Loading ...

 

          ในทุกช่วงเดือนกุมภาพันธ์ อันถือว่าเป็นเดือนแห่งความรักไปแล้วในโลกของคนไทยปัจจุบัน สัมมาอาชีวะหนึ่งที่ดิฉันต้องทำประจำติดต่อกันมาหลายปี ก็คือการเขียนคอลัมน์ดวงดาวกับความรัก เจาะประเด็นพุ่งตรงไปสู่เรื่องรักๆใคร่ๆ รักกันทั้งปี แต่ละราศีจะหาทางบริหารความรัก หรือมีเหตุการณ์ใดให้พอได้ลุ้น ให้กระดี๊กระด๊า กระทั่งให้ระวังตัวระวังใจอย่างไรกับเหตุร้ายที่จะผ่านเข้ามาว่ากันทุกมุมทุกด้าน เท่าที่สามารถใช้ตำรับตำราค้นคว้ามาได้ โดยพยายามซื่อสัตย์กับวิถีโคจรของดวงดาวมากที่สุด ซื่อสัตย์ต่อตำราของบูรพาจารย์ และเจียมเนื้อเจียมตัวว่าเราเป็นเพียงมือสมัครเล่น เพราะโหราศาสตร์ที่ศึกษามาก็มุ่งหวังเพียงเพื่อช่วยให้ดูดาวเป็น กับช่วยให้รู้จักมนุษย์ เข้าใจความซับซ้อนของชะตากรรม จะได้เรียนรู้ที่จะ เฉยออกมาจากข้างในได้บ้าง เมื่อต้องเผชิญกับ ความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต

          การต้องไปยุ่งเกี่ยวกับโหราศาสตร์และกับประเด็นของความรักไปพร้อมๆกันในเดือนกุมภาพันธ์ จึงมักทำให้ดิฉันได้มีโอกาสทบทวนถึง ความรักความสัมพันธ์ในแง่มุมอันไม่สุนทรทั้งของเพื่อน พี่ และน้องชาย น้องสาวมิตรที่รู้จัก ผู้มีส่วนสำคัญในการสอนดิฉันให้มองเห็นหลายด้านของความจริงที่เคลื่อนไหวอยู่รอบตัว

          และความจริงหนึ่งที่ดิฉันได้ คิดตกเข้าใจมันมากขึ้นในเดือนแห่งความรักที่มีหัวใจสีแดง กับดอกกุหลาบบานสะพรั่งกันทั้งเมือง ก็คือเรื่องของการ ตบเมีย

          ก่อนจะเล่าถึงการ ตบเมียดิฉันใจวูบไปถึงกุหลาบดอกโตสดฉ่ำจากเชียงใหม่ กุหลาบงามที่มาจากต้นแม่พันธุ์บนภูพิงค์ในวันแห่งความรักปีไหนไม่รู้ มันนานจนจำรายละเอียดไม่ได้ จำได้แต่ว่าประมาณ ๘-๙ โมงเช้าของวันวาเลนไทน์ ที่ห้องเรียนวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ปีนั้นอาจารย์พิริยะ ไกรฤกษ์ สั่งให้คนงานตัดกุหลาบดอกโตสวยสดจากบ้านไร่ของท่านที่เชียงใหม่ ตัดมาหอบใหญ่ส่งตรงมากับเครื่องบินเที่ยวแรกถึงกรุงเทพฯ ตั้งแต่ฟ้าสาง ตั้งใจมอบให้กับลูกศิษย์ที่ท่านดูแลอบรมเหมือนพวกเราเป็นลูก และทำงานหนักยิ่งเพื่อค้นคว้าความรู้ใหม่มาสอนพวกเราแล้วนักศึกษาสาวน้อยหน้าแฉล้ม ๓๐-๔๐ คน ก็ได้รับแจกดอกไม้หอมจากครูของเราโดยทั่วถึงกันอย่างเสมอหน้า  สำหรับดิฉันซึ่งเริ่มจะแก่เฮือกไปแล้ว แต่ยังเป็นนักศึกษาโค่งไปนั่งเรียนขอวิชาจากครูติดต่อกันอยู่หลายปี ก็เป็น ขาพลอยไปกับเขาด้วย คือพลอยได้ดอกไม้จากครูมาวางไว้บนหิ้งบูชาพระ จนแหลกป่นเป็นผุยผงไปกับกาลเวลา

          แต่เดือนแห่งความรักของปี ๒๕๔๖ นี้ เพียงชั่วต้นเดือน ทั้งที่ยังหลับใหลเพราะเหนื่อยสาหัสจากการตระเวนในเวียดนามมาร่วมสิบวัน ดิฉันยังต้องสะลึมสะลือมารับโทรศัพท์แต่หัวรุ่ง ฟังเสียงทีแรกยังนึกว่าอยู่ในความฝันน้องสาวคนหนึ่ง ร้องไห้ฮือๆ คร่ำครวญมาพี่หนูถูกผัวตบอีกแล้ว

            ดิฉันไล่รายชื่อถี่ยิบในสมอง เสียงนี้เสียงใครคนถูกสามีทำร้ายร่างกาย ที่เป็นเพื่อนฝูงกันไม่ได้มีเพียงหนึ่งหรือสอง..มันหลายเคสหลายคนจนชักสับสนบางคนก็รับฟังการปรับทุกข์มาหลายปี ไม่มีอะไรขยับไปถึงไหน น้องยังโดนซ้อมซะน่วมไม่รู้จักกี่รอบ จนคำแนะนำหลังสุดดิฉันฟันธงใส่หูโทรศัพท์ไปเลย  จำได้ประมาณว่าไม่ต้องดูมันแล้วดวง ฉันไม่ดูให้เธอแล้ว จะดูไปหาสวรรค์วิมานอะไร ถ้าไม่คิดจะเลิกกันกับไม่คิดจะแจ้งตำรวจ มันก็จะเดี๋ยวดีเดี๋ยวบ้าอยู่อย่างนี้ ชีวิตแบบนี้มันเรียกว่าชีวิตหรือ มันเรียกว่าความรักหรือน้องเอ๋ย มันยังจะประคับประคองกันไหวหรือนี่ เธอไม่เหนื่อยไม่เบื่อ ไม่คิดจะเปลี่ยนไปทุกข์เรื่องอื่นบ้างหรือไง  ถ้าแก้ปัญหาไม่ได้ ก็เอาครกทุ่มหัวมันไปเถอะ ทุบกันให้หัวร้างข้างแตกไปเลย  เธอต้องสู้ต้องป้องกันตัวเองซะแต่ตอนนี้ ขืนเก็บกดต่อไปอีกสักปีสองปีถ้าเธอไม่ฆ่าตัวตาย เธอก็คงจะบ้าพอที่จะเอามีดเชือดคอหอยผัวเธอได้แน่ ถ้าไม่รู้จักสงสารพ่อแม่ตัวเอง กับอยากเป็นอาชญากรก็ทนถูกผัวกระทืบต่อไปเถอะ!

