คู่มือวัยทีน : ก้าวที่สาม
พ่อกับแม่แยกทาง....ความผิดของใคร

 

          เธออย่าคิดมากไปเลยนะเพื่อน ฉันเข้าใจเรื่องที่เธอเล่าถึงปัญหาในครอบครัวของเธอให้ฉันฟัง ครอบครัวฉันเองก็เป็นอย่างเธอเหมือนกันแหละ บางเรื่องที่ผู้ใหญ่ทำกันนั้น เด็กอย่างเรายังไม่เข้าใจหรอก

          พ่อเคยสอนไว้ว่า เป็นเด็กมีหน้าที่เรียนหนังสือหาความรู้ใส่ตัว และต้องไม่ทำตัวเกกมะเหรกเกเรสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น พ่อของฉันยังย้ำเสมอๆ ว่าถึงแม้เราจะไม่ได้อยู่เป็นครอบครัวใต้ชายคาบ้านเดียวกันเหมือนเมื่อก่อน แต่พ่อกับแม่ก็ยังรักลูกเสมอ และขอให้ลูกทุกคนรักและเคารพพ่อแม่ เพราะท่านทั้งสองคือผู้มีพระคุณสูงสุดของเรา

         ทุกวันนี้พ่อยังมารับ-ส่งฉันไปโรงเรียนเป็นปกติ ตอนเช้าและเย็นหลังจากกลับจากเรียนหนังสือแล้วแม่ก็จะทำขนมและอาหารอร่อยๆ ซึ่งส่วนมากมักเป็นของโปรดไว้ให้ฉันกินเหมือนเช่นทุกวัน ส่วนวันหยุดยาวๆ ถ้าพ่อไม่ว่างหรือติดธุระอื่น แม่ก็จะเป็นคนพาฉันไปเที่ยวต่างจังหวัดบ้างเป็นครั้งคราว และที่ที่ฉันชอบไปที่สุดก็คือทะเลนั่นเอง

         แต่ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ ตอนที่พ่อกับแม่ยังอยู่ด้วยกัน ฉันต้องนั่งกินข้าวพร้อมฟังเสียงทะเลาะกันของพ่อกับแม่แทบทุกเช้าและเย็น ยิ่งวันไหนพ่อกลับจากที่ทำงานค่ำมืด คืนนั้นฉันต้องนอนคุดคู้เอาสองมืออุดหูเพราะผู้ใหญ่สองคนจะโหวกเหวกใส่กันเสียงลั่นบ้านไปหมด

         ในช่วงแรกนั้นบรรยากาศในครอบครัวของฉันก็สงบราบเรียบเป็นปกติ แต่เมื่อพ่อเริ่มกลับบ้านดึก และมักมีกลิ่นเหล้าติดตัวมาด้วย แม่ก็จะหาเรื่องบ่นต่างๆ นาๆ แล้วเสียงบ่นก็เปลี่ยนเป็นเสียงตวาดเข้าใส่กันอย่างดุเดือด จนกระทั่งพ่อตัดสินใจหอบเสื้อผ้าออกไปอยู่บ้านยาย และจะกลับมาที่บ้านนี้เฉพาะตอนเช้ากับตอนเย็นที่ต้องมารับ-ส่งฉันไปโรงเรียน

          พ่อบอกกับฉันว่ารักฉันกับแม่มาก แต่มีเหตุผลบางอย่างที่เด็กอย่างฉันยังไม่เข้าใจ ต้องรอให้โตเป็นผู้ใหญ่กว่านี้ จึงจะรู้เรื่องในสิ่งที่พ่อกับแม่ทำ ฉันเองก็ไม่ได้ซักไซ้กวนใจพ่ออีกเลยนับแต่นั้นมา

          เคยมีเพื่อนๆ บางคนพยายามถามฉันเกี่ยวกับเรื่องของครอบครัวอยู่เหมือนกัน แม้กระทั่งผู้ใหญ่บางคนก็ถามอย่างกับว่าจะให้ฉันเป็นคนตัดสินใจปัญหาน่าปวดหัวนี้ พวกเขามักเอ่ยในทำนองว่าเสียใจหรือเปล่าที่พ่อแม่แยกทางกัน แหม....ลองพวกเขามาเจอเองบ้างสิ.... ดูซิว่าเขาจะรู้สึกอย่างไร

         ฉันไม่รู้หรอกนะว่าทำไมทุกคนจะต้องโยนความผิดให้กับคนนั้นคนนี้ แต่ที่แน่ๆ ต้องไม่ใช่พ่อหรือแม่ของฉัน
แน่นอน เพราะฉันรู้ว่าท่านทั้งสองยังรักและห่วงใยลูกคนนี้มากกว่าใครๆ ในโลก เพียงแต่พ่อกับแม่มีปัญหาที่อยู่ด้วยกันไม่ได้เท่านั้นเอง

         ที่สำคัญ เดี๋ยวนี้ฉันไม่ต้องทนกับบรรยากาศอันร้อนรุ่มเวลาที่พ่อกับแม่ระเบิดพายุอารมณ์ใส่กันอีกแล้ว เพราะท่านทั้งสองต่างมีเส้นทางเดินของตัวเองที่ท่านเลือกอย่างเหมาะสม บ้านของฉันจึงปลอดจากการสร้างภาพครอบครัวอันแสนสุข แต่ภายในลุกเป็นไฟอีกต่อไป

ความคิดเห็น
หน้าที่
ความคิดเห็นที่ 55
เเม่ไม่ค่อยสนใจต้องทำยังไงดี?
นางสาวพิชญาภรณ์ ชาตะรักษ์ ชั้น ม.4/8 เลขี่ 15
(25 สิงหาคม 2559  เวลา 15:56:45)
ความคิดเห็นที่ 54
เหตุที่ นักศึกษาหญิง ที่กำลัง เรียนใน ระดับมหาวิทยาลัย ในปัจจุบัน จำนวนหนึ่ง นิยม มีเพศสัมพันธ์ กับพ่อของตัวเอง ก็เพราะว่า ตัวลูกสาว ที่ส่วนใหญ่กำลัง เรียนอยู่ใน ระดับปริญญาตรี ซึ่งอายุปกติจะอยู่ที่ 18 ปี ถึง 25 ปี โดยประมาณ หลายๆคน ซึ่งยังไม่มีแฟน คิดว่า  การมีเพศสัมพันธ์ กับพ่อนั้น ปลอดภัยจาก โรคติดต่อ  ส่วนคนเป็นแม่นั้น บางราย ทีแรกก็ จะต่อว่า ลูกสาว หรือมี ท่าที เหมือนกับ จะไม่ยอม ให้ลูกสาว มีเพศสัมพันธ์กับพ่อ แต่ต่อมา ก็อนุญาต เพราะ รู้ว่า ลูกสาว ที่กำลังเรียนอยู่ ในระดับ หมาวิทยาลัยนั้น กำลังอยู่ ในวัยเจริญพันธ์ ซึ่งเป็นวัยที่มีความอยากที่จะมีเพศสัมพันธ์ และเข้าใจว่าเป็นธรรมชาติของคนวัยนี้ โดยตัวแม่เองก็คิดว่า หากให้ลูกมีเพศสัมพันธ์กับพ่อ  อย่างไร ก็ปลอดภัยกว่า ไปมีอะไร กับเพื่อนผู้ชาย ที่มหาวิทยาลัย ซึ่งแม่ไมรู้ว่าจะปลอดภัย จากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หรือไม่ และหากลูกสาวมีเพศสัมพันธ์ กับพ่อ เป็นประจำเพียงคนเดียว แม่ก็จะไม่ต้อง กังวลว่าลูกสาว  จะไปติด โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ จากคนอื่น สรุปคือ แม่คิดว่า แบบนี้ ปลอดภัย สำหรับ ลูกสาว  ที่กำลังเรียนอยู่ใน ระดับมหาวิทยาลัย และแม่จะได้ไม่ต้องกังวล เรื่อง โรคติดต่อ ของลูกสาว
นชาพรรณ
(13 มิถุนายน 2558  เวลา 07:42:15)
ความคิดเห็นที่ 53
   แม่คนหนึ่งรักและเลี้ยงดูลูกได้สักกี่คน คำตอบก็คือ ถ้าเป็นลูกของแม่แล้วไม่ว่ากี่คนแม่ก็มีความรักความห่วงใย ความปรารถนาดีให้แก่ลูก ๆ ทุกคนอย่างไม่เอียงเอน พร้อมที่จะเลี้ยงดูลูกเสมอไม่ว่าลูกจะสูงต่ำดำขาว โง่เขลาหรือเฉลียวฉลาด และไม่ว่าลูกจะเติบโตขึ้นเพียงใด แม่ก็ยังคงคอยมองดูและคอยประคับประคองเมื่อลูกก้าวพลาดเสมอ

