แวดวงการศึกษา : เรื่องเพศ (สนุกๆ) ในภาษาไทย
อิเหนา (ตอนที่ ๒๔) เหมือนเขาเปรียบเทียบความเมื่อยามรัก  แต่น้ำผักต้มขมก็ชมหวาน

                เรื่องราวความรักของหนุ่มสาวในเรื่องอิเหนา เริ่มต้นด้วยอิเหนากับจินตะหรา แรกพบก็ประสบรัก และหาญหักเอาตามใจ ไม่ได้คิดถึงเหตุผลทางประเพณีในสมัยนั้น เพราะว่าอิเหนามีคู่หมั้นอยู่แล้ว ด้วยความลุ่มหลงจึงบอกปัดยกเลิกหมั้น แต่ไม่ทันไร เมื่อไปพบกับคู่หมั้นตัวจริง กลับยิ่งหลงใหล บุ่มบ่ามทำอะไรตามใจ ใช้กลอุบายลักนางจนทำให้วุ่นวายไปทั้งเรื่อง บ้านเมืองต่างๆพลอยวุ่นวายกันไปทั่ว ครั้นตามตัวพบกันครบ เรื่องก็จบลงที่ผู้ใหญ่จัดการให้มีงานวิวาห์ตามประเพณี

อันอะหนะอิเหนากุเรปัน                                      ผิดนั้นใหญ่พ้นคณนา

เพราะเหตุใจหนุ่มก็หุนหัน                                   ไปผูกพันหลงรักจินตะหรา

แต่ก็เป็นพงศ์พันธุ์กันมา                                        หากใช่วงศ์เทวาเลิศไกร

จำจะกันฉันทาราคี                                                 อย่าให้มีผู้ล่วงติได้

จะให้เสนานำสารไป                                             ยังพิชัยหมันหยาธานี

ให้ระตูนำราชธิดา                                                  มาแต่งการราชาภิเษกศรี

ทั้งอะหนะบุษบานารี                                            ให้เป็นที่อัครราชราชา

               

                แต่เรื่องของความรักความใคร่ จะมั่นหมายให้จบลงแบบเรียบง่ายนั้นได้หรือ นี่คือตัวอย่างที่น่าสนใจ พวกผู้ใหญ่ใจดี คิดว่าไหนๆ เด็กๆ ก็ได้เสียเป็นเมียผัวกันแล้ว ก็จัดการตามประเพณีซะ หวังจะไม่ให้ใครติเตียน แต่ความคับแค้นของคนที่ถูกทอดทิ้ง หนักยิ่งกว่าจะมาทำแค่ตามแบบแผน  อ่านดูปฏิกิริยาของนางจินตะหราดูนะครับ

ตามสารซึ่งจะให้ไปแต่งการ                                 ยังสถานกาหลังกรุงศรี

ซึ่งจะแบกหน้าไปครานี้                                        อัปยศพ้นที่จะพรรณนา

จะอดสูใครใครก็ไม่คิด                                        ไม่เจ็บจิตรเหมือนหนึ่งชาวดาหา

อันความแค้นแสนทุกข์ทรมา                                               ยิ่งกว่านอนอยู่ในกองไฟ

เพราะชาติชายเช่นนี้ไม่มีสัตย์                                               สารพัดไม่เอาคำได้

มิขอพบขอเห็นสืบไป                                           แต่รอยก็อย่าให้ร่วมกัน

หากเกรงพระชนกชนนี                                        หาไม่ฤๅพี่จะผายผัน

นี่จำเป็นจำใจจรจรัญ                                             จะต้องกลั้นแค้นไปทุกเวลา

 