            ฝ่ายน้องชายนั้นมาอีกแบบ นั่งเผาบุหรี่คุยกันอยู่ริมน้ำ คุยกันเรื่อยๆ อย่างที่เคยคุยสนิทคบหามาหลายปี และได้เคยนั่งปรับทุกข์กันพี่ผมตบแฟน ตบไปหลายครั้ง ตบต่อหน้าเพื่อนๆ กันด้วย  ไม่เคยมีใครคิดว่าผมจะตบผู้หญิงได้ ผมรู้เลยพี่มันหมดแล้ว อยู่กันไม่ได้แล้ว แต่พอได้ตบผู้หญิง ชีวิตผมเปลี่ยนทั้งชีวิตไปเลย

            ในสมัยเป็นเด็กกว่านี้ อายุสักไม่เกินยี่สิบต้นๆ ดิฉันเคยถูกทำให้เชื่อว่าการตบตี ทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกายผู้หญิงนั้น เป็นเรื่องของชาวบ้าน กรรมกร คนไร้การศึกษา ส่วนคนเป็นปัญญาชนเรียนหนังสือไม่มีใครเขาแก้ปัญหาครอบครัวด้วยการใช้กำลัง มีแต่คนงานกรรมกรเท่านั้นที่ตบเมีย ตีหัวผัว และถูกผัวตบ จนวันหนึ่งไปซื้อส้มตำรถเข็นหน้าปากซอย และเมื่อคืนที่ผ่านมาผู้หญิงสูงศักดิ์คนหนึ่งออกทีวีให้สัมภาษณ์ว่าโดนสามีทำร้าย จนเป็นเรื่องฮือฮาโจษขานกันทั้งเมือง ข้อสรุปชัดเจนยิ่งที่ดิฉันได้รับฟังจากบทสนทนาที่แม่ค้าส้มตำตะโกนคุยกับแม่ค้าหอยทอดขณะรัวสากกระหน่ำบดกระดองปูเค็มอยู่โป๊กๆก็คือ ฉันเพิ่งรู้…. ไม่ใช่แต่เราๆที่โดนซ้อม คนเป็นเจ้า ก็ถูกผัวซ้อมได้เหมือนกัน!

            คำพูดของแม่ค้าส้มตำกระจ่างแจ่มชัดอย่างยิ่ง เรื่องของการทำร้ายร่างกายระหว่างผัวเมีย ไม่เกี่ยวกับระดับการศึกษา ชนชั้นวรรณะใดๆ  และความจริงรอบตัวที่ดิฉันได้พบในช่วงตลอดสิบกว่าปีที่ลงเก็บข้อมูลภาคสนามก็คือ วิธีการแก้ปัญหาชีวิตคู่ของชาวบ้านนั้นมีการทำร้ายร่างกายอยู่ด้วยบ้าง หากไม่ค่อยจะอยู่ในระดับรุนแรงสาหัสเท่าใดนัก มีแต่พวกปัญญาชน คนมีการศึกษาทั้งหลายนี่แหละ กลับกลายเป็นคนที่มีทักษะต่ำมากในการแก้ปัญหาชีวิต แล้วทางออกหนึ่งที่มักจะเลือกหามาใช้ในการแก้ปัญหาความไม่ลงตัวของชีวิตคู่ก็คือ การตบ ต่อย เตะ กระทืบ ทำร้าย หรือกระทั่งฆ่าเมีย

          ดิฉันเองเคยนั่งเอาผ้าก๊อซเช็ดเลือดให้น้องสาวหลายคน นั่งทายาให้กับแผลฟกเขียวช้ำ โหนกแก้มบวมปูด เบ้าตาดำเป็นจ้ำเหมือนหมีแพนด้า ตาขาวแตกแดงก่ำเป็นสีเลือด ตาสวยๆของน้องผู้เป็นสาวสวยผ่องใส เรียนจบปริญญาโท ปริญญาตรี จิตใจดี และควรจะมีชีวิตสงบสุนทรกว่านี้

          ส่วนผู้ชายที่ทำร้ายภรรยาขนาดนั้น อัดกระทืบเมียเสียหลายรอบ ก็เป็นคนรู้จักเห็นๆหน้ากันทั้งนั้น  แต่เวลาตบเมียล้วนแต่มีเหตุ มีที่มา มีคำอธิบายร้อยแปด หรือกระทั่งท้ายสุด เพียงหงุดหงิดไม่สบอารมณ์ขึ้นมาก็พร้อมจะกระหน่ำมือตีนลงกับร่างกายของเมียได้

          ระหว่างนั่งเช็ดเลือดให้กับน้องสาวดิฉันมักสงสัย แต่ละฝ่ายต่างให้คำอธิบายต่อ เหตุอันก่อให้เกิดความรุนแรงขึ้นเสมอ และคนที่รับฟังก็มักมีแนวโน้มที่จะ เลือกข้างไม่ฝ่ายชายก็ฝ่ายหญิง โดยประมวลจากเหตุผลและข้อมูลที่ได้รับ พัวพันไปกับความเห็นใจสงสาร ความโกรธแค้นชิงชัง หรือนิสัยใจคอพื้นฐานของผัวหรือเมียคู่นั้น จนน่าสงสัยว่าเอาเข้าจริงแล้ว ในความพัวพันยุ่งขิงนี้ ความจริงมันอยู่ไหน มันควรจะเข้าถึง ความจริงด้วยวิธีการอย่างไร เพื่อจะได้รู้ว่าสาเหตุจริงๆ เกิดจากอะไร และควรจะแก้ปัญหา หาทางออกกันอย่างไร

          หลังจากนั่งเช็ดเลือดผ่านไปหลายคน และบางคนหลายรอบ ฟังเรื่องต่างๆ อันพัวพันยุ่งเหยิงเหล่านั้นจนปวดกระบาลติดต่อกันเป็นปีๆ ดิฉันกลับพบว่า การนำเรื่องทุกเรื่องมาเรียงร้อยโยงหาเหตุหาผล ฟังผัวเล่าที เมียเล่าที ต่อจิ๊กซอว์สร้างนิทานขึ้นมาหลายเรื่องหลายชุดเหตุผล อย่างที่ทำๆกันอยู่ มันกลับไม่ช่วยทำให้มองเห็นอะไรชัดเจน มองไม่เห็นหนทางที่จะยุติความรุนแรง และไม่อาจจะทำให้เข้าใจอะไรเพิ่มขึ้นได้ แถมบางครั้งกลับทำให้อยากดัดจริตเป็นคนดี ด้วยการพยายามขุดหาทัศนะที่พอจะให้เกิดความรู้สึกเห็นอกเห็นใจทั้งสองฝ่าย ในขณะที่ความรุนแรงนั้น ยังดำเนินไป เช่นเดิม

          เหมือนเช่นที่ดิฉันเคยตั้งคำถามกับตัวเองอย่างดุเดือดว่า ทำไมเวลาน้องสาวโดนซ้อมปางตาย เรารู้สึกสลดใจและเกิดอาการ เหลือรับในพฤติกรรมของสามีเขา แต่พอน้องชายเราไปตบผู้หญิง เหตุใดเล่าเรากลับพอจะยอมรับฟังและคบหากันสนิทสนมต่อไปได้ นี่เรากำลังเลือกข้างตามความสนิทสนมคุ้นเคยจนไม่มีหลักคิดในการพิจารณาด้วยหรือไม่ และหลักคิดในกรณีนี้ สำหรับตัวเรามันควรจะอยู่ที่ไหน­

