Loading ...

             พัชรี แก้วตา หรือ “ป่าน” นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนเวียงตาลพิทยาคม ฝ่ายประชาสัมพันธ์ เครือข่ายสร้างสรรค์เด็กและเยาวชน จ.ลำปาง

             ป่าน เป็นแกนนำเยาวชนของเครือข่ายสร้างสรรค์ฯ โดยทำกิจกรรมในชุมชน ทั้งเรื่องยาเสพติด จิตอาสา หรือแม้กระทั่งเรื่องเพศศึกษา มาเป็นเวลา ๓ ปีแล้ว กิจกรรมที่เธอทำนั้นครอบคลุมในเรื่องที่เด็กและเยาวชนต้องรู้ โดยเรื่องเพศศึกษานั้น เธอจัดกิจกรรมภายนอกโรงเรียน ในรูปแบบของค่ายเยาวชน รวมถึงการจัดกิจกรรมภายในโรงเรียน ผ่านการแสดงละครในวันเอดส์โลก หรือจัดกิจกรรมแลกน้ำ (กิจกรรมประเมินความเสี่ยงและโอกาสของการรับเชื้อเอชไอวี) 

ป่าน เล่าว่า กิจกรรมเรื่องเพศศึกษานั้นจะมีเป็นค่าย สอดแทรกความรู้ให้วัยรุ่นเข้าใจง่าย เพราะวัยรุ่นเป็นวัยที่อยู่เฉยไม่ค่อยได้ ถ้าให้นั่งฟังอบรมทั้งวัน เขาฟัง แต่ว่าไม่เข้าหัว จึงต้องมีกิจกรรมแทรก

 “ด้วยความเป็นเพื่อน ถ้าเรามีความรู้ เขาก็จะมาถามเรามากกว่าถามกับพ่อกับแม่ เราก็บอก อธิบายให้ฟัง เขาก็จะเชื่อ เพราะเขาสามารถพูดกับเราได้ตรงๆ ไม่ต้องแอบ ไม่ต้องอาย มันจะง่ายกว่า เพราะเราเข้าใจกัน เป็นวัยรุ่นเหมือนกัน” ประชาสัมพันธ์ เครือข่ายฯ บอกถึงข้อดีของการเป็นแกนนำเยาวชน

พัชรี บอกว่า เมื่อใดที่เพื่อนถาม แล้วเขาไม่สามารถตอบคำถามนั้นได้ เขาก็จะโทรถามกับผู้รู้ให้เพื่อนเลย หรือบางครั้งก็ไปถามอาจารย์ และกลับมาตอบ ซึ่งเพื่อนก็จะเข้าใจมากขึ้น โดยเรื่องที่เพื่อนมาถามเช่น การนับระยะปลอดภัย หรือวิธีการป้องกัน การกินยาคุมกำเนิด เป็นต้น

“เวลาเพื่อนมาถาม หนูก็ตกใจนิดนึง แต่ก็พยายามตั้งสติแล้วก็ให้เขาเล่าให้หนูฟัง และอธิบายเป็นอย่างๆ ไป อะไรที่หนูช่วยได้หนูก็จะช่วย” นักเรียนชั้น ม.๖ บอก

ป่านยังบอกถึงวิธีการที่ทำให้เพื่อนๆ กล้าเข้ามาปรึกษาเธอว่า แม้เพื่อนไม่ถาม เธอก็จะเล่าให้เพื่อนๆ กลุ่มใหญ่ฟัง เมื่อได้รับความรู้ใหม่ๆ มา พอเพื่อนเห็นว่าเธอมีความรู้ ก็จะเข้ามาหาเธอเป็นการส่วนตัวและซักถาม

           จากการทำกิจกรรมมาเป็นระยะเวลานานนี่เอง เธอบอกว่า การทำงานส่งผลกับตัวเธอ ทำให้มีความรู้ มีทักษะ เช่น การรู้จักปฏิเสธ ทันต่อโลก เพราะบางครั้งวัยรุ่นไม่รู้ว่าโลกมันเปลี่ยนแปลงไปขนาดไหนแล้ว

