Loading ...

คนที่ชอบอ่านบทกวีทั้งหลาย เคยถูกคนรอบข้างถามไหมว่า ยังอ่านกลอนพวกนี้อยู่อีกหรือ­

แรกๆ ผู้เขียนก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะจากยอดพิมพ์หนังสือที่รวมบทกวี บทกลอนต่างๆ ในแต่ละสำนักพิมพ์ก็พอจะเดาได้ว่า ตลาด มีความต้องการบริโภคงานเขียนประเภทนี้ค่อนข้างน้อย

แต่หลังๆ ก็อดไม่ได้ที่จะมานั่งคิดว่า วันหนึ่งงานเขียนประเภทนี้จะหายไปไหมนะ­

จริงอยู่ องค์กรหรือหน่วยงานที่ส่งเสริมงานเขียนประเภทนี้ได้จัดประกวด มอบรางวัล หรือจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อส่งเสริมการอ่าน แต่เอาเข้าจริงแล้ว คนอ่านงานเขียนประเภทนี้ก็ยังน้อยอยู่ดี       

          ผู้เขียนเคยแลกเปลี่ยนกับอาจารย์ท่านหนึ่งที่สอนวิชาเกี่ยวกับงานเขียนประเภทร้อยกรองในมหาวิทยาลัย ท่านก็ว่า คอร์สที่ท่านเปิดสอนมีนักศึกษาสนใจมาลงทะเบียนเรียนน้อยมาก ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่า พอนักศึกษาเห็นคำว่า บทกวี หรือ ร้อยกรอง แล้ว ก็มีภาพในใจไปแล้วว่ามันต้อง ยาก

          พอ ยาก ก็ไม่อยากมาเรียน เพราะมีผลต่อคะแนน

          แล้วบทกวียากตรงไหน­ คราวนี้ผู้เขียนหันมาถามคนที่ไม่ชอบอ่านบทกวีบ้าง

          หลายๆ คนที่ผู้เขียนถามบอกตรงกันว่า เวลาอ่านบทกวีนั้นต้องตีความ อ่านแล้วต้องคิดว่า กวีกำลังจะสื่ออะไร ดังนั้นถ้าจะเลือกอ่านงานเขียนสักประเภท ขออ่านที่ไม่ต้องคิดหลายชั้น เพราะสังคมทุกวันนี้มีเรื่องต้องให้คิดมากอยู่แล้ว อย่าหาเรื่องให้ต้องคิดอะไรมากมายอีก ซึ่งก็ต้องบอกว่า หากไปคุยกับคนที่อ่านบทกวี เขาก็จะบอกว่าการได้อ่านบทกวี การได้คิด ได้ตีความ ทำให้ผ่อนคลายจากเรื่องราวหนักๆ ที่ต้องเผชิญในสังคม

            เรียกว่า ต่างคนก็ต่างความคิด อันนี้ก็ว่ากันไปแล้วแต่รสนิยมของแต่ละคน

          แต่ที่น่าสนใจ และน่าจะช่วยให้คำถามที่ว่า บทกวีจะหายไปไหม มีคำตอบก็คือ การเกิดขึ้นของเว็บไซต์ต่างๆ ที่ให้ผู้เข้าชมเข้ามาแต่งบทกวีได้อย่างไม่จำกัด มาดูกันหน่อยไหมว่า เว็บไซต์เหล่านี้มีอะไรบ้าง และบทกวีที่ปรากฏในเว็บไซต์เป็นอย่างไร

http://www.kaweeclub.com มีสโลแกนว่า กวีคลับดอทคอม: สังคมดีๆ ของคนรักกลอน เป็นเว็บไซต์หนึ่งที่ให้สมาชิกเข้ามาโพสต์บทกวีของตัวเอง และมีการจัดหมวดหมู่เนื้อหาของบทกวีไว้เพื่อความสะดวกในการอ่าน

มีตัวอย่างบทกวีเขียนถึงคนบนฟ้า ของ Little Cat ที่อยู่ในหมวดเนื้อหา ความคิดถึง นำมาให้ดูกันว่าเป็นอย่างไร ดังนี้

เขียนถึงคนบนฟ้า ..