                ดุเดือด แต่จำใจ เรื่องราวจะจบลงอย่างที่ผู้ใหญ่คาดหวังหรือไม่ ตามเรื่องว่า ท้าวหมันหยาเมื่อได้รับสารจากท้าวกุเรปันแห่งวงศ์เทวา เกรงฤทธาเป็นที่ยิ่ง จำใจนำนางจินตะหรามาร่วมงานวิวาห์ เมื่อพากันมาถึงเมืองกาหลัง ขณะหยุดยั้งตั้งพักอยู่นอกเมืองก็แจ้งข่าวไปยังในเมืองกาหลัง ตามประเพณีรับแขกเมืองก็ต้องมีคนออกมารับ เรื่องราวตอนนี้คงต้องตกกับอิเหนา แต่อิเหนายังลังเลเกรงใจนางบุษบาจึงนิ่งเงียบ  ฝ่ายผู้ใหญ่ที่อ่านท่าทีอยู่ ก็ชอบที่จะเล่นกับอารมณ์ของเด็กๆ ขอให้มีโอกาสเป็นไม่ได้เลยเชียว มีกระแนะกระแหนสักหน่อย จึงจะอร่อยใจกระมัง

                เมื่อนั้น                                                    พระจอมพิชัยดาหา

จึงตรัสแก่อิเหนานัดดา                                          ไฉนมานิ่งอยู่ดูเบา

ระตูได้มาถึงเวียงชัย                                              เหตุไรไม่ออกรับเล่า

เขาจะพลอยติฉินนินทาเรา                                   ทั้งจะน้อยใจเจ้าผู้หลานรัก

 

                อิเหนาจึงจำใจออกไปรับเจ้าเมืองหมันหยา พ่อตาของตัวเข้าเมือง มาดูเหตุการณ์เมื่ออิเหนาพบกับจินตะหราอีกครั้ง ว่าจะเป็นยังไง

                น้องเอยน้องรัก                                      ผินพักตร์มานี่พี่มาหา

จะเล่าความให้ฟังแต่หลังมา                                  เป็นสัจจาจริงจังดังนี้

เมื่เสร็จศึกนึกไว้ว่าจะกลับ                                    กรรมวิบากยากยับเจียวเจ้าพี่

ต้องเดินป่าฝ่าดงพงพี                                             ถึงเจ็ดปีสี่เดือนเพิ่งเคลื่อนคลาย

พี่คิดถึงจึงทูลพระภูบาล                                       ให้มีสารไปรับโฉมฉาย

เฝ้าแต่ค้อนควักไม่ทักทาย                                    จงภิปรายเปรมปรีดิ์ด้วยพี่ยา

                แหม.. “สัจจาจริงจัง”  ที่อิเหนาเล่าให้จินตะหราฟังนี่ ในฐานะที่เราเป็นคนนอก ได้รู้เห็นเรื่องราวมาตลอด นี่เห็นว่าอิเหนาช่างยอดโกหกเลย

                นางจินตะหราไม่หายโกรธ แม้จะได้โปรดเป็นมเหสีใหญ่ประไหมสุหรี มีศักดิ์ศรียิ่งกว่าบุษบา ก็ไม่ได้ยินดีปรีดากับตำแหน่งเลย

                เมื่อนั้น                                                    ระเด่นมนตรีเรืองศรี

ตั้งแต่เสร็จการวิวาห์ไปธานี                                  ภูมีสุขเกษมเปรมใจ

ด้วยพระมเหสีทั้งเก้าองค์                                      ฝูงอนงค์กำนัลน้อยใหญ่

แต่ระเด่นจินตะหราทรามวัย                                                นางมิได้มาเฝ้าสักเวลา

พระแจ้งใจในนางโฉมตรู                                     ยังเคืองข้องแค้นอยู่นั้นหนักหนา

จำจะไปไกล่เกลี่ยพูดจา                                        ให้หายโกรธาเสียสักที

.................