เมื่อตั้งคำถามเช่นนี้แล้ว ในขณะที่วิธีอธิบายอันพัวพันยุ่งเหยิงแบบเดิมมันชักจะตอบปัญหาไม่ได้ และเพื่อนๆน้องๆก็ยังหมุนเวียนกันถูกผัวตบไม่เลิกรา จะมานั่งดูดวงให้กันตลอดชีวิต มันไม่มีอะไรดีขึ้น ไม่ช่วยให้เกิดวุฒิภาวะต่อใครทั้งสิ้น ไม่ช่วยกระทั่งทำให้ตัวเราผู้เข้าไปรับรู้ปัญหาเข้าใจอะไรเพิ่มขึ้นเสียด้วยซ้ำ ถ้ายังอธิบายเรื่องต่างๆด้วย เรื่องเล่าอันวุ่นวายไม่เป็นส่ำอยู่เช่นเดิม ดิฉันจึงมาเริ่มต้นเปลี่ยนวิธีคิด วิธีมองปัญหาการ ตบเมียเสียใหม่ ขุดรากถอนโคนความเข้าใจของตัวเองใหม่ ด้วยการมองกรณีตบเมีย แยกขาดจากกันเป็นสองส่วนไปเลยระหว่าง ข้อเท็จจริงกับ คำอธิบายข้อเท็จจริง

คราวนี้ชัดเลย เมื่อเอา ข้อเท็จจริงเป็นตัวตั้ง ดูที่บาดแผลทางกายเป็นตัวหลัก เพราะนั่นคือ ข้อเท็จจริงไอ้บาดแผลทางใจนั้นเรามองไม่เห็น ยิ่งฉลาดมากยิ่งหาเหตุผลสร้างความน่าเชื่อถือได้มาก ว่าง่ายๆคือใครจะตอแหลอย่างไรก็ได้ ฉะนั้นดูกันจะจะไปเลยว่า แผลที่โดนกระหน่ำลงมามันหนักหนาสาหัสขนาดไหน

และ แผลที่ดิฉันได้พบเห็น ได้นั่งเช็ดเลือด ได้ดูร่องรอยบนเนื้อตัวของน้องสาวหลายคน มันยับเยินชอกช้ำซะจนดิฉันอึ้ง พูดไม่ออก

พี่สาวนักเขียนคนหนึ่ง เพิ่งคลอดลูกได้เจ็ดวัน พูดผิดหูสามีหน่อยก็ถูกผัวซ้อมปางตายจนแผลคลอดลูกที่เย็บเอาไว้ฉีกขาดต้องกลับเข้าโรงพยาบาลไปเย็บกันใหม่ และยังโดนซ้อมอยู่อีกเป็นปี จนประวัติการ ประสบอุบัติเหตุที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์หนาเป็นปึกและหมอที่ดูแลรักษาเตือนด้วยความเวทนาว่านี่คุณเลิก หกล้มซะทีได้ไหม

            ไอ้แผลยับเยินเช่นนี้แหละ แผลที่เกิดจากการซ้อมกระทืบตบตีกันปางตายซ้ำแล้วซ้ำอีก และหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ หรือไอ้ที่ฆ่าหั่นกันเป็นชิ้น มันไม่ต้องมาพยายามหาความ สมเหตุสมผลหรือ ความชอบธรรมใดๆ ของสาเหตุที่ซ้อมที่ฆ่ากันอีกแล้ว เพราะความโหดร้ายนี้คือรูปธรรมที่สะท้อนออกจากจิตใจอันไร้คุณธรรม ขาดหิริโอตัปปะ ขาดสิ้นจากเมตตาธรรม ไม่มีความยับยั้งชั่งใจใดๆเหลืออยู่ มันได้ก้าวเลยขีดจำกัดของมนุษย์ปกติ ไปเป็นคนไร้สติ เป็นคนบ้า เป็นสัตว์ร้าย กระทั่งเป็นฆาตกรไปแล้ว

          เพราะมันมีวิธีอื่นอีกมากมายที่จะแก้ปัญหาความไม่ลงตัวระหว่างกันได้ หรือหากจะเลือกใช้ความรุนแรง ซึ่งได้ถูกใช้เป็นการแก้ปัญหาชีวิตคู่ในบางระดับ บางลักษณะ อย่างชาวบ้านที่ถูกผัวตบ เมียก็เอาครกทุ่มหัวผัวสวนกลับ ตบตีข่วนกัดกันพัลวัน แต่ทำภายใต้ขีดจำกัดของการทะเลาะวิวาทระหว่างมนุษย์ปกติ มนุษย์ที่มีมือมีตีนมีกำลังแรงพอๆกัน และยังพอจะเหลือหิริโอปตัปปะ มีเมตตาต่อกันอย่างที่มนุษย์ทั่วไปพอจะมีอยู่บ้าง แผลที่ได้รับ รอยจิกข่วนฟกช้ำมันจึงไม่ถึงกับเลือดตกยางออกซักเท่าใดนัก

          เมื่อแยก คำอธิบายข้อเท็จจริงและ ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นออกจากกันได้ ขณะนั่งทำแผลและรับฟังการปรับทุกข์จากน้องแต่ละคน ดิฉันจึงได้ประจักษ์ว่า ลักษณะของความรุนแรงที่ผู้ถูกทำร้ายได้รับ กับการถูกทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำอีก โดยที่ขีดระดับความรุนแรงไม่เคยลดต่ำลงกว่าเดิม สิ่งเหล่านี้คือตัวบ่งชี้ถึง สันดานหรือ ธาตุของสามี เป็นอย่างดีว่าเขาไม่ใช่มนุษย์ปกติอีกแล้ว

          เมื่อเขาได้ก้าวเลยขีดจำกัดของมนุษย์ปกติไปแล้ว ดังนั้นการพยายามจะหา คำอธิบายข้อเท็จจริงพยายามเข้าใจถึงแรงจูงใจของเขาอันเป็นสาเหตุที่มาของทารุณกรรมต่างๆ เอาเข้าจริง มันเป็นเพียงแค่เหตุผลชุดหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ เรื่องเล่ามันเต็มเรื่องเท่านั้น มันไม่ได้เกี่ยวข้องเป็นเหตุเป็นผลที่แท้จริง ไม่ได้ทำให้เกิด ความชอบธรรมใดๆ ในสิ่งที่เขากระทำ ว่าง่ายๆก็คือ คำอธิบายข้อเท็จจริงต่างๆนั้น ฐานะส่วนหนึ่งก็เป็นเพียงข้ออ้างที่ใช้แก้ต่างให้กับความกักขฬะ และข้ออ้างเหล่านั้นก็ไม่อาจนำไปสู่หนทางในการแก้ปัญหาใดๆ ได้ เพราะในความกักขฬะ จะมีหรือไม่มีเหตุผล จะเรื่องเล็กน้อยแค่ไหน วิธีซ้อมเมียปางตายก็พร้อมจะถูกนำกลับมาใช้ในทันที เนื่องด้วยความกักขฬะคือธาตุอันมีที่มาจากความโหดร้ายในกมลสันดาน อันอาจสืบต่อธาตุโหดมาจากกรรมพันธุ์ หรือสาเหตุสำคัญคือการเลี้ยงดูที่ผิดพลาดจากครอบครัวมาแต่วัยเยาว์