เขียนให้รู้ว่าฉันคิดถึง ..

ส่งความรักความคำนึง ..

ให้กับใครคนหนึ่งที่ห่วงใย ..

 

เขียนถึงคนบนฟ้า ..

เขียนไปสอบถามว่าเธออยู่ไหน ..

อยากให้รู้ว่าคนห่างคนไกล ..

คิดถึงจนใจจะขาดรอน ..

 

http://www.thaipoem.com/ เป็นเว็บไซต์ที่มีงานเขียนทั้งประเภทเรื่องสั้นและบทกวี แต่เน้นอย่างหลังมากกว่า และจัดเนื้อหาของบทกวีไว้เป็นหมวดหมู่เช่นกัน

อีกตัวอย่างของบทกวีที่ปรากฏในเว็บไซต์ดังกล่าว เช่น บทกวีที่ชื่อ ยังหวัง ของ แกงเขียวหวาน มีว่า

ผ่านร้อนผ่านฝน...อดทนยามหนาว

ให้เจ็บปวดร้าว...ถูกเขาผลักใส

ลูกหลานเคยมี...ก็หนีจากไป

เพราะความยากไร้...ทำให้หมางเมิน

 

ชีวิตที่ผ่าน...ร้าวรานเหลือเกิน

ทุกข์ทนเผชิญ...ต้องเดินลำพัง

ไร้สิ้นเรี่ยวแรง...หน่ายแหนงความหวัง

โรคภัยเยอะจัง...ประดังเข้ามา

 

อยากเจอลูกหลาน...แค่พานพบหน้า

ไม่หวังพึ่งพา...เจอหน้าสักครา

ก่อนชีพวางวาย..ความตายมาหา

แผ่นดินกลบหน้า...หวังว่าได้เจอ

 

ยังมีอีกหลายเว็บไซต์ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้ที่ชอบขีดๆ เขียนๆ งานเขียนประเภทบทกวีได้แสดงฝีมือ เช่น เว็บไซต์ของเครือข่ายนักเขียนแห่งประเทศไทย www.thaiwriter.com เว็บไซต์บ้านบทกวี www.student.chula.ac.th http://poem.siamha.com หรือเว็บไซต์ที่เน้นเฉพาะบางเนื้อหา เช่น ความรัก ก็มี เช่น http://www.yes-iloveyou.com/smfboard/

แน่นอนว่า บทกวีต่างๆ ที่โพสต์ลงในเว็บไซต์เหล่านี้อาจจะไม่ได้ใช้ภาษาดี หรือแฝงข้อคิดลึกซึ้งเชิงปรัชญาให้กับผู้อ่านเท่ากับงานเขียนของนักเขียนที่มีชื่อเสียง หรืองานเขียนที่ได้ตีพิมพ์

แต่ที่น่าสนใจคือ กลอนหรือบทกวีในเว็บไซต์เหล่านี้ ใช้ภาษาที่ตรงไปตรงมา อ่านเข้าใจง่าย ซึ่งเป็นการลดข้อจำกัดเรื่องความยากของภาษา อันเป็นอุปสรรคที่ทำให้คนไม่อ่านบทกวี

ผู้เขียนจึงเชื่อว่า บทกวีจะไม่มีวันหายไปจากโลกตัวอักษร แต่อาจจะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบและเนื้อหาไปบ้างเพื่อให้เหมาะกับบริบทของสังคม

ขึ้นอยู่กับว่า เรา จะยอมรับสิ่งที่เปลี่ยนไปหรือเปล่า­



ความคิดเห็นที่  1



แต่งดีมากเลยคะ

จ๋า   (21 มิถุนายน 2553  เวลา 21:16:42)