            โดยทั่วไปแล้ว แม่ธรรมดาคนหนึ่งมีลูกไม่กี่คน อย่างมากก็สิบกว่าคนเท่านั้น แต่เชื่อไหมว่ามีแม่คนหนึ่งที่เลี้ยงลูกได้หลายสิบล้านคนได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง มอบความรัก ความห่วงใย ความเสมอภาคเท่าเทียมและความปรารถนาดีแก่ลูกของแม่ทุก ๆ คน แม่คนนี้รักลูกทุกเพศ ทุกวัย ทุกฐานะ ทุกอาชีพ แม่ชื่นชมกับความสำเร็จที่ลูกหลาย ๆ คนได้รับ คอยเฝ้าดูอยู่ห่าง ๆ ดูด้วยความปิติยินดี แววตาของแม่เปี่ยมไปด้วยความรักความเอื้ออาทร  เป็นรักที่บริสุทธิ์อย่างถ่องแท้ และเมื่อใดที่ลูกของแม่คนไหนได้รับความทุกข์ความยากลำบาก มีหรือที่แม่นี้จะทนอยู่ได้อย่างเฉยชา เมื่อลูกทุกข์  แม่ก็ทุกข์ด้วย แม่จึงต้องตระเวนไปตามสถานที่ต่าง ๆ ของ "บ้านหลังใหญ่" หลังนี้ให้ทั่วเพื่อดูแลความเป็นอยู่ของลูก หลายครั้งแม่ก็ทำหน้าที่เป็นแม่บุญธรรมรับเลี้ยงลูกของเพื่อนบ้านที่หนีร้อนมาพึ่งเย็น แม่คนนี้ก็ดูแลลูกบุญธรรมเป็นอย่างดี อุปการะไว้จนเห็นบ้านของเขาสงบดีแล้วจึงจะส่งลูกกลับไป

            แม่คนนี้จะเป็นใครไม่ได้เลยนอกจาก "สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ" พระผู้ทรงเป็น "แม่ของแผ่นดิน" แม่ที่เป็นคู่พระบารมีของพ่อนับตั้งแต่ที่พระองค์ทรงดำรงตำแหน่งเป็นสมเด็จพระราชินี พระเมตตาของพระองค์ก็ได้แผ่ปกเกล้าเหล่าพระสกนิกรชาวไทยได้อย่างไม่เคยขาด  พระองค์ทรงมอบความรัก ความเมตตาให้กับราษฎรของพระองค์ทุก ๆ คน ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการได้อย่างครบถ้วนอย่างที่แม่คนหนึ่งพึงจะปฏิบัติต่อลูก พระองค์ทรงเสด็จไปเยี่ยมราษฎรทั่วผืนแผ่นดินไทย พสกนิกรชาวไทยทุกคนจึงศรัทธาในสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างลึกซึ้ง  และตอบกลับความรักนั้นไว้ในพระราชหฤทัยและสนองตอบอันเป็นความรักอันบริสุทธิ์กว้างใหญ่ไพศาล มอบแก่ลูก ๆ ทุกคนของพระองค์

            "จับมือลูกเรียนเขียน ก. ไก่    สอนให้ลูกเป็นคนดีมีเหตุผล
            จากนั้นลูกของแม่แต่ละคน    จึงรวมตนเป็นชาติที่มีวัฒนธรรม"

            สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจใหญ่น้อยนานัปการได้อย่างดียิ่งโดยมีเวลา ความศรัทธาและความจงรักภักดีของพสกนิกรไทยเป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่า พระองค์ทรงปฏิบัติได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง พระองค์ทรงขึ้นเขาลงห้วยไปหาทวยราษฎร์ด้วยพระราชหฤทัยที่มุ่งมั่นในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้พสกนิกรที่ทรงเห็นว่ามีความอดอยากยากแค้น ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปา ไม่มีอาหารกินให้อิ่มท้อง พระแม่ของคนไทยทรงทักถามความยากลำบากต่าง ๆ และรีบเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างไม่รอช้า เมื่อลูกป่วยแม่ก็พาหมอมาให้ ลูกไม่ได้เรียนหนังสือแม่ก็ส่งเสียให้เรียน ท้องที่กันดารไม่มีครูแม่ก็หาครูมาสอน หรือแม้แต่ลูกไม่มีงานทำ แม่ก็หางานให้โดยทรงเลือกหัตถกรรมให้เป็นอาชีพเสริมการเกษตร ให้โอกาสแก่คนพิการ คนว่างงาน ชาวไทยภูเขาเผ่าต่าง ๆ โดยไม่แบ่งชนชาติไม่แบ่งชั้นวรรณะ และด้วยความเชื่อว่าลูกของแม่เป็นคนไทยที่มีสายเลือดของความเป็นช่างอยู่ทุกคน หากฝึกฝนให้มากขึ้นก็สามารถสร้างผลงานออกมาได้อย่างวิจิตรงดงามเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก  ภายใต้กำลังใจที่แม่มอบให้ แม่ไม้ต้องการให้ลูก ๆ ของแม่เอาแต่พึ่งพาคนอื่น แม่ต้องการให้ลูก ๆ อยู่ได้ด้วยตนเอง โดยแม่เป็นเพียงผู้ชี้ทางสว่างให้  เป็นผู้สั่งสอนอบรมและมอบความรู้ต่าง ๆ ให้แก่ลูก ด้วยหวังให้ลูกสามารถอยู่ร่วมกันได้เป็นและเป็นกำลังที่ยอดเยี่ยมของประเทศชาติต่อไป

            ศูนย์ศิลปาชีพเป็นเพียงหนึ่งสิ่งที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถทรงจัดตั้ง เพื่อสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่ราษฎร เหมือนกับการให้ชีวิตใหม่แก่ราษฎรที่กำลังประสบความทุกข์ยาก แต่ทว่าพระองค์มิได้ทรงทำเพียงเท่านั้นพระองค์ยังทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจอันใหญ่หลวงอีกนานัปการ อาทิด้านการศึกษาพระองค์ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นทุนให้เยาวชนศึกษาเล่าเรียนตามกำลังความสามารถ จัดตั้งโครงการศาลาร่วมใจซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ด้วยตนเองของราษฎรตามท้องถิ่นต่าง ๆ ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ทรงจัดตั้งโครงการสวนสัตว์ป่าเปิดภูเขียวตามพระราชดำริ โครงการอนุรักษ์พันธ์เต่าทะเล ศูนย์เพาะเลี้ยงและขยายพันธ์สัตว์ป่า โครงการป่ารักน้ำที่พระองค์ทรงตระหนักเห็นความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง  

            ดังพระราชดำรัสที่ว่า "ข้าพเจ้าอาจจะได้ทำหน้าที่เพื่อประชาชนมาแล้วหลายอย่าง แต่ข้าพเจ้าไม่สามารถทำให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าของการรักษาป่า ว่าป่านี้ได้ช่วยพิทักษ์น้ำและเก็บน้ำไว้ในดินเพื่อเรา ก็เหมือนกับข้าพเจ้ายังทำหน้าที่ไม่สมบูรณ์"  

            ด้านการศาสนา พระองค์ทรงศรัทธาอุปถัมภ์บำรุงพระบวรพุทธศาสนา ทรงปฏิบัติตนตามแบบอย่างของชาวพุทธอันเป็นแบบอย่างที่ดีและมีค่ามากกว่าคำสอน ส่วนพระราชกรณียกิจด้านสาธารณสุข ทรงจัดตั้งสภากาชาดตามจังหวัดต่าง ๆ ทรงรับคนไข้ผู้ยากไร้ไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และพระราชภารกิจอื่น ๆ อีกมากมายที่แม่คนหนึ่งมอบให้แก่ลูกของแม่หลายสิบล้านคน

            แม่มีบทบาทสำคัญในการที่จะทำให้  "บ้านหลังใหญ่" หลังนี้เป็นที่พักพิงทางกายใจอันอบอุ่นและสุขสบายของลูก ๆ ทุกคน โดยจะเห็นได้ว่าทุกคราวที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถเสด็จไปทรงเยี่ยมเหล่าพสกนิกรตามสถานที่ต่าง ๆ ราษฎรจะยอมเดินทางมาไกลหลายสิบหลายร้อยกิโลเมตรและยินดีที่จะรอคอยเพื่อเข้าเฝ้าพระองค์ตั้งแต่เช้า โดยไม่สนใจต่อสภาพภูมิอากาศว่าร้อนหรือหนาวเพียงใด ไม่สนใจว่าพระองค์จะเสด็จมาถึงเมื่อไหร่ เพียงแค่ได้เห็นพระพักตร์ของพระองค์เพียงชั่วขณะเดียว ได้ยินพระสุรเสียงอันอ่อนโยนที่พระองค์รับสั่งถามว่า "มาคอยนานไหมจ๊ะ" เพียงประโยคเดียวก็ถึงกับทำให้น้ำตาของหลาย ๆ คนไหลอาบแก้มด้วยความตื้นตัน พระองค์ทรงทำลายกำแพงแห่งความสูงส่งทั้งมวลอย่างราบคาบเหลือเพียงความรักความผูกพันระหว่าง "แม่" กับ "ลูก" ที่ไม่มีสิ่งใดมาขวางกั้น

