Loading ...

กำไล สมรักษ์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ
หัวหน้ากลุ่มงานเวชปฏิบัติครอบครัวและชุมชน โรงพยาบาลปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช

          กำไล สมรักษ์ พยาบาลวิชาชีพฯ จากโรงพยาบาลปากพนัง และยังเป็นวิทยากรหลัก (เอ็มที) ของหน่วยประสานงานภาคใต้ตอนบน (มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์) ในโครงการก้าวย่างอย่างเข้าใจ

          กำไล มองเรื่องเพศศึกษาว่าเป็นวิถีชีวิต เป็นเรื่องของการดำเนินชีวิตประจำวันของคนทุกวัย ตั้งแต่เกิดจนตาย แต่คนส่วนใหญ่มักคิดว่าเป็นเรื่องของวัยรุ่นเพียงอย่างเดียว ทั้งที่สุขภาวะทางเพศในวัยอื่นก็สำคัญ เช่น การส่งเสริมพัฒนาการเรื่องเพศในวัยเด็ก หรือวัยสูงอายุ สำหรับการมีเพื่อนคู่คิด การรวมกลุ่มทำกิจกรรม เป็นต้น

          ด้วยความที่ กำไล เป็นพยาบาลนี่เอง ทำให้เขาสามารถเชื่อมโยงงานเพศศึกษากับงานบริการสุขภาพชุมชนได้ไม่ยาก โดยเริ่มแรกเขานำกระบวนการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ มาปรับใช้กับทีมที่เขาทำงานด้วย เพราะมองว่ามีประโยชน์ในการปรับความคิด และทัศนะต่อการทำงาน เนื่องจากคนในชุมชนมีบริบท และวัยที่แตกต่างกัน

           สิ่งที่ปรับคือข้อมูล ข้อเท็จจริง เรามาดูว่าข้อมูลอันไหนเป็นความเชื่อ เป็นทัศนคติ เราก็มาคุยกัน เราจะไม่อนุมานคน ไม่ตัดสินใคร อย่าเอาความคิดของเราไปใส่ให้เขา พอปรับความคิดก็มาคุยกับทีม พยายามสร้างทีมให้เข้าใจร่วมกัน พอลงไปถึงชุมชน จะได้ทำงานตามความต้องการของชุมชนจริงๆ พูดกับชาวบ้านแล้วเขาเข้าใจ สนองความต้องการของเขาได้ และมันทำให้เราเข้าใจและมีความสุขในการทำงานมากขึ้น"

  

          กำไลสะท้อนว่า ปัญหาของการพูดเรื่องเพศศึกษาคือ คนส่วนใหญ่ไม่รู้ข้อมูลข้อเท็จจริง คิดว่าเป็นเรื่องเพศสัมพันธ์ จึงเลือกที่จะไม่พูด รวมทั้งการเข้าใจผิดว่าเรื่องเพศเป็นเรื่องของวัยรุ่นเท่านั้น แต่ไม่มองภาพรวม มองแค่จุดใดจุดหนึ่ง ทั้งที่เรื่องเพศเกี่ยวกับคนทุกวัย

          การแก้ไขปัญหา คือ ทำความเข้าใจกับเรื่องข้อมูลว่าอันไหนเป็นข้อเท็จจริง หรือความเชื่อ รวมถึงให้เขารู้ว่าเพศศึกษาเกี่ยวกับคนทุกวัย เกี่ยวกับการดำเนินชีวิต ส่วนกระบวนการทำงาน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ที่สัมผัสกับคนทุกวัยอยู่แล้ว ก็ใช้กระบวนการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ ให้เขาเรียนรู้ และเขาจะยอมรับซึ่งกันและกัน

          กำไล ยังเสนอความคิดเห็นด้วยว่า การเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ หรือการพูดคุย และนำการเรียนรู้ไปพัฒนาจะช่วยแก้ปัญหาในภาพรวมได้ คือ ไม่ใช่แค่เรื่องเด็กท้องเท่านั้น แต่มีเรื่องของความเอาใจใส่ เข้าใจกัน เปิดใจพูดคุยระหว่างพ่อแม่ลูกในครอบครัว ในชุมชน