ความคิดเห็นที่  25

ผู้ชายที่ตบตีผู้หญิงควรที่จะได้รับกรรม ฝากด้วยครับ
http://www.herb2016.com

นุ   (27 กรกฎาคม 2559  เวลา 12:05:26)

ความคิดเห็นที่  24

เรื่องพึ่งเกิดเมื่อคืนนี้เอง ทะเลาะกันเรื่องโอนเงินให้ลูก เราบอกให้เค้าโอนเงินแต่เค้าจะเก็บไว้ซื้อรถ เราน้อยใจว่าทำไมเค้าไม่คิดถึงลูกเป็นอันดับแรก ลืมบอกเค้ามีลูกอยู่แล้วกับภรรยาเก่า ส่วนเราเป็นคนปัจจุบัน เราไม่ได้เลี้ยงลูกเองให้แม่เราเลี้ยงซึ่งนั่นก็คือยาย เราทำงานเค้าก้อทำงาน เลี้ยงสองครอบครัว ทั้งของเค้าและของเรา แม่สามีตกเย็นก็เอาแต่กินเหล้า ตอนนี้เราท้องอีกคน เราโกรธไม่คุยกับเค้า เค้าก้อว่าเราเรื่องมาก เห็นแก่ตัว ก่อนหน้านี้เค้ามีชู้ตอนที่ท้องคนแรก พอเราจับได้เค้าก้อบอกว่าเลือกเรา เราก็ให้อภัย ไม่ใช่แค่ครั้งนี้เป็นครั้งแรก นับไม่ถ้วนที่โดนตบตี มีอยู่ครั้งหนึ่งโดนตบจนจมูกเกือบหัก เลือดไหลไม่หยุด เราอยากจะเลิกกับเค้ามาก แต่ก้อไม่รู้ทำไมถุงไม่ยอมเลิก เราไม่เคยบอกเรานี้กับครอบครัวเราเลย เราอดทนคนเดียวมาตลอด ระบายกับใครก้อไม่กล้า จนตอนนี้แทบจะเป็นบ้า ทุกครั้งที่ทะเลาะกันเราพยายามเงียบไม่ตอบ ไม่พูด แต่ยิ่งทำให้เค้าโมโห เราจะเดินหนีเค้าก้อไม่ให้ออกไปไหน คือว่าจะทำร้ายร่างกายให้ได้ ถ้าเราพุดอะไรออกไปไม่เข้าหูเค้าก้อจะซัดทันที เจ็บกายมันไม่เท่ากับคำพูดที่เค้าบอกว่า ถ้ากูเลิกชู้กูคงจะสบายกว่าอยู่กับมึงอีก เราร้องไห้ทั้งคืน ข้าวเย็นไม่ได้กิน ข้าวเช้าก็กินไม่ลง สงสารก็เป็นลูกให้ท้องที่ต้องมาอดด้วย แต่มันไม่มีทางออกแล้วจริงๆ เรากับเค้าไม่ได้แต่งงานกัน เรามาอยู่กับเค้าเลย แต่ทางผู้ใหญ่ก็รับรู้ ทั้งอาย และทำให้ครอบครัวผิดหวังด้วย

คนๆหนึ่ง   (17 ตุลาคม 2558  เวลา 11:41:31)

ความคิดเห็นที่  23

ถูกทำร้ายร่างกายบ่อยมากทั้งๆที่ทำงานบ้านทุกอย่าง เลี้ยงลูกด้วย ไม่เคยปลุกให้เค้ามาช่วยกลางดึกเลย เงินทองก็ช่วยเราแค่ค่าบ้านเท่านั้น แต่ถ้าเราพูดอะไรออกไปก็จะโดนแบบไม่รุ้ตัวเลย ตอนท้องใกล้คลอด ก็เคยโดนตบหัว ทุบที่หลัง ตอนนั้นเรากลัวแท้งมากเลย ร้องว่าอย่าทำเลยเราเจ็บ เค้าก็ไม่หยุดทุบซักที แต่ก็ให้อภัยทุกครั้ง คิดว่าเค้าคงคิดได้ ล่าสุดก็โดนอีกกลางถนนในหมู่บ้านเลย อยากถามว่าคนที่เป็นแบบนี้เค้าจะคิดได้บ้างมั้ย หรือคิดว่ายิ่งทำได้กูยิ่งเก่ง แต่ลึกๆแล้วเราจะต้องใจแข็งหนีเค้าให้ได้

เบื่อมากๆ   (10 มิถุนายน 2558  เวลา 22:58:04)

ความคิดเห็นที่  22

แต่ก่อนอื่นนะ ต้องรู้จักตัวตนของตัวเองด้วยว่าทำไมหล่ะ ถึงทำให้ทะเลาะกัน โทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้หรอก อยากให้เคารพซึ่งกันและกันมันก็ดีนะ แต่ถ้าหากวันหนึ่งเกิดไม่เคารพกันขึ้นมาหล่ะ ลงเอยด้วยการตบตีเพราะว่าไม่เข้าอกเข้าใจกันมันก็อาจจะจบด้วยการตบตีแค่นั้นเอง และอยากคิดว่าตัวเองทำดีแล้ว ไม่สมควรจะโดนอย่างนั้นหรอ คิดตื้นไป ไม่งั้นเค้าจะเรียกว่าชีวิตคู่ได้หรอต้องหัดศึกษาตัวเองบ้างนะ

LORDAUI   (24 ตุลาคม 2557  เวลา 00:08:08)

ความคิดเห็นที่  21

เปนหนึ่งคนที่ถูกทำร้ายจนปากแตกตาเขียวคิ้วแตก เอาขวานไร้ฟันเรา ในสถานทีข้างนอกก็ไม่ละเว้น
ขนาดหนูท้องได้ 2เดือนกว่าๆๆ เขายังตบตี แล้วพอท้องได้6เดือน ก็ทำร้ายเรา จนเลือดเราติดกางเกงยีนของเยา
จับได้ว่าเขามีคนอื่นตอนนั้นท้อง5เดือน เราก็ไม่ผิดแต่เขากับมากะทืบเราปากแตก ทั้งๆๆทีเขามีคนอื่น
ตอนนี้ก็รอเวลาคลอดลูกน้อย  แล้วจะไป มีแค่ลุกก็พ่อถ้าพ่อมันเหี้ยขนาดนี้ ผู้ ญ เลี้ยงลูกคนเดียวมีเยอะไปเก่งกว่าผู้ชายสะอีก

;(   (30 กันยายน 2556  เวลา 18:39:43)

ความคิดเห็นที่  19

สามีทุบตีเมียน้อยแล้วเมียน้อยจะแจ้งความดำเนินคดีข้อหาพยายามฆ่าและทำร้ายร่างกายสามีจะได้รับโทษยังไง

เมียหลวง   (10 มกราคม 2556  เวลา 21:51:56)

ความคิดเห็นที่  18

ครอบครัวมีความสุขดี แต่ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า เหล้าเข้าปากสามีแล้วมันจะเป็นเปรตได้ขนาดนี้ กลับบ้านมาถามว่าไปไหนมา ผลักอกมันนิดเดียวพอหันหลังเท่านั้น มันเข้ามาต่อยเลย มันทั้ง ถีบ ทั้งต่อยเอา ต่อยเอา จนไม่ทันระวังตัว หันไปอีกที มันต่อยเอาต่อยเอา จนล้มลงกับพื่นเลย ต่อยต่อหน้าลูก ตาดำๆ ทั้งสองคน มันยังเป็นคนอยู่มั้ย