               

                ดวงเอยดวงสมร                                    อย่าเคืองค้อนแค้นจิตคิดสงสัย

ด้วยตัวพี่มีกรรมจึงจำไกล                                    อรไทอย่าระคางหมางเมิน

พี่ตั้งจิตคิดมาหาน้อง                                             อย่าขุ่นข้องแค้นระคางให้ค้างเขิน

ตรัสพลางสัพยอกหยอกเอิน                                                อย่าสะเทินเหินห่างอยู่อย่างนั้น

พระกรสอดกอดรัดกระหวัดไว้                          นางปิดกรค้อนให้แล้วผินผัน

พระปราศรัยไขว่คว้าเป็นเชิงชั้น                          ทรงธรรม์วอนว่าให้อาลัย

 

                อิเหนาจึงจำต้องไปงอนง้อ แต่ก็ท้อใจกลับมา ถึงกับถอดใจไปเหมือนกัน นั่นทำให้ในสายตาของผู้ใหญ่  เห็นว่าการกระทำของอิเหนาไม่เหมาะสม ที่ทำตัวละเลยเมียตัวเอง ทำอะไรไม่เท่าเทียม ผู้ใหญ่จำลงมาช่วยแก้ไข

                เมื่อนั้น                                                    โฉมยงองค์ประไหมสุหรี

จึงตรัสตอบอิเหนาไปทันที                                  เจ้านี้เห็นชายจะดีครัน

เขาจึงไม่ดูหน้าพาที                                                               ต่อจะมีสิ่งขัดเป็นข้อขัน

แต่นี้ไปแม้ไม่จรจรัญ                                            งอนง้อนางนั้นให้ไยดี

ก็จะพรากบุษบาลาวัณย์                                        มิให้เห็นหน้ากันทั้งสองศรี

ครั้นมิว่าโดยธรรม์ประเพณี                                 ข้างนี้ลูกนั่นก็หลานรัก

               

                ผู้ใหญ่ก็หวังดี อยากให้อยู่กันอย่างมีความสุข  อิเหนาจึงถูกกดดันให้ไปหาทางปรองดองกับนางจินตะหราอีกครั้ง

                 

                ดวงเอยดวงยิหวา                                   เฝ้าเคืองค้อนพี่ยาไม่เหือดหาย

พี่จะเล่าตั้งแต่ต้นไปชนปลาย                                               โฉมฉายคอยฟังสัจจังเจียว

มีรับสั่งสมเด็จพระบิดา                                         ให้พี่ตามบุษบาในป่าเปลี่ยว

ละนางร้างรักไว้ผู้เดียว                                          กระสันเสียวถึงเจ้าทั้งเช้าเย็น

ครั้นเสร็จสรรพรับน้องมาครองสวาท                 นุชนาฏน้อยจิตไม่คิดเห็น

แสนลำบากยากเหลือเหื่อกระเด็น                        ไม่ว่างเว้นราชการท่านใช้เลย              

จึงมิได้กลับไปเมืองหมันหยา                                              เพราะเป็นกรรมทำมาดอกน้องเอ๋ย

ตั้งแต่นี้ดีกันเสียฉันเคย                                         จงปรายเปรยเปรมปรีดิ์กับพี่ยา

               

                อิเหนาไปหานางจินตะหรา ตีหน้าเศร้า  เล่าความเท็จอีกครั้ง  เรื่องจึงยังคงจบแบบเดิมๆ ถ่านไฟเก่าไม่ยอมติด    เขามีกิจกรรมอะไร ไปเที่ยวสนุกสนานกันแค่ไหน นางจินตะหราไม่ได้สนใจไป ช่างใจแข็งจริงๆ

                เมื่อนั้น                                                    ฝ่ายประไหมสุหรีดาหา

ตั้งแต่ไปใช้บนมา                                                  นางพิศดูจินตะหรามาหลายวัน

เห็นพัตราเศร้าหมองหม่นไหม้                             อิเหนาไม่ไปหาเป็นแม่นมั่น

นี่ก็ลูกโน่นก็หลานรำคาญครัน                            จะคิดกันนินทาเสียให้มิด

จำจะให้หาบุษบามา                                               ยึดเอาไว้เสียให้สาสมจิต

อิเหนาจะเชื่อดีว่ามีฤทธิ์                                        ฤๅจะคิดอย่างไรจะได้ฟัง

 

                วิธีการขององค์ประไหมสุหรีเมืองดาหา นำนางบุษบาไปกักไว้ในวัง  หวังกดดันอิเหนา แต่เรื่องกลับไปลงที่ลูกชายของตัวเอง กระทบกันเป็นลูกโซ่