          ในส่วนของชุมชน กำไล เล่าว่า ชุมชนที่เขาลงพื้นที่เพื่อให้บริการด้านสุขภาพนั้น มีหลายระดับ หากชุมชนใดเปิดกว้างทางความคิด การพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องเพศก็จะทำได้ไม่ยาก คือ เขาจะรับเรื่องข้อมูลข้อเท็จจริง ไม่อนุมานในเรื่องเพศ เพราะทัศนะของใครก็ของคนนั้น

          กำไล บอกว่า การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความคิดด้วยกัน สามารถปรับใช้ได้ในทุกเรื่อง คือ การเป็นเอ็มทีไม่ใช่อบรมได้แต่เรื่องเพศศึกษาอย่างเดียว แต่ได้ในทุกเรื่องของการดำเนินชีวิต เพียงแค่เก็บเกี่ยวแล้วนำมาปรับให้เข้ากัน

          การให้ความรู้เรื่องเพศเป็นเรื่องของทุกคน และไม่เลือกสถานที่ พร้อมที่ไหนก็ได้ แต่ ต้องมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน

          ไม่เพียงเท่านั้น กำไล ซึ่งมีบทบาทเป็นคณะทำงานขับเคลื่อนเพศศึกษาของจังหวัดนครศรีธรรมราช ยังเล่าถึงการนำเรื่องเพศลงไปสู่ชุมชนว่า ในระดับบุคคล เช่น เอ็มที ครูผู้สอนถูกสร้างขึ้นมาแล้ว ก็นำความรู้ลงไปสู่ครอบครัว ต่อจากนี้ก็ลงไปสู่พื้นที่ และขับเคลื่อนในระดับชุมชนเข้าสู่นโยบาย โดยทำประเด็นเดียวกับสุขภาวะชุมชน

          “อย่างตอนนี้ก็ทำสภาพลเมืองเพื่อสร้างสุขภาวะชุมชน ก็มีจากทุกองค์กรเข้ามาช่วยกัน มีนายอำเภอเป็นผู้ประสานงาน ซึ่งสภาพลเมืองเน้นทุกเรื่อง มันเริ่มจากความเดือดร้อนของชาวบ้านในการทำมาหากิน แต่สุดท้ายแล้วคือเรื่องสุขภาวะ โดยสุขภาวะทางเพศก็เป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินชีวิต คือ สุขภาวะชุมชนอาจเกี่ยวกับอาชีพที่มั่นคง การมีรายได้ของชุมชน และอยู่อย่างมีความสุข ซึ่งสุขภาวะทางเพศก็เกิดเหมือนกัน เพราะมันเชื่อมกันหมด”

   

          กำไล เล่าว่า การขยายผลเรื่องเพศ เอดส์ สามารถพูดคุยในเชิงป้องกัน เช่น การติดเชื้อ การแพร่ระบาดของโรค ว่าเป็นอย่างไร หรือการจัดกิจกรรมแลกน้ำ QQR มีการใช้กระบวนการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ เพื่อให้เกิดสุขภาวะชุมชน

          หรืออย่างการเชื่อมเครือข่ายก็มีในทุกวัย เอ็มทีคนเดิม บอกว่า เขามีบทบาทคอยเสริมเชิงวิชาการ โดยกลุ่มวัยรุ่น ก็จะมีแกนนำจากอำเภอปากพนัง ชื่อกลุ่มเยาวชนฟรุตตี้ ที่ไปให้ความรู้ตามโรงเรียน และมีกลุ่มของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ที่ผู้สูงอายุไปช่วยสอน และส่งเสริมพัฒนาการของเด็กเล็ก ไม่ว่าจะเป็นพัฒนาการทางเพศ เรื่องการใช้ชีวิตในศูนย์ฯ

   