ผู้หญิงที่ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันนี้   (2 พฤศจิกายน 2555  เวลา 00:45:13)

ความคิดเห็นที่  17

โดนค่ะ เป็นน้อยเขา แต่ไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวกับครอบครัวเขาเลย มีแต่จะช่วยทำงานทุกอย่าง เขารับราชการ งานเอกสารเขาเราทำทุกอย่าง งานนอกงานใน เมียเขาเสื้อผ้ายังไม่ซักเลย เราก็ต้องทำอีกนั่นแหละ เมื่อก่อนเราทำงานบริษัท มีเงินเดือนเยอะแล้ว แต่เขาเหมือนคนโรคจิต คิดแต่ว่าเรามีผู้ชายผ่านเข้มาในชีวิตเยอะมากมาย คิดว่าเราเหมือนผู้หญิงหากิน เป็นเมียใครก็ได้ เขาคิดว่ากระทั่งข้างทางเรากวักมือเรียกผู้ชายเข้าป่าก็ทำได้ กลางวันกินข้าวที่ทำงานเร็วก็ว่าจะรีบขึ้นมาเอากับใคร พอลงไปช้าก็ว่ามัวเอากับใครอยู่ ในห้องน้ำชายเขาก็คิดว่าเราทำได้ คือเขาคิดว่าเราเอาได้ทุกสถานที่ไม่มีเว้น เราแก่แล้วแต่รูปร่างยังพอใช้ได้ผิวขาว ออกอวบ อวบ หน่อย โทรศัพท์ตามตลอดเวลาทำงานก็โทรตลอด ไม่ยอมวางสายเลย โทรกวนเพื่อนที่ทำงานทุกคน จนหัวหน้างานเรียกเข้าพบ บอกให้ตัดสินใจออกไปเลยดีกว่า
พอออกจากงานอยู่บ้านก็คอยแต่ว่าจะออกไปข้างนอกกกับใตรบ้าง วัน ๆนึง เขามีเครื่องคอยดักฟังอันเล็ก ๆ วางไว้ตามจุดมุมลับของบ้าน เวลาเราคุย หรือโทรศัพท์เขาจะรู้หมดว่าคุยว่าอะไร เหมือนคนโรคจิต คือเราคุย หรือบอกว่า คนนั้นหล่อ คนนี้หล่อก็บอก มึงได้เขากี่ครั้งแล้วล่ะ มันเป็นอะไรที่เลวร้ายมากเลยนะ ทุกท่าน อีกอย่างคือเขาเหมือนคนมีปมด้อยเป็นคนที่หลั่งไว เลยคิดว่าเราไม่พอเรื่องเซ็กส์ เลยต้องไปหานอกบ้านทั้งที่เราคิดว่า ไม่เป็นไร เขาบอกทุกคนเห็นเป็นเรื่องสำคัญหมด คิดแต่ว่าเราไม่พอ แล้วก็เลยอยากให้เราได้ตรงนี้ เขาอยากให้เรามีผู้ชายหลาย ๆ คนในเวลาเดียวกัน แล้วทำอะไรให้เขาเห็น หรือเขาอยากฟังเสียง เหมือนคนโรคจิต เลยนะ  แล้วก็ชอบอารมณ์เสีย บ่อยมาก ชอบด่าทอพูด มึง ๆ กู ๆ ต่อหน้าลูกก็พูด แล้วเขาก็บอกว่าบ้านเขาเป็นผู้ดี แต่ชอบด่าคน อื่น คิดแต่ว่าตัวเองดีคนเดียว
ฉลาดคนเดียว คนอื่นโง่ ตัวเองเก่งคนเดียว แต่ดูแล้วเขาเหมือนคนโง่เลยนะ ได้แต่พูด แต่ทำไม่ได้สักอย่าง ไม่สมกับตำแหน่งหน้าที่การงานของเขาเลย  ทำยังไงดี มีแต่คนบอกว่าเรากับเขาเป็นคู่เวรคู่กรรมกัน ต้องชดใช้เวรกรรมกันไปจนกว่าจะหมด อยากมีวิธีทำให้เวรกรรมหมดจากกันเร็ว ๆ ใครมีวิธีบ้าง เรามีลูกสาว อายุ เก้าขวบ แต่ลูกรักเรามากเขาบอกพ่อชอบด่า ชอบว่า ถ้าเราหาวิธีทำให้เขาไปจากเรา เราจะบาปมั้ยที่แยกพ่อลูก แต่ถ้าอยู่กันไปเรื่อย ๆ เราบ้าแน่นอนวัน วันเขาคิดแต่จะหาผู้ชายมาให้เรา แล้วบอกให้เราถ่ายรูปมาให้ดูบ้าง แต่เรายังไม่เคยไปเลยนะ แค่ฟังควาทมคิดเขาเราก็ขยะแขยงเขาแล้ว ตกดึกมาเขาเปิดดูแต่รูปโป๊ แล้วก็บอกงานยุ่ง ไม่มีเวลา ทั้งที่เขาชอบทำตัวยุ่งเอง
เราเซ็งชีวิตมากเลย แต่ไม่คิดค่าตัวตายนะ สงสารลูก เคยพาลูกสาวหนีไป แต่เขาตามกลับมาเพราะเขาตามรังควานญาติพี่น้องเราตลอด จนสงสารพี่น้อง ต้องทนกลับมาอยู่ให้ลูถได้มีบ้านมีที่อยู่ที่กิน แต่เขารักลูกนะ เขาบอกเก็รักเราแต่รักเวลาเขามีความสุขเท่านั้น ใครมีทางออกบอกด้วย  สงสารเถอะนะ

เมียน้อยจำยอม   (18 กันยายน 2555  เวลา 11:31:44)

ความคิดเห็นที่  16

เราคบกับแฟนได้ไม่กี่เดือนก็แต่งงาน ไม่รู้นิสัยแท้จริงเขา พออยู่ได้ไม่นานลายออก ด่าเราเสียงดังและเราย้อนให้เขาจึงชกหน้าเรา เราตกใจมากร้องไห้เลย เขาคว้าคอเราลากไปห้องน้ำจับหัวเรากระแทกฝาน้ำชักโครกจนฝากระเบื้องแตก หัวเราโนเลย จากนั้นด่าสั่งสอนเราเหิมเกริมมาก เราก็ไม่ได้ดิ้นรนแล้ว ในใจเรานึกถึงมีดทำกับข้าวว่าอยู่ที่ไหน
..พอใจแล้วเขาก็ปล่อยเราแล้วเดินออกไป เราวิ่งเข้าครัวคว้าได้มีดหั่นเนื้ออันใหญ่ได้ 2 อัน
ก็วิ่งไล่ตาม ฟันแขน ฟันตามตัว พร้อมกับด่าคืนว่าเขามันหน้าตัวเมียทำผู้หญิงไม่มีทางสู้
เราเก็บเงินค่ากับข้าวได้ไม่กี่ร้อย ก็โกรธที่เราเก็บเงิน เขาบอกว่าให้ใช้ไม่ได้ให้เก็บ
เราบอกว่าจำไว้ ต่อไปถ้าเขาทำเราอีก มือเขาต้องขาด
...เล่าแค่นี้นะ ต่อจากนั้นเขาก็ขับรถไป รพ.เอง ก็รักษาจนหาย กลับบ้านมากลายเป็นคนดี บอกใครๆว่าเขาทำเราก่อน
จากนั้นเวลาเขาโกรธก็ไม่กล้าลงมือกับเราอีก แต่ไปเขวี้ยงข้าวของแทน เราก็ไม่ชอบอยู่ดี
..เรายอมให้สามีทำร้ายร่างกายฝ่ายเดียวไม่ได้
เพราะถ้ายอม เราคงต้องโดนไปตลอดเวลาที่อยู่กับเขา กับแม่เราเคยสั่งไว้ตลอดเรื่องนี้ ให้สู้มัน
..ตอนนี้สามีก็ยังอยู่เป็นครอบครัวมา 20 ปีแล้ว นิสัยก็ยังเหมือนเดิม แต่ไม่กล้าลงมือกับเราเท่านั้นเอง เพราะเราเอาจริง