            ความรักความเอื้ออาทรที่แม่คนหนึ่งได้มอบให้ลูกหลายสิบล้านคนอย่างเท่าเทียมไม่เอนเอียง ปลื้มปิติยินดีกับลูกที่ประสบความสำเร็จและพยายามบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ลูก ๆ ที่ยังได้รับความทุกข์ยากด้วย พระราชอัจฉริยภาพอันปราดเปรื่อง ดั่งสายฝนที่โปรยความชุ่มชื่นให้แก่แผ่นดินที่แห้งแล้งให้กับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง พระองค์ทรงเป็น "แม่หลวง" เป็น "แม่ของแผ่นดิน" ที่ลูก ๆ กว่าหกสิบล้านคนเคารพรักและภักดีอย่างไม่มีวันเสื่อมคลายไปจากหัวใจของชาวไทยทุกดวง

            "ซาบซึ้งใน  พระองค์    ทรงก่อเกื้อ
            ใต้จดเหนือ    เสด็จเยือน    เลือนทุกข์เข็ญ
            เคยกันดาร    พลันชื่นฉ่ำ    คลายลำเค็ญ
            พระทรงเป็น "แม่หลวง"    ของปวงชน"
มิ้นท์
(7 สิงหาคม 2557  เวลา 12:24:54)
ความคิดเห็นที่ 52
าส่เร้เีา้นรเ้รดีเเีัพะะีพระนพกยสะงยพน
     
ไม่ระบุ
(7 สิงหาคม 2557  เวลา 12:23:26)
ความคิดเห็นที่ 51
 เธออย่าคิดมากไปเลยนะเพื่อน ฉันเข้าใจเรื่องที่เธอเล่าถึงปัญหาในครอบครัวของเธอให้ฉันฟัง ครอบครัวฉันเองก็เป็นอย่างเธอเหมือนกันแหละ บางเรื่องที่ผู้ใหญ่ทำกันนั้น เด็กอย่างเรายังไม่เข้าใจหรอก
         พ่อเคยสอนไว้ว่า เป็นเด็กมีหน้าที่เรียนหนังสือหาความรู้ใส่ตัว และต้องไม่ทำตัวเกกมะเหรกเกเรสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น พ่อของฉันยังย้ำเสมอๆ ว่าถึงแม้เราจะไม่ได้อยู่เป็นครอบครัวใต้ชายคาบ้านเดียวกันเหมือนเมื่อก่อน แต่พ่อกับแม่ก็ยังรักลูกเสมอ และขอให้ลูกทุกคนรักและเคารพพ่อแม่ เพราะท่านทั้งสองคือผู้มีพระคุณสูงสุดของเรา

        ทุกวันนี้พ่อยังมารับ-ส่งฉันไปโรงเรียนเป็นปกติ ตอนเช้าและเย็นหลังจากกลับจากเรียนหนังสือแล้วแม่ก็จะทำขนมและอาหารอร่อยๆ ซึ่งส่วนมากมักเป็นของโปรดไว้ให้ฉันกินเหมือนเช่นทุกวัน ส่วนวันหยุดยาวๆ ถ้าพ่อไม่ว่างหรือติดธุระอื่น แม่ก็จะเป็นคนพาฉันไปเที่ยวต่างจังหวัดบ้างเป็นครั้งคราว และที่ที่ฉันชอบไปที่สุดก็คือทะเลนั่นเอง

        แต่ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ ตอนที่พ่อกับแม่ยังอยู่ด้วยกัน ฉันต้องนั่งกินข้าวพร้อมฟังเสียงทะเลาะกันของพ่อกับแม่แทบทุกเช้าและเย็น ยิ่งวันไหนพ่อกลับจากที่ทำงานค่ำมืด คืนนั้นฉันต้องนอนคุดคู้เอาสองมืออุดหูเพราะผู้ใหญ่สองคนจะโหวกเหวกใส่กันเสียงลั่นบ้านไปหมด

        ในช่วงแรกนั้นบรรยากาศในครอบครัวของฉันก็สงบราบเรียบเป็นปกติ แต่เมื่อพ่อเริ่มกลับบ้านดึก และมักมีกลิ่นเหล้าติดตัวมาด้วย แม่ก็จะหาเรื่องบ่นต่างๆ นาๆ แล้วเสียงบ่นก็เปลี่ยนเป็นเสียงตวาดเข้าใส่กันอย่างดุเดือด จนกระทั่งพ่อตัดสินใจหอบเสื้อผ้าออกไปอยู่บ้านยาย และจะกลับมาที่บ้านนี้เฉพาะตอนเช้ากับตอนเย็นที่ต้องมารับ-ส่งฉันไปโรงเรียน

         พ่อบอกกับฉันว่ารักฉันกับแม่มาก แต่มีเหตุผลบางอย่างที่เด็กอย่างฉันยังไม่เข้าใจ ต้องรอให้โตเป็นผู้ใหญ่กว่านี้ จึงจะรู้เรื่องในสิ่งที่พ่อกับแม่ทำ ฉันเองก็ไม่ได้ซักไซ้กวนใจพ่ออีกเลยนับแต่นั้นมา

         เคยมีเพื่อนๆ บางคนพยายามถามฉันเกี่ยวกับเรื่องของครอบครัวอยู่เหมือนกัน แม้กระทั่งผู้ใหญ่บางคนก็ถามอย่างกับว่าจะให้ฉันเป็นคนตัดสินใจปัญหาน่าปวดหัวนี้ พวกเขามักเอ่ยในทำนองว่าเสียใจหรือเปล่าที่พ่อแม่แยกทางกัน แหม....ลองพวกเขามาเจอเองบ้างสิ.... ดูซิว่าเขาจะรู้สึกอย่างไร

        ฉันไม่รู้หรอกนะว่าทำไมทุกคนจะต้องโยนความผิดให้กับคนนั้นคนนี้ แต่ที่แน่ๆ ต้องไม่ใช่พ่อหรือแม่ของฉัน
แน่นอน เพราะฉันรู้ว่าท่านทั้งสองยังรักและห่วงใยลูกคนนี้มากกว่าใครๆ ในโลก เพียงแต่พ่อกับแม่มีปัญหาที่อยู่ด้วยกันไม่ได้เท่านั้นเอง

