มองมุมเยาว์
ทำไมเยาวชนจึงยังเผชิญปัญหาในเรื่องเพศ (อย่างว้าเหว่)

สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นขอแนะนำตัวก่อนนะคะ ชื่อ ศศิสุภา ปราบภัย ชื่อเล่นปุ๊กค่ะ ตอนนี้กำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปี ๑

ปุ๊กเป็นหนึ่งในกลุ่มเยาวชนไทยต้านภัยเอดส์ หรือ TTAA กลุ่มฯ ทำงานให้ความรู้กับเพื่อนๆ เยาวชนในเรื่องเพศและการป้องกันเอดส์ มาตั้งแต่ปี ๒๕๓๘ จนถึงปัจจุบันนี้

ในการประชุมวิชาการเพศศึกษาเพื่อเยาวชนครั้งที่ ๔ เมื่อเดือนตุลาคมปี ๒๕๕๑ ณ โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ ปุ๊กได้มีโอกาสร่วมงานกับโครงการ เลิฟแคร์ “กล้ารัก กล้าเช็ค” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ให้บริการด้านสุขภาพอนามัยเจริญพันธุ์ที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่น ซึ่งบริหารโครงการโดยองค์การแพธ

ในโครงการเลิฟแคร์ ปุ๊กมีหน้าที่ออกบูธตามพื้นที่ในชุมชน โรงเรียน และมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อบอกให้ผู้คน โดยเฉพาะวัยรุ่นได้รู้จัก และไปใช้บริการของโครงการ เช่น การตรวจหาเชื้อเอชไอวี ตรวจมะเร็งปากมดลูก ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รวมทั้งวางแผนครอบครัว และเรื่องการคุมกำเนิดด้วย

กิจกรรมนี้อาจจะดูธรรมดาในสายตาหลายๆ คน แต่โครงการนี้ให้บริการฟรีทั้งหมด ตอนนี้มีบริการในกรุงเทพฯ ๑๔ แห่ง สามารถดูรายละเอียดได้จาก www.lovecarestation.com ค่ะ

ที่สำคัญบริการที่จัดไว้นี้จะเป็นการบริการที่เป็นมิตร ไม่มีการใช้ชื่อจริง นามสกุลจริงในการเข้าไปรับการตรวจรักษา ใช้เพียงแค่เลขประจำตัว ๑๓ หลักเท่านั้น ซึ่งตรงนี้จะเป็นข้อดีของโครงการที่จะทำให้วัยรุ่นสามารถเข้าไปใช้บริการได้ง่าย

ในการทำงานตามพื้นที่ชุมชนต่างๆ ปุ๊กมีโอกาสได้ทำงานในส่วนของการให้บริการปรึกษากับวัยรุ่น ซึ่งทำให้ปุ๊กพบว่า ปัญหาเรื่องเพศของวัยรุ่นสามารถเริ่มตั้งแต่ยังเป็นเด็กอายุ ๑๓-๑๔ ปี เรื่อยไปจนถึงเป็นนักเรียนมัธยมและนักศึกษา

ปัญหาที่พบส่วนใหญ่ก็คือ วัยรุ่นมักจะมีความเข้าใจที่ผิดๆ เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพทางเพศ เช่น โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และการใช้ถุงยางอนามัย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า วัยรุ่นเป็นวัยที่อยากรู้ แต่ไม่มีใครสอนหรือแนะนำวิธีที่ถูกต้องให้ ซึ่งบางทีต้องไปเรียนรู้เองแบบผิดๆ ถูกๆ

สำหรับในกลุ่มผู้หญิง คำถามที่เจอเยอะที่สุดก็ไม่พ้นเรื่องการคุมกำเนิด ซึ่งส่วนมากจะถามถึงเรื่องการนับหน้า ๗ หลัง ๗ ซึ่งมักจะนับกันไม่ค่อยถูก หรือปัญหาเรื่องการกินยาคุมกำเนิดว่า เริ่มกินยาเม็ดแรกเมื่อไหร่ และถ้าลืมกินควรทำอย่างไร

นอกจากนี้ยังสนใจเรื่องมะเร็งปากมดลูก ว่ามีโอกาสเกิดขึ้นได้อย่างไร ลักษณะเป็นอย่างไร มีส่วนน้อยมากที่รู้ว่าถุงยางอนามัยไม่สามารถป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ และมะเร็งปากมดลูกจะไม่แสดงอาการจนกว่าจะอยู่ในขั้นอันตรายแล้ว

คำถามต่างๆ ของวัยรุ่นเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า วัยรุ่นยังไม่ได้รับการเรียนรู้เรื่องเพศอย่างเพียงพอ รวมไปถึงการที่มีข้อมูลความรู้ที่ไม่ถูกต้อง เมื่อนำไปใช้ในชีวิตจริงจึงมักเกิดปัญหาได้