ยอมให้สามีทำร้ายร่างกายไม่ได้   (7 กันยายน 2555  เวลา 01:34:19)

ความคิดเห็นที่  15

เคยโดนเหมือนกันค่ะ...บ่อยมากเวลาทะเลาะกันกับสามี  เพราะว่าเราหึงหวงเกินเหตุ  และเวลาที่เรามีปัญหาอะไรกับใครมา คือว่าโดนโกงมา...เขาก็ไม่เคยช่วยเรา...มันรู้สึกเหมือนว่าเราตัวคนเดียวลำพัง ทั้งที่สามีก็เป็นตำรวจแท้ๆ   พอทะเลาะกันเค้าก็มาลงที่เรา  ทำร้ายร่างกายเรา  บางครั้งทั้งกระทืบ เอาด้ามร่มธนาคารกรุงศรีฯ ฟากที่ต้นขาเรา  และก็บางครั้งกระทืบที่อวัยวะเพศเรา ทั้งที่เราเพิ่งคลอดลูกมาได้ไม่ถึง 2 เดือน.....  เค้าทำแบบนี้ทุกครั้งที่ทะเลาะกัน  เราอาศัยอยู่ที่แฟลตตำรวจที่พัทยา  บางครั้งตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนข้างบ้าน  เราทำงานธนาคาร มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี แต่เขาด่าเราหยาบๆ คายๆ  ถ้าเราร้องไห้ไม่หยุดเขาก็จะตบที่บ้องหูเราซ้ำ...ก็คนโดนตีอยู่จะให้หยุดร้องไห้ทันทีได้ไง  มันเจ็บปวด...สู้ก็ไม่ได้ แรงเราผู้หญิง แต่เขาผู้ชาย มีปืนด้วย...แค่ร้องไห้อยู่หน้าห้องเขาก็ลากคอเราเข้าห้องแล้วกระทืบซ้ำ ถามว่าเราจะร้องทำไม...เราทำอะไรไม่ได้  ได้แต่สวดมนต์ยกมือไหว้ขอคุณพระคุณเจ้าช่วยลูกด้วย บท อิติปิโส กะคะวา...เขาก็ด่าเราว่าจะสวดหา โค ต ร พ่อ โค ต รแม่มึงเหรอ...  เราโดนแบบนี้มาหลายต่อหลายครั้ง  หนีออกไปทีไร เราก็กลับมาหาเขาเองทุกครั้ง เพราะรักเขา  คือเวลาที่เขาดี เขาจะดีกับเรามาก ดีจนใจหาย เอาใจทุกอย่าง เขาอายุ 47 ส่วนเรา 28   ประมาณ 9 ครั้งที่โดนทำร้ายแบบนี้...สุดท้ายเราก็ทนไม่ไหวจริงๆ  ตีเรา กระทืบเรา ตบเรา ตั้งแต่ ตี 2 ถึง ตี 5  ร้องไห้ก็ไม่ได้....พอใกล้สว่าง  เขาบอกให้เรามานอนกับเขา....ตอนนั้นลูกชายอยู่กับพ่อแม่เรา...เค้าเลยไม่รู้เรื่องอะไร  เกือบทุกครั้งที่โดนตี  เราเข้าโรงพยาบาลทุกครั้ง  หมอถามเราว่าโดนอะไรมา  เราก็บอกตามตรงว่าโดนแฟนซ้อม..คุณหมอไม่พูดอะไรต่อ ได้แต่ถอนหายใจ ตัวเราเองก็ไม่รุ้ว่าทำไมถึงยังทนอยู่และกลับมาหาเขาทุกครั้ง....พอเราหนีออกไปสัก 2-3 วันเขาก็ออกไปเที่ยวกับเพื่อน  กินเหล้ากับพวกเพื่อนตำรวจด้วยกัน....แล้วก็มั่วกับผู้หญิงพัทยา   เราก็ไม่เคยว่า...คิดตลอดว่าเป็นเพราะตัวเราเองหรือเปล่าที่คอยหึงหวงเกินเหตุ บางครั้งเขาบอกว่า  ระแวงเขามากเกินไปจนเขาแทบกระดิกไปไหนไม่ได้เลย...อีกอย่างเขาเป็นคนชอบสังคม  เพื่อนฝูงเยอะมาก...ตำรวจเนอะ ก็ต้องมีสังคมทุกด้าน  เขาชอบด่าเราแรงๆ  "อีเหี้.... อีสัต..... อีดอ.... อีควา..... เราก็ทน...และสุดท้ายคำว่า  มึงรู้ไว้ด้วยว่า  กะหรี่  มันดีกว่ามึงอีก"  คำนี้แหล่ะ ที่ทำให้เราคิดได้  และตัดใจ  เลิกติดต่อ  เลิกโทรหา แต่ก็ไม่เคยตามสืบอยู่แล้ว  ผู้ชายคนนี้เคยมีครอบครัวมาก่อนแล้ว ....เมียก็ขอเลิกไปเกือบปี ถึงมาเจอเรา มีลูกกับเมียเก่าด้วยกัน 1 คน   ... ตอนนั้นเราน่าจะเชื่อเมียเก่าเขาว่าเขาเป็นยังไง  ไม่น่าเลย  คงเป็นเวรกรรมจริงๆ  ตอนนี้แค่โทรไปขอให้เขาช่วยค่าเล่าเรียนลูกบ้าง เขากลับบอกว่า "อยากได้ก็ให้ไปฟ้องเอาเอง"   เขาไม่ใส่ใจ ไม่แยแสลูกเลย...อยู่พัทยาเหมือนกัน ใกล้กันแค่ 10 นาทีก็มาถึง  แต่เขาทำเหมือนอยู่เชียงใหม่กับภูเก็ตงั้นแหล่ะ... ลูกคนเดียว 3 ขวบ เขากำลังน่ารักแต่ตอนนี้กำลังไม่สบายมาก  เขาก็ไม่เคยแยแส....ได้แต่บอกว่า ให้ไปฟ้องเอาเอง และก็บอกว่าตอนอยู่ด้วยกันได้ให้เงินมาเยอะแล้ว เป็นแสนเป็นล้านแล้ว... เราปรึกษาเพื่อนบางคนเขาก็บอกว่านั่นมันเป็นเงินที่หัวหน้าครอบครัวควรให้ภรรยาและลูก  แต่พอทะเลาะกันอีก เขากลับทวงเงินนั้นคืน  บอกกับเราว่า  "มีปัญญาหาได้เท่าไหร่  ก็หามาคืนเขาให้ได้"................  แล้วอย่างนี้เวลาอยู่ด้วยกันจะทำดีกับเราทำไม  ....   เราไม่โทษใคร ไม่โทษผู้ชายและไม่ว่าใครผิดทั้งนั้น    เราเองที่เลือกคนผิดเอง ... แม้เราจะงี่เง่าบ้างแต่เราก็คือผู้หญิง มีสิทธิ์หึงหวงเป็นเรื่องธรรมชาติ.....  แต่กับการทำร้ายร่างกายกัน เราเอาตำรวจขึ้นโรงพักที่เขาเองทำงานอยู่นั่นแหล่ะ  มันคงไม่เป็นการประจานกันเกินไปใช่ไหม  เขากลับไม่เคยสำนึก..และไม่เคยถามว่าเราเจ็บไหม  ได้แต่บอกว่า" สมควร "   ตอนนี้ถ้าใครได้ผู้ชายคนนี้ไปทำ "สามี" หรือ "แฟน"  ก็ขออนุโมทนา  ไปกันให้รอดเถอะนะ ....ยกถวายใส่พานให้เลย....
เพียงพอแล้ว  หมดเวรหมดกรรม ซึ่งกันและกันสักที.............สาธุ