        ที่สำคัญ เดี๋ยวนี้ฉันไม่ต้องทนกับบรรยากาศอันร้อนรุ่มเวลาที่พ่อกับแม่ระเบิดพายุอารมณ์ใส่กันอีกแล้ว เพราะท่านทั้งสองต่างมีเส้นทางเดินของตัวเองที่ท่านเลือกอย่างเหมาะสม บ้านของฉันจึงปลอดจากการสร้างภาพครอบครัวอันแสนสุข แต่ภายในลุกเป็นไฟอีกต่อไป
มิ้นท์
(7 สิงหาคม 2557  เวลา 12:22:08)
ความคิดเห็นที่ 50
สภาพของสังคมไทยปัจจุบันมีปัญหาการหย่าร้างมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งสุดท้าย สภาพครอบครัวที่คนในสังคมบอกว่าต้องมี พ่อ แม่ ลูก ก็เริ่มเปลี่ยนไป ซึ่งจริง ๆ แล้วหากเราผู้ใหญ่ทั้งหลายมาช่วยกันคิบทบทวนกันอีกสักครั้งว่าแท้ที่จริง ครอบครัวนั่นหมายถึง พ่อ แม่ ลูก หรือเปล่าก็น่าจะดี
ส่วนในมุมมองของดิฉันเอง ดิฉันคิดว่าครอบครัว มันไม่ได้แปลว่าต้องมีเฉพาะ พ่อ แม่ และ ลูก อาจจะมีคนอื่น ๆ ที่มากกว่านั้น เช่น มียาย มีตา มีน้า ตาทวด ยายทวด และแม่ หรือ มีอา มีป้า มีปู่ มีย่า และพ่อ เป็นต้น ซึ่งนั่นก็แปลว่าการที่จะบอกว่าเรา ฉัน ท่าน เธอ มีครอบครัวที่อบอุ่น หรือไม่อบอุ่น นั้นก็ไม่ต้องให้ใครมาคอยบอก หรือคิดว่าน่าจะเป็นแบบนั้น เพราะเค้ามีไม่ครบองค์ประกอบที่สังคม คาดหวัง (พ่อ แม่ ลูก)
แท้ที่จริงแล้ว ตัวเราเองต่างหากที่สามารถบอกได้ ว่าเรามีครอบครัวที่อบอุ่นหรือเปล่า
รักกัน
(7 สิงหาคม 2557  เวลา 12:21:29)
ความคิดเห็นที่ 49
ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าพ่อกับแม่เราจะต้องมาจบลงด้วยการแยกทางกัน แม่ร้องไห้และบอกว่าจะเป็นไรมั้ยถ้าแม่จะหย่ากับพ่อ ตั้งแต่ที่แม่ย้ายมาอยู่บ้านพ่อ พ่อออกไปกินเบียร์ทุกวัน ไม่เคยดูแลแม่เลย ไม่เคยที่จะให้ความอบอุ่นกับแม่เลย เวลามีปัญหาก็ไม่เคยที่จะช่วยมีแต่จะว่าซ้ำเติมกลับมา ครอบครัวทางฝั่งพ่อก็เหมือนกัน คงเป็นเพราะอายที่เมียเป็นหนี้ชาวบ้านเขา คนอื่นเอาไปนินทาก็เชื่อเขา แม่บอกว่าแม่ไม่สนใจหรอกว่าคนอื่นจะคิดยังไง แต่นี่ผัวตัวเองแท้ๆทำไมทำแบบนี้ รักลูกไม่รักแม่ เราฟังด้วยความเศร้าสลด สมองตอนนั้นคิดอะไรไม่ออก เหมือนโลกถล่มไปต่อหน้าต่อตา ฟังเสียงร้องของแม่ด้วยความเศร้าใจ เรารักพ่อกับแม่มากเลย ถึงแม้พ่อจะเป็นอย่างที่พูดแต่ท่านก็รักเรา ทั่งสองทนอยู่ด้วยกันมาก็เพราะเรา เราเชื่อว่าพ่อเองก็ต้องทนทุกข์ใจเหมือนกันเลยออกไปกินเบียร์ เราไม่อยากทั่งสองเลิกกันเลย ถ้าแม่ไปพ่อก็ต้องอยู่คนเดียว แต่เราก็ทนดูแม่เสียใจไม่ได้อีกต่อไปเหมือนกัน มันคงไม่มีทางกลับมาเป็นครอบครัวได้เหมือนเดิมอีกแล้ว
จากคนรักดี
(7 สิงหาคม 2557  เวลา 12:20:34)
ความคิดเห็นที่ 48
ตีนอะไรม
ไม่ระบุ
(7 สิงหาคม 2557  เวลา 12:19:59)
ความคิดเห็นที่ 47
อีจบ้า
ืด่้ั่ัะารส่้ืหพะ่ะาระััดีาท าาส
(7 สิงหาคม 2557  เวลา 12:19:32)
ความคิดเห็นที่ 46
จทำไร
ไม่ระบุ
(7 สิงหาคม 2557  เวลา 12:18:05)
ความคิดเห็นที่ 44
อีจบ้า
ไม่ระบุ
(7 สิงหาคม 2557  เวลา 12:17:16)
ความคิดเห็นที่ 43
อดีนะ แต่ว่าพ่อแม่ที่แยกทางกันอะ สงสารลูกของตัวเองบ้างเหอะ
มันก็เหมือนเป็นการทำบาปอีกอย่างนึงนั่นแหละ  ทุเรศมากเลย