สำหรับตัวปุ๊กคิดว่า เพศศึกษาเป็นเรื่องพื้นฐานที่ควรมีการจัดการเรียนการสอนให้มากขึ้น เพราะว่าเรื่องเพศเป็นเรื่องที่ใกล้ตัว อีกทั้งความรู้ที่ได้ในการเรียนเพศศึกษาก็ควรสามารถทำให้นำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวันด้วย

แต่ในความเป็นจริง เยาวชนไทยเพิ่งได้รู้จักร่างกายของตัวเองผ่านการเรียนเพศศึกษาเมื่อตอน ม.๑ นี่เอง นอกจากนี้หลักสูตรก็ไม่ค่อยต่อเนื่องกันในแต่ละระดับ ขณะที่วัยและสังคมผู้เรียนมีการเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน เมื่อพวกเขาออกไปเจอสถานการณ์จริงขึ้นมาก็อาจจะไม่สามารถรับมือกับเหตุการณ์นั้นได้

การสอนเพศศึกษาจึงควรจะจัดแบบต่อเนื่องและเหมาะกับช่วงอายุ ที่สำคัญคือเป็นการจัดการเรียนรู้ที่เน้นให้เด็กได้ฝึกการคิดวิเคราะห์ เพราะจะทำให้เด็กสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้มากกว่าการมานั่งท่องจำ

ถ้าเยาวชนไม่มีการเรียนรู้ที่ถูกต้องในวันนี้ วันข้างหน้าพวกเขาจะสามารถมีชีวิตทางเพศที่ปลอดภัยได้อย่างไร

 
รูปจาก www.flickr.com
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 4
ควรมีหลักสูตรจิตวิทยาการศึกษา ในระดับมัธยม เรียนรู้ นิยามของซิกมันซ์ฟรอย เด็กจะเข้าใจตัวเองมากกว่า ไปสอนเรื่องเพศศึกษาอย่างเดียว น้องต้องเสนอความคิดนี้ให้กับ รมต.กระทรวงศึกษา เพราะจะทำให้วัยรุ่นรู้จักอารมย์และปัญหาตัวเองได้ดี
p'vee
(14 มิถุนายน 2554  เวลา 12:38:26)
ความคิดเห็นที่ 3
การเผชิญ ในความคิดของผมนั้นคือ สิ่งให้ได้มา  แต่เราต้องเผชิญอย่างมีสติ และปัญญา  รักเยาวชนทุกคน
หนึ่ง  (พงศกร  มลตรีประถม  บาลีฮายชลบุรี)
(19 เมษายน 2553  เวลา 12:20:05)
ความคิดเห็นที่ 2
ปัจจุบันผู้เป็นใหญ่ในกระทรวงศึกษาก็ทราบดีมากๆถึงปัญหาทางเพศของเด็กๆ แต่ก็ละเลยหรือไม่มีความกล้าหาญทางวิชาการพอที่จะบรรจุวิชาเพศศึกษาให้เป็นวิชาในหลักสูตรอย่างยั่งยืนได้  ได้แต่ให้ครูสอนแบบสอดแทรกอยู่ในวิชาสุขศึกษาเพียงบางส่วนในชั้นม.1-ม.6 เท่านั้น    แม้แต่คุรุสภาก็ไม่เห็นความสำคัญพอจะบรรจุเป็นวิชาบังคับในกลุ่มวิชาชีพครู เพื่อที่เวลาสถาบันผลิตครูจะได้จัดการเรียนรู้ให้ครูทุกคนมีความรู้ด้านนี้อย่างถูกต้องเพื่อที่จะได้เป็นที่พึ่งกับนักเรียนและให้ความรู้แก่เด็กได้   ขอเสนอแนะให้ผู้เป็นใหญ่ในกระทรวงที่ Path เชิญมาเปิด ปิด งานสัมมนาบ่อยๆและกล่าวใน
พิธีเปิด ปิด งานอยู่เสมอว่า จะสนับสนุนและเห็นด้วยกับการให้ความรู้เพศศึกษาแก่เยาวชน ช่วยผลักดันให้อยู่ในหลักสูตรเลยจะได้เป็นการต่อเนื่องยั่งยืน มากกว่าปีหนึ่งจัดงานใหญ่อยู่ไม่กี่ครั้งเป็นแบบไฟไหม้ฟาง เปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุ
ครู ญูญ
(7 กรกฎาคม 2552  เวลา 07 15:45)
ความคิดเห็นที่ 1
เขียนดี จ๊ะ
ไม่บอก
(1 กรกฎาคม 2552  เวลา 01 19:41)
ร่วมแสดงความคิดเห็น
จาก*
 
อีเมล
ความคิดเห็น*
 
มูลนิธิแพธทูเฮลท์ (path2health) อาคารร่วมประสงค์ ชั้น 3
37/1 ถนนเพชรบุรี 15 แขวงพญาไท เขตราชเทวี  กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์: 02-653-7563-5 โทรสาร: 02-653-7566
ด้วยความสนับสนุนของ กองทุนโลกฯ (The Global Fund to Fight AIDS, Tuberculosis and malaria)
33838492