                อิเหนาเมื่อถูกพรากบุษบาไป ก็ป่วยไข้ กินไม่ได้ นอนไม่หลับ นางวิยะดาน้องสาวของอิเหนา (ภรรยาของสียะตราน้องของบุษบา) คิดแก้เผ็ดแบบเด็กๆ โดยการทิ้งสียะตราไปอยู่กับแม่ของตัวเองบ้าง  สียะตราที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เศร้าเสียใจป่วยไข้ไปเหมือนอิเหนา  แม่ของสียะตราจึงไปหาแม่ของวิยะดา (ผู้เป็นพี่สาวของตัวเอง)  อ่านแล้วอาจจะงงๆ ในความสัมพันธ์ จึงวงเล็บเพิ่มเติม แต่ไม่รู้ว่ายิ่งเพิ่มความสับสนมากขึ้นมั้ยนี่  เอาเป็นว่า อิเหนาได้นางบุษบาคืนมา สียะตราก็ได้อยู่กับวิยะดาตามปกติ  และ

เรื่องราวรู้ไปถึงพ่อแม่ของนางจินตะหรา ทำให้ท้าวหมันหยาและมเหสี ต้องปลอบ สอนสั่งให้นางจินตะหราอ่อนข้อลงบ้าง   อิเหนาจึงถูกกดดันหนักขึ้นอีก จำใจไปหานางจินตะหรา ครั้งนี้นางจินตะหราพูดจาตอบโต้ออกมาบ้าง

เหมือนเขาเปรียบเทียบความเมื่อยามรัก                              แต่น้ำผักต้มขมก็ชมหวาน

ถึงยามยืดจืดกร่อยทั้งอ้อยตาล                                             เคยโปรดปรานเปรี้ยวเค็มรู้เต็มใจ

 

                อิเหนา ใช้คำหวาน ออดอ้อน อ่อนข้อให้ แถมมือไม้ก็วุ่นวายไปทั่ว

จะรักสองน้องรักอัคเรศ                                       เหมือนดวงเนตรพี่ชายทั้งซ้ายขวา

ความรักเจ้าเท่ากันไม่ฉันทา                                  อย่าสงกากินแหนงแคลงฤทัย

จงผินมาพาทีกับพี่บ้าง                                           จะหมองหมางมึนตึงไปถึงไหน

พระว่าพลางทางประโลมลูบไล้                          นี่อะไรเฝ้าปัดสะบัดมือ        

 

                นางจินตะหรา ที่แค้นฝังลึก ตอนอิเหนาจะจากนางไปรบป้องกันเมืองดาหา ทำท่าเหมือนจะเป็นจะตายที่ต้องพรากจากกัน  แต่อิเหนาไปหลงนางบุษบาเสียเกือบแปดปี  ไม่มีแม้จะส่งข่าวมา นี่มันน่าแค้นแทนจินตะหราเหมือนกัน

ด้วยหลายปีมิได้ใกล้พระบาท                                              คิดขยาดยังไม่หายที่อายเหนียม

โปรดเหมือนอย่างนางห้ามตามธรรมเนียม         อย่าและเลียมโลมลองไม่ต้องการ

ใช่รุ่นราวสาวแส้เหมือนแม่ม่าย                            เช่นกับปลายอ้อยหมดที่รสหวาน

อย่าว่าดื้อถือโทษจงโปรดปราน                          แต่ก่อนกาลมิใช่พระไม่เคย

 

                นางจินตะหรา ต่อรองขอเป็นแค่คนรับใช้  (นางห้าม) ไม่อยากให้เป็นเช่นสามีภรรยา  แต่อิเหนามีภารกิจมากกว่านั้น

พระว่าพลางทางประโลมลูบต้อง                        ค่อยประคองอุ้มนางขึ้นวางตัก

แนบสนิทชิดชมภิรมย์รัก                                     ต่างรู้จักเจนเชิงละเลิงลาน

เมขลาล่อแก้วแววสว่าง                                         อสูรขว้างขวานเปรี้ยงเสียงประหาร