          เราอยากให้เด็กรู้ เข้าใจ ป้องกันได้ และใช้ชีวิตอย่างมีความสุข จะไม่พูดเรื่องเพศสัมพันธ์อย่างเดียว เราต้องช่วยให้เขาตอบสนองเรื่องเพศศึกษาตั้งแต่เกิด เหมือนในคลินิกสุขภาพเด็กดี พี่ก็แนะนำพ่อแม่ว่าควรพูดกับลูกยังไง เมื่อเด็กเขาไม่ถูกปิดกั้น และผู้ใหญ่รู้ว่านี่คือธรรมชาติ ไม่ห้ามและให้เขาไปรู้เอง เด็กก็จะเกิดสุขภาวะทางเพศ

          อย่างไรก็ตาม พยาบาลวิชาชีพ มองว่า ความยั่งยืนในเรื่องสุขภาวะทางเพศนั้น ต้องเกิดจากชุมชนไม่มองแยกส่วน หรือแยกทำเฉพาะเรื่อง แต่ต้องทำไปด้วยกัน เพราะปัญหาหนึ่งเรื่องส่งผลกระทบไปทุกเรื่อง อย่างปัญหาเด็กมั่วสุม ก็ส่งผลกระทบต่ออาชีพ พ่อแม่ก็เครียด สุขภาพจิต กายก็ไม่ดี ดังนั้นทุกหน่วยงานต้องมาช่วยกัน และมองเป็นภาพรวม

          การให้ทุกหน่วยงานเดินไปพร้อมกันทำได้ยาก แต่ก็ไม่เกินความสามารถหรอก เพราะ ตอนนี้ก็พยายามทำอยู่ คือมันต้องถอดหมวกออกให้หมด ข้าราชการก็ต้องถอดหมวกข้าราชการ แล้วไปคุยกับชาวบ้าน แล้วร่วมทำ จะได้คุยกันได้ เข้าใจกัน”

  

           คณะทำงานฯ ยกตัวอย่างชุมชนหลักกิโล ๓ ว่าขณะนี้กำลังดำเนินงานเพื่อยกระดับเป็นตำบลสุขภาวะ โดยชาวบ้าน ชุมชน มาร่วมคิด ร่วมทำกิจกรรมกันเอง ส่วนเขามีบทบาทในการเป็นพี่เลี้ยง หรือนักวิชาการในเรื่องสาธารณสุขมากกว่า

           นอกจากนี้ สำหรับคำถามที่ว่า การมีนโยบายจากส่วนกลางที่สนับสนุนการจัดการเรียนรู้เรื่องเพศนั้นมีความสำคัญหรือไม่ กำไล คิดว่า ทุกภาคส่วนมีความจำเป็นเหมือนกันหมด แต่การทำงานจากฐานราก น่าจะเป็นทางหนึ่งที่ทำได้ เพราะร่วมกันเปิดใจ ปรับทัศนะด้วยกัน ไม่ยึดตัวตนของหน่วยงานเป็นหลัก

          การมีนโยบายก็สำคัญ หากขับเคลื่อนไปพร้อมกันก็จะดี เพราะนโยบายจะช่วยเอื้อประโยชน์ให้ชุมชนทำงานได้ง่ายขึ้น


 



ความคิดเห็นที่  10

ดีมากค่ะ ที่แชร์ความรู้เรื่องเพศให้กับคนทุกวัย

ครูจิตรา  ยอดแก้ว สอนเพศศึกษาที่โรงเรียนสตรีทุ่งสง เคยเป็นเพื่อนร่วมงานเพศศึกษา   (21 มิถุนายน 2555  เวลา 09:18:16)

ความคิดเห็นที่  9

เข้ามาอ่านผลงานรุ่นพี่ ค่ะ เสียดายมากตอนนี้พี่กำไลลาออกไปเป้นอาจารย์ซะแล้ว ทิ้งน้องให้ทำงานคนเดียว..