แต่อีกข้อคิดหนึ่งก็คือ เขาอาจจะมีปัญหาที่ไม่ลงรอยกันก็ได้ แต่
ยังไงก็สงสารเด็กกันหน่อยนะคะ
เจ๋ง
(7 สิงหาคม 2557  เวลา 12:15:33)
ความคิดเห็นที่ 42
เด็กๆคะ เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ เราจะเข้าใจมากขึ้น แต่ตอนนี้น้องๆ ต้องไม่ยึดติดกับเรื่องพ่อแม่เลิกกัน อย่างน้อยถ้าเค้าทั้งคู่ยังส่งเสียให้เราเรียน ดูแลเราบ้าง เราก็ทำหน้าที่ของเราไป คือ ตั้งใจเรียนหนังสือให้จบ เพราะอนาคตเป็นของเรา ถ้าเราเรียนจบมีงานทำ ชีวิตเราก้อจะเป็นอิสระ
ทราย
(7 สิงหาคม 2557  เวลา 12:14:38)
ความคิดเห็นที่ 41
สภาพของสังคมไทยปัจจุบันมีปัญหาการหย่าร้างมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งสุดท้าย สภาพครอบครัวที่คนในสังคมบอกว่าต้องมี พ่อ แม่ ลูก ก็เริ่มเปลี่ยนไป ซึ่งจริง ๆ แล้วหากเราผู้ใหญ่ทั้งหลายมาช่วยกันคิบทบทวนกันอีกสักครั้งว่าแท้ที่จริง ครอบครัวนั่นหมายถึง พ่อ แม่ ลูก หรือเปล่าก็น่าจะดี
ส่วนในมุมมองของดิฉันเอง ดิฉันคิดว่าครอบครัว มันไม่ได้แปลว่าต้องมีเฉพาะ พ่อ แม่ และ ลูก อาจจะมีคนอื่น ๆ ที่มากกว่านั้น เช่น มียาย มีตา มีน้า ตาทวด ยายทวด และแม่ หรือ มีอา มีป้า มีปู่ มีย่า และพ่อ เป็นต้น ซึ่งนั่นก็แปลว่าการที่จะบอกว่าเรา ฉัน ท่าน เธอ มีครอบครัวที่อบอุ่น หรือไม่อบอุ่น นั้นก็ไม่ต้องให้ใครมาคอยบอก หรือคิดว่าน่าจะเป็นแบบนั้น เพราะเค้ามีไม่ครบองค์ประกอบที่สังคม คาดหวัง (พ่อ แม่ ลูก)
แท้ที่จริงแล้ว ตัวเราเองต่างหากที่สามารถบอกได้ ว่าเรามีครอบครัวที่อบอุ่นหรือเปล่า
ชมพู่
(7 สิงหาคม 2557  เวลา 11:20:48)
ความคิดเห็นที่ 40
มีปัญหาอย่างมากเหมือนกันสามีทำงานตำรวจเป็นพ่อม่ายมีลูกติด 2 คน เมียเก่าก็อยู่ที่จังหวัดเดียวกัน ไป มาหาสู่กัน เรื่องลูกเป็นผู้ชายทั้งคู่ เลิกกันตั้งแต่ลูกคนโตอยู่จบอนุบาลสาม ตอนนี้คนโตเรียน ม.3 ลูกชายคนโตก็เอาแต่เที่ยว ใช้เงินเก่งขโมยเงินทีละหลายพันเพื่อเลี้ยงเพื่อน เพราะพ่อแม่ไม่มีเวลาเลย แม่ก็ค่อนข้างติดผู้ชายเพราะหน้าตาดี หุ่นดีมีฐานะเงินเดือนก็ประมาณ สองสามหมื่น แต่เรื่องลูกนี่ไม่ค่อยเทคแคร์ลูกเท่าคนอื่น ลูกคนเล็กก็เป็นออทิสติค ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ สองคนนี้อยู่กับพ่อเพราะพ่อไม่ให้ไปอ้างว่าเมียมีชู้ แต่ตัวเองก็ไม่มีเวลาเลี้ยงลูก เที่ยวเตร่เล่นการพนัน อ้างว่าเงินเดือนเหลือน้อยต้องหาเงิน เสาร์อาทิตย์ก็ไม่อยู่บ้าน วันพักเยอะก็ไม่เล่นพนันก็จะกินเหล้า อยู่กันมาสิบปีสมัยเป็นสาว ตอนนี้มีลูกสาวหนึ่งคน รู้สึกว่าเราทำร้ายลูกทางอ้อม ตอนแรกอ้างอยากมีลูก ตอนนี้กลับว่าเลี้ยงลูกมาสองคนละ อายุเยอะละจะให้มาเลี้ยงอีกคนก็เหนื่อย น้ำก็ไม่เคยอาบให้ลูก ป้อนข้าวลูกก็นาน ๆ ที ตอนกลางคืนลูกหลับดึกเพราะตอนเกิดใหม่พ่อกินเหล้ากลับบ้านดึกทุกวัน พอมาถึงมีทีวีจอใหญ่ในห้องนอน ก็จะเปิดเสียงดัง เราว่าเบากลับว่าก็พากันนอนที่อื่นไม่ต้องนอนนี กลางคืนนอนไม่หลับ พอลูกได้สองเดือน ลูกหลับดึกก็ด่าลูกผลักลูกจนปลิว และเอาหมอนฟาดกลางหลังลูก ตอนนี้อยากเลิกมาก แต่มีปัญหาว่าเราไปได้ แต่ลูกต้องอยู่ที่นี่ ไม่งั้นโดนยิง เราโดนซ้อมต่อหน้าลูกประจำ ลูกก็ร้องไห้อยากอยู่กับเรา แต่พ่อกลับลากลูกไปปิดประตุล็อคขังไว้กับตัวเองขู่ว่าใครเอาลูกไปจะยิงทิ้งตลอด ไม่ช่วยเลี้ยงแถมยังเป็นภาระอีกหลายอย่างไหนจะค่านม แพมเพิส โรงเรียน ขนม จะสู้ทนไปจนถึงขนาดไหนยังไม่รู้เลย ใจหนึ่งก็ไม่กลัวจะตายแล้ว อยากให้มันยิงทิ้งจนตายก็คงดี แต่ก็ห่วงลูกสงสารลูกสาวมากที่มาทางที่ตันลึกทั้งที่ลูกยังเด็กแทนที่ต้องมีความสุขเหมือนเด็กทั่วไป แต่ลูกต้องมาเจอสภาพแบบนี้เป็นประจำ
พ่อเด็กอาจมีปัญหาเสพติดเซ็กส์อย่างแรง คือชอบมั่วกับทั่วไปทั้งสาวแก่แม่ม่าย เราก็เบื่อเราไม่หึงแต่เราดูแล้วทุเรศลงทุกวัน ๆ
บิว
(7 สิงหาคม 2557  เวลา 11:19:34)
ความคิดเห็นที่ 39
หนูขอให้พ่อเเม่อยู่ด้วยกัน
จูน
(7 สิงหาคม 2557  เวลา 11:18:21)
ความคิดเห็นที่ 38
ไม่มีไม่เป็นไร
ลัก
(7 สิงหาคม 2557  เวลา 11:16:45)
ความคิดเห็นที่ 37
หนูขอให้พ่อกับแม่รักกันมากๆนะคะ อย่าทะเลาะกันเลย
เด็กผู้หญิง
(27 กรกฎาคม 2557  เวลา 01:18:13)
ความคิดเห็นที่ 36
มีปัญหาอย่างมากเหมือนกันสามีทำงานตำรวจเป็นพ่อม่ายมีลูกติด 2 คน เมียเก่าก็อยู่ที่จังหวัดเดียวกัน ไป มาหาสู่กัน เรื่องลูกเป็นผู้ชายทั้งคู่ เลิกกันตั้งแต่ลูกคนโตอยู่จบอนุบาลสาม ตอนนี้คนโตเรียน ม.3 ลูกชายคนโตก็เอาแต่เที่ยว ใช้เงินเก่งขโมยเงินทีละหลายพันเพื่อเลี้ยงเพื่อน เพราะพ่อแม่ไม่มีเวลาเลย แม่ก็ค่อนข้างติดผู้ชายเพราะหน้าตาดี หุ่นดีมีฐานะเงินเดือนก็ประมาณ สองสามหมื่น แต่เรื่องลูกนี่ไม่ค่อยเทคแคร์ลูกเท่าคนอื่น ลูกคนเล็กก็เป็นออทิสติค ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ สองคนนี้อยู่กับพ่อเพราะพ่อไม่ให้ไปอ้างว่าเมียมีชู้ แต่ตัวเองก็ไม่มีเวลาเลี้ยงลูก เที่ยวเตร่เล่นการพนัน อ้างว่าเงินเดือนเหลือน้อยต้องหาเงิน เสาร์อาทิตย์ก็ไม่อยู่บ้าน วันพักเยอะก็ไม่เล่นพนันก็จะกินเหล้า อยู่กันมาสิบปีสมัยเป็นสาว ตอนนี้มีลูกสาวหนึ่งคน รู้สึกว่าเราทำร้ายลูกทางอ้อม ตอนแรกอ้างอยากมีลูก ตอนนี้กลับว่าเลี้ยงลูกมาสองคนละ อายุเยอะละจะให้มาเลี้ยงอีกคนก็เหนื่อย น้ำก็ไม่เคยอาบให้ลูก ป้อนข้าวลูกก็นาน ๆ ที ตอนกลางคืนลูกหลับดึกเพราะตอนเกิดใหม่พ่อกินเหล้ากลับบ้านดึกทุกวัน พอมาถึงมีทีวีจอใหญ่ในห้องนอน ก็จะเปิดเสียงดัง เราว่าเบากลับว่าก็พากันนอนที่อื่นไม่ต้องนอนนี กลางคืนนอนไม่หลับ พอลูกได้สองเดือน ลูกหลับดึกก็ด่าลูกผลักลูกจนปลิว และเอาหมอนฟาดกลางหลังลูก ตอนนี้อยากเลิกมาก แต่มีปัญหาว่าเราไปได้ แต่ลูกต้องอยู่ที่นี่ ไม่งั้นโดนยิง เราโดนซ้อมต่อหน้าลูกประจำ ลูกก็ร้องไห้อยากอยู่กับเรา แต่พ่อกลับลากลูกไปปิดประตุล็อคขังไว้กับตัวเองขู่ว่าใครเอาลูกไปจะยิงทิ้งตลอด ไม่ช่วยเลี้ยงแถมยังเป็นภาระอีกหลายอย่างไหนจะค่านม แพมเพิส โรงเรียน ขนม จะสู้ทนไปจนถึงขนาดไหนยังไม่รู้เลย ใจหนึ่งก็ไม่กลัวจะตายแล้ว อยากให้มันยิงทิ้งจนตายก็คงดี แต่ก็ห่วงลูกสงสารลูกสาวมากที่มาทางที่ตันลึกทั้งที่ลูกยังเด็กแทนที่ต้องมีความสุขเหมือนเด็กทั่วไป แต่ลูกต้องมาเจอสภาพแบบนี้เป็นประจำ
พ่อเด็กอาจมีปัญหาเสพติดเซ็กส์อย่างแรง คือชอบมั่วกับทั่วไปทั้งสาวแก่แม่ม่าย เราก็เบื่อเราไม่หึงแต่เราดูแล้วทุเรศลงทุกวัน ๆ
mommy
(7 กรกฎาคม 2557  เวลา 11:16:58)
ความคิดเห็นที่ 35
เราเป็นคนหนึ่งที่พ่อแม่แยกทางกัน ตั้งแต่อายุ 11ขวบ ไม่เคยมาเยี่ยมหรือมาหาเลย และอาศัยอยู่กับพ่อที่ป่วยเป็นโรคจิตเพราะเครียดต้องคอยดูและท่านเวลาท่านอาละวาดและเอายาให้ท่านทานรักพ่อมากเหนื่อยมากคับ และปู่ย่าท่านเลี้ยงดูเรามาแต่ต้องทำงานลำบากช่วยงานทำสวนยางตั้งแต่เด็กเก็บน้ำยางทุกเช้าก่อนไปโรงเรียน ป้า น้า อาไม่เคยสนใจเราแถมใช้งานเราหนักและคอยติว่าด่าว่า ไม่ต้องเรียนหนังสือแล้วเราเจ็บปวดมากและเคยคิดหนีออกจากบ้านมาตลอดแต่สงสารพ่อทำไม่ลง แรกๆผมน้อยใจท้อมากอยากฆ่าตัวตายมากคิดอีกทีตายก็ตายป่าวคับ ไม่มีใครสนใจอยู่แล้วผมไม่เคยเรียกร้องในสิ่งที่จำเป็นแม้กระทั้งเรื่องการศึกษาแต่ย่าเป็นคนส่งเสียจบแค่ปวส.ไม่มีเงินเรียนคับสอบไปก็ไม่มีเงินเรียนใหนจะค่าเทอม ค่าหนังสือค่ากิจกรรมเป็นหมื่นๆ แต่ไม่เคยท้อแท้และสู้มาตลอดตอนนี้ก็ยังสู้ทำทุกหนทางเอาชนะความลำบากความจน ไม่รวมเรื่องคนดูถูกนี่เยอะแยะไม่มีเพื่อนคับที่บ้านเพื่อนน้อยมาก 1 % ที่คบเพราะปัญหาทางครอบครัวเราสูงคับ แรกแคร์ตอนหลังไม่เเคร์ ผมคิดว่าสักวันต้องเป็นของเรา อย่าท้อน่ะคับทุกคนที่เจอแบบนี้ สู้ๆๆๆต่อไปอย่างเดียวคับ
หัวใจเหล็กหุ้มด้วยbakery
(4 กรกฎาคม 2557  เวลา 15:28:24)
ความคิดเห็นที่ 34
ฉันก็เป็นอีกคนนึง พ่อกับแม่แยกทางกัน ต่างแยกย้ายมีครอบครัวกันใหม่ ทางใครทางมัน  ฉันอาศัยอยู่กับปู่ย่า. เมื่อปู่ย่าเสียก็ไปอาศัยอยู่กับป้า  ส่วนพ่อแม่ก็แยกย้ายกันอย่างถาวร  ต่างมีลูกมีเต้ามีครอบครัว โดยบางครั้งเราก็แปลกใจมาเยี่ยม มาหา มาถามไถ่บ้างก็ดี  เราพร้อมเข้าใจว่าทำไมถึงแยกทาง เราเข้าใจการต่างฝ่ายมีครอบครัวใหม่. เราไม่เคยโกรธสิ่งที่เค้าเลือกทางแบบนี้. แต่ในความรุ้สึกเด็กคนนึง เราไม่เคยได้รับการใส่ใจ คำถามลูกเป็นไงบ้าง เรียนได้เกรดไหน มีอะไรไม่สบายใจไหม  พ่อแม่แยกกันตั้งแต่ก่อนอนุบาล แล้วก้อแยกมีครอบครัว จนเราเรียน ป.ตรี ปี3 พ่อเพิ่งมาไต่ถาม ส่วนแม่ติดต่อมาตอนเรียนจบปีนึง ก็ไม่มีอะไร แค่เราอยากระบาย. ความอบอุ่น ความใส่ใจ เราไม่เคยรู้จัก  บางคนพ่อแม่แยกทาง แต่ได้อยุ่กับพ่อหรือแม่ก็ยังดี จะได้ไม่รู้สึกเหมือนโดดเดี่ยวคนเดียว.  อีกอย่างพ่อแม่เราเค้านิยมลูกชาย แต่เราเป็นหญิง
Anna
(25 พฤษภาคม 2557  เวลา 16:34:01)
ความคิดเห็นที่ 33
ฉันไม่รู้หรอกนะว่าความรักจากพ่อกับแม่เป็นยังไง พ่อกับแม่ก้อแยกทางกันมาตั้งแต่เกิดคนที่เลี้ยงดูคือย่า มีหลายคนถามว่าอยู่กับพ่อแม่หรือป่าว ฉันบอกว่าไม่ได้อยู่หรอกจ่ะ พ่อกับแม่แยกทางกัน หลายคนถามว่าเสียใจไหม ฉันบอกไปว่าแรกๆฉันก็เสียใจ นะ พอโตเป็นผู้ใหญ่ก็เข้าใจว่าท่านคงมีสาเหตุของท่านที่ต้องเลิกกัน แต่ฉันก็ไม่เข้าใจว่าความรักของพ่อกับแม่เป็นยังไงบ้าง
บีม
(23 พฤษภาคม 2557  เวลา 21:40:31)
ความคิดเห็นที่ 32
น้องชายภรรยาเลิกกับแฟน มีลูกชายพิการ 1 คน(พูดไม่ได้ -เด็กอยู่กับพ่อ)แม่ของเด็กเป็นครูอยู่สกลนครสั่งเด็ดขาดห้ามเอาลูกไปหาไม่อยากดูแลไม่ทราบว่าข้าราชการครูเขารับบุคคลที่ไม่มีคุณธรรมแบบนี้ด้วยหรือ
ร.ต.วันชัย  สุวรรณรินทร์
(16 พฤษภาคม 2557  เวลา 20:51:36)
ความคิดเห็นที่ 31
ครอบครับของฉันของก็เป็นเหมือนกัน
มณฑกานต์    คำสุภาพ
(28 เมษายน 2557  เวลา 14:41:56)
ความคิดเห็นที่ 30
ิอา ของผม ทะเลาะกับ พี่ของ น้องเขย จนได้รับบาดเจ็บเมื่อโทร ไปเเจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตำรวจ บอกว่าทำอะไรเขาไม่ได้
 โอม คนมี  ปมด้อย ฮือๆๆ
(14 ธันวาคม 2556  เวลา 21:33:15)
ความคิดเห็นที่ 29
เด็กๆคะ เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ เราจะเข้าใจมากขึ้น แต่ตอนนี้น้องๆ ต้องไม่ยึดติดกับเรื่องพ่อแม่เลิกกัน อย่างน้อยถ้าเค้าทั้งคู่ยังส่งเสียให้เราเรียน ดูแลเราบ้าง เราก็ทำหน้าที่ของเราไป คือ ตั้งใจเรียนหนังสือให้จบ เพราะอนาคตเป็นของเรา ถ้าเราเรียนจบมีงานทำ ชีวิตเราก้อจะเป็นอิสระ
พี่สาว
(22 กุมภาพันธ์ 2556  เวลา 17:30:12)
ความคิดเห็นที่ 28
ผมเคยคิดว่าทำไมผมไม่ตายๆไปซะเรื่องทุกอย่างจะจบ เพราะผมคิดว่าถึงผมตายไปก็ไม่มีใครสนใจ แม่ผมทิ้งผมไป
ตั้้งแต่ผมอายุ 8 ขวบ พ่อผมเลี้ยงผมมาตลอด และอาศัยอยู่ที่บ้านยาย ผมจึงสนิทพ่อมากกว่าแม่ แต่ตอนนี้ผมอายุ 12 ผมคิดว่าปีใหม่ ครอบครับอื่นเขาไปเที่ยวปีใหม่ ที่ทะเล บ้าง เกาะ บ้างแต่ผมนั่งอยู่บ้าน และก็ดูหนังไปผมอยากมีความสุขเหมือนครัวคนอื่นเขา
คนที่เจบที่สุดในครอบครัว
(30 ธันวาคม 2555  เวลา 17:23:02)
ความคิดเห็นที่ 27
ปัญหาหลักอ่ะ ส่วนใหญ่ 1.ไม่มีเงิน 2.มีชู้ 3.อีกคนไม่ทำงาน  >>เราเป็นลูกก็ได้แต่ทำใจอ่ะ ผลที่พ่อแม่ทำก็มาตกกับลูก สงสัยเราคงเป็นคนมีกรรมอ่ะ ถึงได้เกิดมาเป็นแบบนี้ แต่ถึงเลือกเกิดในครอบครัวอบอุ่นไม่ได้ ส่งเสียให้เราเรียนไม่ได้แต่เราก็เลือกที่จะทำตัวได้ เราจะสู้ด้วยลำแข้งตัวเองให้ถึงที่สุด เราเป็นเด๋ก ที่ไม่มีใครรัก ไม่มีใครดูแล ต้องอยู่กับญาติ ก็ไม่สบายเท่าเด็กคนอื่นอยู่กับพ่อแม่ตัวเองหรอก มันต่างกัน เราโดนจิกใช้ ต้องยอม ค่ะๆๆ อยู่ตลอด  แต่เอาน่า มันทำให้เราเข้มเเข็ง เด็ดเดี่ยมากนะ เราก็รู้สึกดีล่ะ ที่เหตุนี้สอนให้เราเข้มแข็งขึ้น ชีวิต ต้องสู้ เกดมาทั้งที ^^


