่มแรกของเขา  จนต่อมาได้ถ่ายทอดออกมาเป็นบทเพลงที่แฝงด้วยพลังแห่งการจากลาและความเกลียดชังสิ่งที่พรากพ่อไปจากเขาดังบทเพลง Another Brick in the Wall Part I ข้างต้น

          อัลบั้ม The Wall มีบทเพลงกว่า 25 เพลงที่ร้อยเรียงเชื่อมต่อกันไปด้วยเนื้อหาและแนวทางดนตรีที่ต่อเนื่องกันเป็นคอนเส็ปอัลบั้ม  โดยมีเพลง Another Brick in the Wall สามตอนช่วยประสานหลอมรวมต่อกันและเป็นธีมหลัก  โดยเฉพาะใน Part 2นั้นมีประเด็นที่วอเทอร์เสนอเกี่ยวกับการศึกษาเล่าเรียนได้โดนใจใครหลายคนที่ว่า

 

                    เราไม่ต้องการการไม่ได้รับการศึกษา

                    เราไม่ต้องการการควบคุมโดยปราศจากความคิด

                   ไม่ต้องการคำแดกดันอันเลวร้ายในห้องเรียน

                   เฮ...คุณครูปล่อยให้เด็กๆอยู่กันตามลำพังเถอะ

                    ถึงที่สุดมันก็แค่ อิฐอีกก้อนหนึ่งในกำแพง

 

          ถ้าใครได้ดูมิวสิควีดีโอเพลงนี้คงจำภาพการเปรียบเทียบระบบการศึกษากับโรงงานอุตสาหกรรมได้ดีว่า  การเอาเด็กน้อยวัยบริสุทธ์ทั้งหลาย นำมาเข้าโรงงานผลิตให้กลายออกมาเป็นผู้คนสำเร็จรูปที่มีความรู้สึกนึกคิดแบบเดียวกัน  คล้ายกับมนุษย์ก๊อปปี๊ที่มาจากบล๊อคเดียวกันหมด   พร้อมๆกับประโยคจำฝังใจของเพลงที่มีเสียงตะโกนก้องว่า   Hey!  Teacher!  Leave them kids alone

          ที่ช่วยบ่งบอกถึงความคิดต่อต้านระบบและปฎิเสธกรอบดั้งเดิม  ภายในใจของผู้เขียนเพลงนามวอเทอร์ได้เป็นอย่างดี   แม้บทเพลงอื่นๆที่เหลือนั้นจะทิ้งข้อคิดหรือคำถามต่างๆนาๆไว้ให้บรรดาแฟนเพลงและผู้รับฟังนำไปคิดต่อกันเอาเองก็ตามที 

          วอเทอร์แยกตัวออกจากพิงก์ ฟลอยด์ อย่างเป็นทางการหลังจากสิ้นสุดการทัวร์คอนเสิร์ทThe Wall ในปี 1981  แม้สมาชิกที่เหลือจะเป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่ครั้งเรียนอยู่ที่ สถาบันรีเจนท์สตรีทโปลีเทคนิคในแคมบริดส์  อันได้แก่ ริก ไรท์ มือคีบอร์ด, นิก เมสัน มือกลอง และเดวิด กิลมัวร์ มือกีต้าร์ (ผู้มาแทน ซิด บาร์เรทท์ ตั้งแต่ยุคเริ่มก่อตั้งวง)   ดังนั้นคงไม่มีคำอธิบายตัวตนของวอเทอร์ได้ดีเท่าผู้คนรอบข้างเหล่านี้

          ไรท์  “สำหรับผม มันเป็นเพราะวอเทอร์เริ่มเปลี่ยนไป  เขาเริ่มจะเชื่อว่าเขาเป็นผู้นำของวง   ถ้าไม่มีเขาวงจะเดินหน้าต่อไปไม่ได้  อันที่จริงมันเป็นเพราะอัตราของเขาถูกพัฒนาให้แก่กล้ายิ่งขึ้น ”