          “ความรู้ที่หนูรู้ หนูมีความรู้ไม่ใช่แค่ใช้กับตัวเอง แต่ยังสามารถเผยแพร่ให้กับเพื่อนๆ ได้อีกด้วย” พัชรีบอก          

           เมื่อถามป่านว่า การสอนเพศศึกษาในโรงเรียนมีความสำคัญหรือไม่ อย่างไร เธอตอบว่ามีความสำคัญมากกว่าที่เครือข่ายฯ ของเธอทำอยู่ เพราะนักเรียนอยู่ในโรงเรียนมากที่สุด บางครั้งก็อยู่มากกว่าบ้านด้วยซ้ำ บางทีพ่อแม่อาจไม่มีเวลาได้พูดคุยกับลูก

          “คุณครูจะเป็นอะไรที่เด็กเข้าใจ เพราะครูมักสอนสิ่งดีๆ ให้กับเด็กเสมอ อย่างเรื่องเพศศึกษา การสอนเพศศึกษาในโรงเรียนเป็นสิ่งที่ดี และหนูอยากให้เริ่มสอน ปลูกฝังตั้งแต่ยังอยู่ ม.๑ เพราะเด็กจะจำและรู้ไปเรื่อยๆ ไม่ใช่ว่าสอนตอนอยู่ ม.๖ พวกหนูก็รู้เรื่องกันไปหมดแล้ว ป้องกันไม่ทันแล้ว”

          สิ่งที่เธอต้องการให้ครูสอนก็คือเรื่องที่ใกล้ตัวที่สุด เช่น การคบเพื่อน คบแฟน เพราะว่ามันจะไม่เกิดปัญหาตามมา ถ้ารู้จักคบเพื่อนที่ดี คบแฟนที่ดี รู้จักการปฏิเสธ

          “อยากให้ครูสอนไม่อ้อมค้อม พูดตรงๆ เพราะพูดอ้อมแล้วจะไม่เข้าใจ และหนูก็อยากให้ครูประจำชั้นเป็นคนสอนเพศศึกษามากกว่า เพราะจะสนิทกับเด็ก แล้วครูก็ไม่ต้องบอกว่าอันไหนถูกหรือผิด แต่บอกข้อคิดให้เราคิดเอง ตัดสินใจเอง” แกนนำเยาวชนเสนอแนะ

          ป่าน ให้ความเห็นว่า ครูเป็นคนที่สอนความรู้ แต่ว่าความรู้นั้นอาจเอาไปใช้ในการทำงาน อย่างไรก็ตาม เพศศึกษาจะช่วยให้เขาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปลอดภัย ถึงแม้ว่าจะไม่มีความรู้วิชาการ แต่สามารถเอาตัวรอดได้  

          “มีความรู้แค่ไหน แต่ว่าไม่มีความรู้เรื่องเพศศึกษา เราอาจจะตกม้าตายก็ได้ เพราะมันเป็นเรื่องทักษะชีวิต” พัชรี ทิ้งท้าย



ความคิดเห็นที่  1

หนูเองนะคะ ป่าน นางสาวพัชรี แก้วตา พอมาเห็นสิ่งที่ตัวเองพูด แสดงความคิดเห็นนั้น รู้สึกภูมิใจมากๆ ผ่านมาแล้วกว่า 1 ปี ตอนนี้ป่านเองก็ยังทำงานอยู่ที่เครือข่ายสร้างสรรค์เด็กและเยาวชนเหมือนเดิมคะ ยังทำงานเพื่อสังคมอยู่เสมอ แล้วก็ยินดีมากๆนะคะที่ประสบการณ์ขอเด็ก ม.6 ได้เล่าสู่ผู้อื่น

ป่าน   (5 พฤศจิกายน 2555  เวลา 16:51:52)