ทั้งฝนฟ้าอาเพศใช่เทศกาล                                    ก็ตกซ่านเซ็นซ่าลงหน้าแล้ง

ยิ่งพรอยพรำน้ำมากเปี่ยมปากบ่อ                         ท่วมทั้งท่อเล็กน้อยรอยระแหง

โกสุมปทุมมาลย์บานแบ่ง                                     ฝูงแมลงภู่ผึ้งลงคลึงเคล้า

อัศจรรย์บันดาลด้วยถ่านดับ                                                พระเพลิงกลับติดฮือกระพือเผา

พระเอนแอบแนบองค์นางนงเยาว์                       จนเลยเข้าที่หลับระงับไป

 

                นางจินตะหรา จึงมิอาจต้านทาน      ถ่านไฟเก่าก็คุโชนขึ้นอีกรอบ ฝนฟ้าก็ตกซ่าแม้ในหน้าแล้ง 

                เมื่อนั้น                                                    จินตะหราวาตีศรีใส

ได้ร่วมรสรักร้างที่ห่างไกล                                  อรไทชื่นชมสมคิด

อันความขุ่นเคืองเคียดเดียดฉันท์                         ข้อนนั้นหายหมดดังปลดปลิด

เฟี้ยมเฝ้าเคล้าคลึงพระทรงฤทธิ์                            งอนจริตกระบิดกระบวนชวนพูดจา

 

                ใครที่เอาใจช่วยนางจินตะหรา คงคิดว่าเรื่องน่าจะจบแบบมีความสุข  แต่ผู้แต่งเรื่องอิเหนาใจดำไปหน่อย ที่ต่อเรื่อง เล่าความในใจของอิเหนาให้เรารู้

                เมื่อนั้น                                                    ระเด่นมนตรีมียศถา

ได้ร่วมภิรมย์สมจิตที่คิดมา                                   พอเวลารุ่งแจ้งแสงทอง

พระโลมลูบจูบสั่งซังตาย                                      แล้วผันผายลีลามาจากห้อง

 

                อย่างไรก็ตาม  เรื่องราวของอิเหนา ก็จบลงแบบดูเหมือนจะสุขสบาย ตามระเบียบประเพณีนิยม ของสังคม ตามยุคสมัยในเรื่องนั้น

                เมื่อนั้น                                                    อิเหนาเฝ้าชมไม่แหห่าง

ไปมาหาสู่ทั้งสิบนาง                                              มิได้ว่างเว้นสวาทขาดวัน

มีพระทัยใสโสมนัสสา                                          องค์ระเด่นบุษบาสาวสวรรค์

ยิ่งกว่านางทั้งเก้าเหล่านั้น                                      ด้วยร่วมวงศ์เทวัญกันมา

ทั้งเป็นเพื่อนยากลำบากลำบน                              ต้องซุกซนซอกซอนนอนกลางป่า

จักแหล่นจะตายวายชีวา                                        เพราะเที่ยวหาน้องนุชจนสุดฤทธิ์

ร่วมภิรมย์ชมรสต่างต่าง                                        ตามอย่างกษัตริย์สุจริต

เพลิดเพลินเจริญใจอยู่เป็นนิจ                                              มิได้คิดฉันทาราคี

                               

ใครจะชอบไม่ชอบอิเหนา ประการใด ก็แล้วแต่ใจของท่าน

ขออย่างเดียว       อย่า “ว่าแต่อิเหนา  เรากลับเป็นซะเอง”        นะครับ
จบเรื่องอิเหนาแต่เพียงเท่านี้นะครับ

ร่วมแสดงความคิดเห็น
จาก*
 
อีเมล
ความคิดเห็น*
 
มูลนิธิแพธทูเฮลท์ (path2health) อาคารร่วมประสงค์ ชั้น 3
37/1 ถนนเพชรบุรี 15 แขวงพญาไท เขตราชเทวี  กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์: 02-653-7563-5 โทรสาร: 02-653-7566
ด้วยความสนับสนุนของ กองทุนโลกฯ (The Global Fund to Fight AIDS, Tuberculosis and malaria)
34876298