          กิลมัวร์ “วอเทอร์จับเอาทุกสิ่งทุกอย่างจากมุมมองส่วนตัวออกมาเป็นปัญหา  ความเป็นอยู่จริงๆของมนุษย์  ผมเห็นว่ามันเป็นเรื่องของคนที่โชคดีที่สุดในโลกที่สามารถส่งผ่านความรู้สึกหงุดหงิดเข้าหาผู้คนที่ไม่เคยทำอะไรเลวร้ายกับเขาเลย  วอเทอร์ได้เครดิตไปคนเดียวมันสมควรแล้วหรือ  ใครๆก็รู้ว่ามันไม่ยุติธรรม ”

          เมสัน  “การบันทึกเสียงเต็มไปด้วยความตึงเครียด  เพราะวอเทอร์เริ่มออกอาการคลั่ง  เขาทำแต่เรื่องเลวร้ายใส่ไรท์...อัลบั้มเป็นการทำงานของกิลมัวร์กับวอเทอร์เท่านั้น  ไรท์กลายเป็นคนไร้ประโยชน์ ส่วนผมไม่ได้ช่วยอะไรสักเท่าไร ”

          ทั้ง หมดเป็นการกล่าวถึงวอเทอร์ในทิศทางเดียวกัน ซึ่งหลังจากนั้นวอเทอร์ออกมาเป็นศิลปินเดี่ยวและสามสหายยังแสดงว่าพวกเขาสา มารถเป็นพิงค์ ฟลอยด์ในแบบฉบับของเขาได้เช่นกัน

          ที่มาของอัลบั้ม The Wall เกิดขึ้นในระหว่างการทัวร์คอนเสิร์ทในช่วงปี 1977ที่วอเทอร์ได้สร้างกำแพงระหว่างพวกเขากับคนดูขึ้นจากพฤติกรรมไม่เหมาะสมของผู้ชมบางกลุ่มที่คอยแต่เป่าปากโห่ร้องอย่างเอ็ดตะโร  ดังคำกล่าวของวอเทอร์

          “พวกเราเล่นต่อหน้าผู้คนมากหน้าหลายตาที่ส่วนมากไม่ได้เห็นไม่ได้ยินอะไรเลย  หลายๆคนมาเพราะเป็นเรื่องต้องทำเท่านั้นเอง  พวกนั้นมีการแสดงตัวเองรอบๆเวทีแสดง ทั้งผลักกันไปมา ทั้งเล่นดอกไม้ไฟระหว่างทัวร์คืบหน้าไป ผมยิ่งรู้สึกแปลกแยกกับคนดูมากขึ้นทุกที  ทั้งที่ผมมีหน้าที่ให้ความบันเทิงกับพวกเขา  พวกนั้นส่วนมากมาที่นั่นก็เพื่อจะหาเบียร์ดื่มเท่านั้น ”

          นั้นเป็นคำพูดประดุจดั่งกำแพงที่เริ่มก่อตัวขึ้นของวอเทอร์  และบทลงท้ายใน part 3ของเพลง Another Brick in the Wall นั้นสามารถช่วยตกย้ำถึงตัวตนของวอเทอร์ผู้โดดเดี่ยวได้ดี ว่า

 

                    ฉันไม่ต้องการกำแพงรายล้อมตัวฉัน          

                    ฉันไม่ต้องการยามาทำให้ฉันสงบลง

                    ฉันเห็นแต่ข้อเขียนอยู่บนกำแพง

                    อย่าคิดว่าฉันต้องการให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเช่นนี้

                    ไม่ ฉันไม่ต้องการให้ทุกอย่างเป็นเช่นนี้

                    ถึงที่สุดก็เป็นเพียงแค่ อิฐก้อนหนึ่งในกำแพง

 

          เพราะถึงอย่างไรเขาน่าจะเข้าใจความหมายของแค่เพียง อิฐก้อนหนึ่งในกำแพง  ได้ดีที่สุด

ร่วมแสดงความคิดเห็น
จาก*
 
อีเมล
ความคิดเห็น*
 
มูลนิธิแพธทูเฮลท์ (path2health) อาคารร่วมประสงค์ ชั้น 3
37/1 ถนนเพชรบุรี 15 แขวงพญาไท เขตราชเทวี  กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์: 02-653-7563-5 โทรสาร: 02-653-7566
ด้วยความสนับสนุนของ กองทุนโลกฯ (The Global Fund to Fight AIDS, Tuberculosis and malaria)
32836523