แม่ลูกหนึ่ง   (26 กุมภาพันธ์ 2555  เวลา 01:49:40)

ความคิดเห็นที่  14

โดนสามีทำร้ายเมือนกันค่ะบ่อยมาก ตอนนี้มาอยู่กับพ่อแม่ที่บ้านมีลูกหนึ่งคนค่ะ  รู้สึกเยใจมากสงสารลูกแต่สู้ๆๆๆๆๆค่ะ
หวังว่าวันหนึ่งสวรรค์คงลงโทษผู้ชายประเภทนี้ค่ะ

ผู้หญิง   (3 กุมภาพันธ์ 2555  เวลา 16:21:36)

ความคิดเห็นที่  13

ผมอ่านแล้วก็กลัว กังวลว่าถ้าคนที่ผมรักถูกผมตบด้วยตัวเอง ด้วยอารมณ์ชัววูปหรืออะไรก็ตาม มันคงแย่มากๆ  พวกเราได้รับรู้เรื่องแบบนี้ และหวังว่ามันจะเป็นแบบอย่างให้เราได้คิด จะได้หลีกเลี่ยงเรื่องน่าเศร้าเช่นนี้  ผมขอเป็นกำลังใจให้ใครก็ตามที่ได้ประสบกับชีวิตคู่ที่ลำบาก  เพราะชีวิตต้องดำเนินต้องไป  เราจะอยู่ด้วยกันได้เสมอมา เหมือนอย่างที่บรรพบุรุษของเราฟาฟันชีวิตมาด้วยกันได้จนถึงทุกวันนี้

Garlenife   (25 ตุลาคม 2554  เวลา 21:45:07)

ความคิดเห็นที่  12

ขอแนะนำให้เลิกกัน เพราะจะทำให้มีความสุขทั้งสองฝ่าย
ถ้าปล่อยไว้อย่างนี้ ทุกข์ตลอดไป
และจะได้ไม่มีการทำร้ายร่างกายกัน เช่น หญิงทำร้ายชาย หรือ ชายทำร้ายหญิง
เมื่อสมัยเด็กยังอยู่ตัวคนเดียวได้ไม่ทุกข์ใจ

ความสุขของการเป็นโสด   (4 พฤษภาคม 2554  เวลา 11:34:19)

ความคิดเห็นที่  10

คุณ Country Boy เคยลองพูดคุยกับภรรยาดูหรือยังคะ  ถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้น  ถึงความสัมพันธ์ระหว่างคุณ 2 คน  และความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นกับลูกด้วย  เพราะอาจต้องหาเวลาที่คุณทั้งคู่นั่งลงเพื่อพูดคุยในเรื่องนี้อย่างจริงจังค่ะ  ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น  หากปล่อยไว้  พี่แพ็ทกลัวว่าจะยิ่งลุกลามและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ  และหากลูกเห็นเราก็จะซึมซับความรุนแรงเหล่านี้เข้าไปอีก  แนะนำว่าควรพูดคุยกันนะคะ

พี่แพ็ท    (3 กันยายน 2553  เวลา 11:55:01)

ความคิดเห็นที่  9

ผมถูกเมียกระทืบ

 ผมกับภรรยาแต่งงานกันมานานเกือบ 16 ปี และทำงานประจำบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง มีบุตรด้วยกัน 2 คน,  มาระยะ 4-5 ปีให้หลังมานี้ เรามักมีเรื่องบาดหมางใจกันมาตลอดโดยหาสาเหตุไม่ได้  ผมตั้งข้อสังเกตว่าเธอเปลี่ยนไปหลังจากที่ไปเข้ากลุ่มทำธุรกิจขายตรงยี่ห้อหนึ่ง  แบรนด์ไทย แต่ชื่อญี่ปุ่น  โลโก้เป็นรูปคน 2 คนเป็นตัวอักษรตัวที่ 11 ของภาษาอังกฤษ  เธอไปอบรม, สัมมนาแทบจะทุกสัปดาห์ ผมเคยแอบอ่านเอกสารประกอบการอบรม พบว่าหัวข้อในการอบรมสัมมนาค่อนข้างรุนแรง คือมีการโน้มน้าวให้ปรับเปลี่ยนนิสัยต่างๆ เช่นกิจกรรมหลอมละลายความคิด และพฤติกรรม,  การแข่งขันกันหาสมาชิก, การแข่งขันกันทำแต้มยอดขาย โดยมีตำแหน่งมาล่อใจ บางทีต้องควักเงินซื้อของที่ไม่จำเป็น เพื่อทำแต้มให้ทะลุเป้า  เราเริ่มมีปากเสียงกัน เธอก็เริ่มเปลี่ยนแปลงบทบาทของตนเองมาเป็นผู้นำครอบครัวแทนผม ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เธอจะเชื่อ และรับฟังสิ่งที่ผมเสนอ  ต่อมาก็เริ่มหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ  เธอด่าเก่งขึ้น, บ่นเก่งขึ้น, และเชิดชูความสำเร็จของคนในองค์กรของเธอ ว่าเขามีรายได้เดือนละหลายแสนบาท ซึ่งต่างจากผมที่มีรายได้จากงานประจำเดือนละไม่กี่หมื่นบาท  จะให้ผมเอาเยี่ยงอย่างคนเหล่านั้น  เธอบังคับให้ผมไปงานมอบเข็มรางวัล และสายสะพาย ที่ศูนย์ประชุมแห่งหนึ่ง ในงานมีคนขึ้นมาอวดความรวย และรายได้จากการขายสินค้ายี่ห้อดังกล่าว และเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นๆ  

      ผมมานั่งปลงอนิจจัง... ความอยากได้ อยากมี..ที่องค์กรนี้ล้างสมองภรรยาผม มันทำให้ผมและลูกๆพลอยเดือดร้อนไปกับอุดมการณ์ของพวกเขาด้วย  ชีวิตครอบครัวเริ่มเปลี่ยนแปลง มี่เธอถูกสังคมรอบข้างอุปโลกข์ ให้เธอเป็นผู้นำครอบครัวแทนผม  โดยผมกลายเป็นตัวอะไรไม่รู้  เราทะเลาะกันเกือบทุกวันเพราะความคิดเห็นไม่ตรงกัน เธอจะเป็นฝ่ายกระทำในสิ่งที่เธอคิด โดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกของผมเลย... เธอมักบ่น และหาเรื่องด่าลูก  และก็พาลมาด่าผมด้วย ผมมักเดินหนีไม่อยากให้เรื่องราวบานปลาย  บางทีผมก็ถูกเธอทุบตีบ้าง ผมอดทนไม่ตอบโต้ใดๆ..