สู้ๆๆ นะทุกคน อย่าท้อๆ มีคนอีก มามายที่เผชิญปัญหา แบบเราลำบากต้องไปอาศัยคนอื่นๆอยู่ โดนด่า จิกใช้ มากมาย แต่มันทำให้เราแกร่งงงขึ้นเยอะน่ะ พวกคุณลองคิดดูดีๆสิ ^____^
พลอย ย
(17 ธันวาคม 2555  เวลา 01:36:05)
ความคิดเห็นที่ 26
หนูเห็นพ่อแม่ทะเลาะกันตอนหนูหลับ(แอบฟัง)หนูอายูเก้าขวบหนูก็ได้แต่ร้องไห้ทุกครั้งที่พ่อแม่ทะเลาะกันคะ
ธิชา
(13 ธันวาคม 2555  เวลา 19:49:06)
ความคิดเห็นที่ 25
พวกคุนยังโชคดีนะไม่เหมือนเราเมื่อก่อนอยู่กับตายายตายายก้อกินแต่เหล๊าเมามาก้อตบก้อตีกัลแม่เราก้อไปมีครอบครัวไหม่ทิ๊งเราไว๊พ่อหรอไม่อยากพูดถึงเราลำบากมากโดนจิ๊กหัวใช๊แต่เด๊กสำหรับยายนะตาจะดีมากเรยรักเรามากแต่ยายเราแกเปลคนขี๊อิจฉาหน้าเงินแกชอบตีเราสารพัดตั๊งแต่เดกแล๊วทำไรไม่ถูกใจก็ดึงหัวจิ๊กหัว ด่านิมีแต่คำหยาบจนเราโตเปลสาว หนีจากบ๊านแต่อายุ15ตาเปลห่วง่เรามากแต่เราไม่กลับเราจนทุกวันนี๊เราอยู่คลเดียวันสวมาตลอดจนพ่อตามเราลับบ้านจนทุกวส
ปัง
(21 พฤศจิกายน 2555  เวลา 01:43:05)
ความคิดเห็นที่ 24
หนูก็เสียใจมากเหมือนกันที่พ่อแม่ทะเลาะกันแต่ยังไงพ่อแม่ก็ยังรักเราเสมอ
เปมิกา
(17 พฤศจิกายน 2555  เวลา 16:16:04)
ความคิดเห็นที่ 23
ผม  เสียใจนะที่ผมแยกทางกับภรรยาผมคิดถึงลูกตลอดผมมืลุกชายคนเดียวครับลูกคีอทุกสิ่งของผมตอนนี้ผมก้ยังรักแฟนผมเหมีอนเดิมแม้ว่าเราจะไม่ได้อยู่ดัวยกันแล้วก็ตาม  ผมไม่ดีเองที่ไปมีคนใหม่เองแฟนผมไม่ผิดเลยเขาเป็นคนดีมากครับดีสุดๆถ้าย้อนเวลากลับไปได้ผมอยากกลับไปอยู่กับแฟนเหมือนเดิมผมสงสารลูกครับกล้วมีปมด้อยครับคนเราทำอะไรลงไปแล้วถึงจะคิดได้ครับ
หนุ่มโนนเมีอง
(28 ตุลาคม 2555  เวลา 12:47:17)
ความคิดเห็นที่ 22
พ่อแม่ผมเลิกกันตอนผมอายุ14  ทุกครั้งที่คิดเรื่องของแม่น้ำตาจะซึมออกมาส่วนพ่อผมไม่เท่าไหร่เพราะผมอาศัยอยู่กับยย่าพ่อมีเมียใหม่  ส่วนแม่ผมมีครอบครัวใหม่ พ่อจะกลับมาหาผมปีละครั้ง  
ผมคิดลึกๆว่าผมมีค่าพอไหมที่จะให้พวกเค้ากลับมาเหมือนเดิน  ตอนนี้ผมอายุ19แล้ว
ผมคิดว่าผมคงทำอะไรไม่ได้มากหรือไม่ได้เลย เพราะความรักของพ่อแม่นั้นลึกซึ้งจนกว่าเราจะเข้าใจ แต่ถึงจะไม่ได้ยุกับพวกเค้าผมก็จะ เป็นคนดี  และในอนาคตผมก็มีครอบครัวที่ดีเพื่อไม่ให้ใครหรือลูกของผม ได้มีความรู้สึกแบบผมอิก