ความคิดเห็นที่  8

เป็นกำลังใจให้คนทำงานด้วยอีกคนนึงนะคะ เคยได้ให้พี่กำไลเป็นพี่เลี้ยงฝึกงานนิสิต ได้รับการช่วยเหลือจากพี่กำไลดีมาก ประสบการณ์ที่พี่กำไลได้ถ่ายทอดให้กับนิสิต มหาศาลมากเลยค่ะ

อ.เสาวนีย์   (24 มกราคม 2555  เวลา 15:32:00)

ความคิดเห็นที่  6

..

12345   (21 มกราคม 2554  เวลา 21:52:21)

ความคิดเห็นที่  5

ดีด้วย  เก่งด้วย  ขอชื่นชมและเป็นกำลังใจค่ะ  

สุประภา  ถนอมวัฒนันต์  /เมืองสองแคว   (18 พฤศจิกายน 2553  เวลา 14:44:45)

ความคิดเห็นที่  4

ยินดีกับน้องกำไล...เยี่ยม! ชื่นชมในความเสียสละทุ่มเทเพื่อสังคม..ขอให้น้องก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไป

พี่อนงค์ ทรัพย์มี   (16 กรกฎาคม 2553  เวลา 14:20:56)

ความคิดเห็นที่  3

            การสร้างเสริมสุขภาวะทางเพศโดยเฉพาะในบุตรวัยรุ่นหญิงเป็นหน้าที่่ของคนในครอบครัว ซึ่งจะเป็นการต่อยอดของการสร้างคนที่มีคุณภาพชีวิตในกลุ่มประชากรที่จะกำเนิดจากหญิงกลุ่มดังกล่าว   เนื่องจาก ในพื้นที่อำเภอสิเกา จ.ตรัง ถึงแม้จะเป็นอำเภอเลฺ็กๆ แต่อัตราการตั้งครรรภ์ก่อนวัยอันควรสูงที่สุดในจังหวัดตรัง  และในการจัดทำสารนิพนธ์ได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ประจำสาขาฯ ให้ทำในหัวข้อ"คู่มือบทบาทครอบครัวในการสร้างเสริมสุขภาวะทางเพศของบุตรวัยรุ่นหญิงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น"
            จึงขอเสนอตัวเพื่อร่วมงานในการสร้างเสริมสุขภาวะทางเพศ และขอรับคำชี้แนะหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องที่จะสร้างคู่มือดังกล่าว จะเป็นพระคุณยิ่ง      


ธเนศพล แก้วมี   (10 กรกฎาคม 2553  เวลา 21:09:41)

ความคิดเห็นที่  1

 เออ..เป็นเรื่องที่ดีมากสำหรับพวกเราเด็ก เยาวชน ประชาชนคนไทย ต้องขอบพระคุณในคุณงามความดีของ Teenpath ที่ได้สร้างสื่อที่ดี
*--ผมซึ่งเคยทำงานร่วมกับพี่กำไล ผมภูมิใจ และดีใจมาก เพราะ พี่เค้าไม่ได้เก่งแต่เรื่องเพศศึกษา อย่างเดียว แต่เขาเก่งทุกๆเรื่อง แม้แต่คนที่มีพลังต้นทุนชีวิตน้อย แต่..โอ้โห..แต่เขาก็ช่วยเต็มที่เลย.ผมแปลกใจมาก
ที่เขาทำได้ไง..ทำคนที่มีพลังต้นทุนชีวิตน้อย..กลับกลายมาเป็นคนที่มีศักยาภาพที่ดีสามารถมีวิสัยทัศที่ดีต่อสังคม
พี่เขา เป็นคนของสังคมจริง ๆ
พี่เขาทำงานร่วมกับพวกเรา วัยรุ่น ได้ดีเลยทีเดียว ไม่มีใครไม่ชอบพี่เขา พี่กำไลนิสัยดีมาก
สเหมือนเป็นแม่ของพวกเราเลยทีเดียว.......ขอฝากพี่ทีมงานTeenpath ยกย่องคนดีต่อไปนะครับ......

ประธานกลุ่มเยาวชนฟรุตตี้   (15 มิถุนายน 2553  เวลา 21:09:30)