   และแล้ววันที่เหลืออดก้อมาถึง วันนั้นเป็นวันอาทิตย์ ผมนั่งเล่นFACE BOOKอยู่  เธอเห็นผมกำลังพิมพ์ข้อความโต้ตอบกับเพื่อนผู้หญิงบนโลกOnline โดยที่ผมเองก้อไม่รู้ด้วยซ้ำ  ว่าคนที่ผมกำลังคุยด้วยนั้นเป็นใคร  เธอด่ากราด...หาว่าวันๆผมมองหาแต่Heใหม่ๆ ไม่ช่วยกันทำมาหากิน ไม่ช่วยแบ่งเบาภาระเธอเลย   ในหัวสมองของผมมีแต่เรื่องHe…He  เต็มไปหมด ขึ้นมึงขึ้นกู และทุบตีผม ผมหลบด้วยการนอนคว่ำหน้าลงกับพื้น   สิ่งที่ผมไม่คาดคิดก้อเกิดขึ้น...เธอใช้เท้ากระทืบที่ต้นคอผม, กระทืบลงบนกลางหลังผมเต็มแรง จนผมรู้สึกปวดชายโครง  ผมโมโหสุดขีด เกิดมาไม่เคยมีใครทำกับผมแบบนี้มาก่อน แม้แต่พ่อ,แม่ของผมเอง ก้อไม่เคยใช้เท้าลงโทษกับผม ผมหงายตัวขึ้นและใช้เท้าดันเธอ จนเธอล้มลง แล้วผมก้อลุกขึ้น และทำท่าบีบคอเธอ เพื่อที่จะสื่อให้เธอรู้ว่า.. ผมไม่อยากทำร้ายเธอ.. ถ้าผมคิดจะทำจริงๆ... เธอสลบไปตั้งนานแล้ว...  มาถึงตอนนี้...    หากคุณๆเป็นผม...คุณจะทำอย่างไรต่อไป...กับชีวิตที่เหลืออยู่ดีครับ...  ปัจจุบันผมอายุ 43 ปี..   ผมจะใช้เวลาที่เหลืออยู่ของชีวิต...ทำให้มีความสุขเหมือนคนอื่นบ้าง....อย่างไรดีครับ ?

Country Boy   (2 กันยายน 2553  เวลา 14:28:06)

ความคิดเห็นที่  8

ผู้ที่เป็นสามีควรที่จะเคราพและบูชาภรรยา

ผู้หญิงด้วยกัน (ลำปาง)   (20 สิงหาคม 2553  เวลา 13:02:51)

ความคิดเห็นที่  7

ไอ้ของแบบนี้มันก็พูดยากนะครับ

starkravet   (22 มิถุนายน 2553  เวลา 16:07:44)

ความคิดเห็นที่  6

วันนั้นเป็นวันสตรีโลก แม่เรากลับมาจากเดินรณรงค์ลดความรุนแรงในบ้าน แต่กลับโดนพ่อเราทำร้ายร่างกายทั้งต่อย ทั้งตบ แม่หมดสภาพเลย ตาเป็นเบ้า หน้าแตกบวมไปหลายวัน พวกเราก็เลยชวนแม่มาอยู่ด้วยเพื่อรักษาหัวใจ แม่เจ็บ เราก็เจ็บเหมือนกัน ทำไมพ่อทำแบบนี้ค่ะ

แนน   (24 พฤษภาคม 2553  เวลา 14:58:18)

ความคิดเห็นที่  5

เคยโดนเหมือนกันค่ะ กับแฟนคบกันมาสามปี สองปีแรกไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย
พอขึ้นปีที่สาม พอดีย้ายไปอยู่ด้วยกัน ก็เริ่มมีปากเสียงกันค่ะ ก็มี ตบหน้า เเล้วก็ ตีแขนค่ะ
โดนมารวมแล้วก็ห้าหกครั้งได้ เเต่ดิฉันก็สู้นะค่ะ ทั้งสู้ ทั้งด่าทอมัน ตอนนี้ก็ย้ายมาอยู่คนเดียวเเล้วค่ะ
เเฟนมันก็มาตามง้อค่ะ มันบอกว่า มันไม่ได้เลว ขนาดซ้อมเช้าซ้อมเย็น มันจะพยายามลดความรุนแรงลงค่ะ
เเต่ลึกๆ ดิฉันไม่เชื่อใจมันเท่าไหร่นะค่ะ เเต่ก็สบายใจที่เเยกออกมา

sawanya   (13 พฤษภาคม 2553  เวลา 15:01:53)

ความคิดเห็นที่  4

ในชีวิตไม่เคยโดนด้วยตนเอง แต่เคยเห็นพ่อและแม่บ่อยมาก กลัวสุดๆ ในชีวิตครอบครัวจึงพยายามประคับประคอง ไม่ท้าทาย ไม่ด่าทอ  ฝ่ายไหนไม่พอใจก็เงียบ ตั้งสติได้ก็มาคัยกันใหม่ ทุกอย่างจึงสันติ  

เห็นใจจริงๆ   (2 พฤษภาคม 2553  เวลา 21:09:28)

ความคิดเห็นที่  2

บางครั้งปัญหาใหญ่ก็แก้ได้ด้วยวิธีง่าย ๆ ไม่ต้องคิดมาก..โบราณกล่าวว่า ไม้แก่ดัดยาก.." ฉะนั้นผู้ชายที่เป็นสามีแล้ว ก็ถือว่าแก่แล้ว ดัดไม่ได้หรอก หรือถ้าได้ก็คงน้อยมาก ๆ อาจจะ 1% เท่านั้น คนที่เป็นเมียยังจะหวังเหรอ..เลิกเสียเถอะนะคนดี..คนนะไม่ใช่ลูกฟุตบอล

ยายแม่มด   (22 เมษายน 2553  เวลา 10:33:51)

ความคิดเห็นที่  1

มันเป็นธรรมชาติของพวกผู้ชาย...พันธุ์สัตว์เลี้ยงที่บ้าน..แรกๆก็รักแสนหวาน นานๆธาตุแท้มันก็ออก ต้องทำใจนะจ๊ะถ้าเจอผู้ชายชาติห......

นางทำใจ   (21 เมษายน 2553  เวลา 10:17:37)