ลูกไม่เคยลืม
(7 ตุลาคม 2555  เวลา 12:45:26)
ความคิดเห็นที่ 21
ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าพ่อกับแม่เราจะต้องมาจบลงด้วยการแยกทางกัน แม่ร้องไห้และบอกว่าจะเป็นไรมั้ยถ้าแม่จะหย่ากับพ่อ ตั้งแต่ที่แม่ย้ายมาอยู่บ้านพ่อ พ่อออกไปกินเบียร์ทุกวัน ไม่เคยดูแลแม่เลย ไม่เคยที่จะให้ความอบอุ่นกับแม่เลย เวลามีปัญหาก็ไม่เคยที่จะช่วยมีแต่จะว่าซ้ำเติมกลับมา ครอบครัวทางฝั่งพ่อก็เหมือนกัน คงเป็นเพราะอายที่เมียเป็นหนี้ชาวบ้านเขา คนอื่นเอาไปนินทาก็เชื่อเขา แม่บอกว่าแม่ไม่สนใจหรอกว่าคนอื่นจะคิดยังไง แต่นี่ผัวตัวเองแท้ๆทำไมทำแบบนี้ รักลูกไม่รักแม่ เราฟังด้วยความเศร้าสลด สมองตอนนั้นคิดอะไรไม่ออก เหมือนโลกถล่มไปต่อหน้าต่อตา ฟังเสียงร้องของแม่ด้วยความเศร้าใจ เรารักพ่อกับแม่มากเลย ถึงแม้พ่อจะเป็นอย่างที่พูดแต่ท่านก็รักเรา ทั่งสองทนอยู่ด้วยกันมาก็เพราะเรา เราเชื่อว่าพ่อเองก็ต้องทนทุกข์ใจเหมือนกันเลยออกไปกินเบียร์ เราไม่อยากทั่งสองเลิกกันเลย ถ้าแม่ไปพ่อก็ต้องอยู่คนเดียว แต่เราก็ทนดูแม่เสียใจไม่ได้อีกต่อไปเหมือนกัน มันคงไม่มีทางกลับมาเป็นครอบครัวได้เหมือนเดิมอีกแล้ว
no life
(11 สิงหาคม 2555  เวลา 00:21:21)
ความคิดเห็นที่ 20
อยากให้พ่อกับแม่กับมาอยู่ด้วยกันอยากให้พวกเค้ารักกันเหมือนเดิม ทุกวันนี้ไม่มีความสุขเลยพ่อก็มีแฟนใหม่เเม่ก็มีใหม่ตอนนี้ไม่รู้จะไปพึ่งใครเเล้วรู้สึกว่าทางมันตันหมดเเล้วไม่มีใครมาสนใจใส่เลยเครียดมาก
MIND ;(
(17 กรกฎาคม 2555  เวลา 17:48:00)
ความคิดเห็นที่ 19
มันดูเปนเรื่องธรรมดาในสังคมไทยไปแล้ว

แต่มันก้อยังเศร้าอยู่ดี ทำใจไม่ได้เลย คิดถึงก้ออยากร้องไห้ทุกทีเลย

ยังไงก้ออยากได้ครอบครัวที่อบอุ่นคืนมาอ่ะ อิจฉาคนอื่น >,<
.....
(19 มิถุนายน 2555  เวลา 23:15:18)
ความคิดเห็นที่ 18
เรื่องพ่อแม่แยกทางกันนี้ นึกแล้วก็รู้สึกสะเทือนใจเพราะทุกวันนี้ ชีวิตของผมก็เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน   พ่อแม่ก็ต่างแยกย้ายกันไปมีครอบครัวใหม่ตั้งแต่ผม อายุ ได้เพียง 3 เดือน ญาติของผมเล่าให้ฟังว่าตอนที่พ่อแม่อยู่ด้วยกัน ท่านจะทะเลาะ และตบตีกันบ่อยมาก จนในที่สุดทั้งคู่ก็แยกทางกัน  แม่มีสามีใหม่ และมีลูกด้วยกัน   พ่อก็มีภรรยาใหม่   ส่วนผมก็ต้องหาหนทางแห่งการสู้ชีวิตต่อไป  โดยที่ พ่อแม่ไม่เคยมาสนใจความรู้สึกของเราเลย  เราต้องดิ้นลนเพื่อหาหนทางในการเลี้ยงดูตัวเอง มาตั้งแต่ยังเด็ก เพราะพ่อแม่แยกทางกัน   แล้วเอาเรามาไว้กับป้า   โดยที่ไม่ได้สนใจเราเลย   และไม่สนใจว่า เราจะต้องลำบากมากแค่ไหน  แต่สิ่งเหล่านี้ ผมว่ามันก็สอนชีวิตของคนเราได้มากนะครับให้เราสู้ และมีมานะ  ทุกวันนี้ ผมเริ่มรู้สึกว่า การที่เราใช้ชีวิตด้วยตัวเอง มันชินไปแล้ว  คิดอยู่คือ เราต้องสู้  แล้วก็สู้ ตั้งใจทำงานเพื่อส่งตัวเองเรียนให้สูงๆ   ผมก็ขอให้ ทุุกคน ที่ประสบปัญหา พ่อแม่แยกทางกัน ทำให้เรากายเป็นเด็กกำพร้า  ให้สู้ๆ  เพื่อชีวิตที่ดี  ถึงวันนั้นแล้ว เราจะมีความสุข และเป็นคนที่สมบูรณ์แบบที่สุด   ขอให้ทุกคนโชคดี   และพบกัยสิ่งดีๆ  ครับ
เล็ก
(23 พฤษภาคม 2555  เวลา 17:44:39)
ความคิดเห็นที่ 17
เริ่มจะเป็นเหมือนกันและครับวันนี้เค้าก็ถาม แต่ตัดสินใจว่่าจะแยกตัวไปอยู่คนเดียว แต่ก็ติดต่อกับพ่อกับแม่อยู่เหมือนเดิม
AAAAA
(12 มีนาคม 2555  เวลา 06:40:17)
ความคิดเห็นที่ 16
เราเหมือนกัน
หมิง
(19 กุมภาพันธ์ 2555  เวลา 19:10:52)
ความคิดเห็นที่ 15
ตอนยังไม่มีลูกก็เคยคิดค่ะ ว่าแม่ไม่รักเรา ไม่เข้าใจเรา แต่พอตัวเองท้องเรียนไม่จบ แต่งงานอายุ18 แฟนอายุ17 ก่อนแต่งก็รักกันดีพออยู่ด้วยกันไป มีลูก1คน ความรู้สึกมันก็เปลี่ยนเหนื่อยที่ต้องเลี้ยงลูกคนเดียว ผัวก็ไม่ค่อยสนใจ ลูกปวดท้องดึก ดื่น แค่ไหนก็ต้องเดินแบกอยู่คนเดียว ไหนจะงานบ้านอีก
ผัวก็มีคนอื่นจับได้ไม่รุ้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ยังไม่เลิกผู้หญิงก็คนเดิม กลับบ้านตี2-3 ทุกวัน ทะเลาะกันตีกันนับไม่ถ้วน  โทรไปหาแม่เราเค้ากดบอกให้เราอดทนเพื่อลูก แต่ถ้าผู้ชายเค้าไม่รักเราแล้วไม่อยากจะมีครอบครัว  อยากนี้เราคิดจะแยกทางผิดไม๊ ลูกจะคิดไม๊ว่าแม่ไม่อดทน
                 
ํคุณแม่อายุ19
(7 ธันวาคม 2554  เวลา 17:15:10)
ความคิดเห็นที่ 14
ฉันว่าเรื่องนี้อาจทำให้เราเสียใจได้แต่เดียวมันก็ผ่านไปได้ดีนะๆๆๆ
mild
(7 กรกฎาคม 2554  เวลา 15:21:09)
ความคิดเห็นที่ 13
พ่อกับแม่นะผิดเพราะคิดไม่เป็น
ฝ้าย
(9 พฤษภาคม 2554  เวลา 18:55:55)
ความคิดเห็นที่ 12
อย่าคิดมาก ๆ เลย การที่พ่อหรือแม่ต้องแยกกัน ...ต้องยอมรับความจริงให้ได้..แม่ว่ามันจะสะเทือนใจแค่ไหน...คงไม่มีพ่อ..หรือแม่คนไหนที่ต้องการจะเลิกกัน ยิ่งถ้ามีลูกด้วยกันแล้ว..แต่ถ้ามันอยู่ด้วยกันไม่ได้จริง ๆ...การแยกทางมันคงเป็นคำตอบที่ดีที่สุด...ต้องยอมรับ..ดีกว่าต้องมานั่งทะเลาะกันให้ลูกเห็น ..ค่อย ๆ ทำความเข้าใจไปนะ แล้วเรื่องทุก ๆ อย่างจะดีขี้นเอง
       
anny pungping
(25 พฤศจิกายน 2553  เวลา 11:55:46)
ความคิดเห็นที่ 11
มันเป็นปัญหาที่ยืดยาวมาจากสมัยสุโขทัยจนถึงปัจจุบันแล้วครับ



รักเด็กครับ
น้อง หนึ่งล้อ
(12 พฤศจิกายน 2553  เวลา 15:19:33)
ความคิดเห็นที่ 10
สภาพของสังคมไทยปัจจุบันมีปัญหาการหย่าร้างมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งสุดท้าย สภาพครอบครัวที่คนในสังคมบอกว่าต้องมี พ่อ แม่ ลูก ก็เริ่มเปลี่ยนไป ซึ่งจริง ๆ แล้วหากเราผู้ใหญ่ทั้งหลายมาช่วยกันคิบทบทวนกันอีกสักครั้งว่าแท้ที่จริง ครอบครัวนั่นหมายถึง พ่อ แม่ ลูก หรือเปล่าก็น่าจะดี
ส่วนในมุมมองของดิฉันเอง ดิฉันคิดว่าครอบครัว มันไม่ได้แปลว่าต้องมีเฉพาะ พ่อ แม่ และ ลูก อาจจะมีคนอื่น ๆ ที่มากกว่านั้น เช่น มียาย มีตา มีน้า ตาทวด ยายทวด และแม่ หรือ มีอา มีป้า มีปู่ มีย่า และพ่อ เป็นต้น ซึ่งนั่นก็แปลว่าการที่จะบอกว่าเรา ฉัน ท่าน เธอ มีครอบครัวที่อบอุ่น หรือไม่อบอุ่น นั้นก็ไม่ต้องให้ใครมาคอยบอก หรือคิดว่าน่าจะเป็นแบบนั้น เพราะเค้ามีไม่ครบองค์ประกอบที่สังคม คาดหวัง (พ่อ แม่ ลูก)
แท้ที่จริงแล้ว ตัวเราเองต่างหากที่สามารถบอกได้ ว่าเรามีครอบครัวที่อบอุ่นหรือเปล่า
123อ
(12 พฤศจิกายน 2553  เวลา 15:18:15)
ความคิดเห็นที่ 7
ก้อดีนะ แต่ว่าพ่อแม่ที่แยกทางกันอะ สงสารลูกของตัวเองบ้างเหอะ
มันก็เหมือนเป็นการทำบาปอีกอย่างนึงนั่นแหละ  ทุเรศมากเลย

แต่อีกข้อคิดหนึ่งก็คือ เขาอาจจะมีปัญหาที่ไม่ลงรอยกันก็ได้ แต่
ยังไงก็สงสารเด็กกันหน่อยนะคะ
น้อง สามล้อ
(12 พฤศจิกายน 2553  เวลา 15:15:41)
ความคิดเห็นที่ 6
พ่อเคยรัก เคยคิดถึงใจหนูรึป่าวว่าหนูจะเป็นอะไร :(
Get lost
(28 ตุลาคม 2553  เวลา 16:39:50)
ความคิดเห็นที่ 5
บางทีหนูว่าเค้าแยกทางกัน
กับการที่เค้าอยู่ด้วยกันแล้วทะเลาะกันบ้านแตกทุกวัน

หนูว่าสู้ให้เค้าแยกทางกันดีกว่า '
ดูอย่างพ่อแม่หนูสิ _____#

เค้าเลิกกันตอนหนู 9 ขวบ
พอตอน 13 หนูขอให้เค้ากลับมาอยู่ด้วยกัน !
ซึ่งต่างฝ่ายต่างก็ไม่ได้ไปมีคนใหม่
พอวันไหนเค้าทะเลาะกัน เึ้ค้าก็จะลากหนูไปเกี่ยว
แบบว่าถ้าไม่ใช่เพราะลูกกูก็ไม่ให้มึงกลับมา
หรือ ถ้าไม่ใช่เพราะลูกกูก็ไม่กลับมาอยู่ด้วยหรอก

บางทีเค้าก็ถึงขั้นลงไม้ลงมือ
ซึ่งจนถึงปัจจุบันนี้หนูยังช็อกทุกครั้งที่เห็นภาพเหล่านั้น
หนูถึงกับชัก แล้วก็ไม่พูดคุยกับใครเลยเป็นอาทิตย์

สรุปคือหนูตัวสร้างปัญหาใช่ไหม ?
ตอนนี้หนูอายุ 19 แล้วค่ะ !
แล้วหนูเลือกทางออกที่หนูเห็นแก่ตัวที่สุด
คือหนูเลือกทางที่เรียนหนัก ๆ เลิก 5 โมงเย็นทุกวัน
ทำงาน Part time 6 โมงถึง 4 ทุ่ม กว่าหนูจะถึงบ้านก็เป็นเวลาประมาณ
5 ทุ่ม ทุก ๆ วัน ซึ่งหนูก็จะไม่ค่อยได้เจอแล้วก็พูดคุยกับพ่อและแม่สักเท่าไหร่ ?

พี่ ๆ คิดว่าทางออกของหนูที่หนูทำอยู่ทุกวันนี้มันดีรึป่าวค่ะ ?
OoMiiMeiwoO
(13 ตุลาคม 2553  เวลา 01:33:41)
ความคิดเห็นที่ 4
แม่ของหนูไม่เคยสนใจหนูเลย

ส่วนพ่อก็มีเมียให้และลูกใหม่
แม่หนูก็มีพ่อใหม่ หนูเหมือนไม่มีคัยเพราะหนูเป็นลูกคนเดียว
ไม่มีคัยเค้าใจเรยว่าหนูต้องการอะไรรู้สึกอย่างไง
ไม่มีเรย
cream
(3 ตุลาคม 2553  เวลา 18:25:28)
ความคิดเห็นที่ 3
เริ่มทำจัยได้แล้ว
เมจิก
(21 เมษายน 2553  เวลา 16:52:33)
ร่วมแสดงความคิดเห็น
จาก*
 
อีเมล
ความคิดเห็น*
 
มูลนิธิแพธทูเฮลท์ (path2health) อาคารร่วมประสงค์ ชั้น 3
37/1 ถนนเพชรบุรี 15 แขวงพญาไท เขตราชเทวี  กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์: 02-653-7563-5 โทรสาร: 02-653-7566
ด้วยความสนับสนุนของ กองทุนโลกฯ (The Global Fund to Fight AIDS, Tuberculosis and malaria)
33952866