Loading ...

        แม้ดูเหมือนว่าซีรี่ส์ฮอร์โมนจะไม่ได้มีอะไรใหม่เหมือนอย่างที่นักวิจารณ์พูดถึงว่าเป็นละครชุดที่นำเสนอปัญหาของวัยรุ่นไม่ต่างกับหนังวัยรุ่นทั่วไปที่เคยผลิตกันมาแล้ว  แต่ฮอร์โมนก็มีเนื้อหาที่ก้าวล้ำนำหน้าแตกต่างจากหนังวัยรุ่นที่เคยสร้างกันมา แล้วมันอยู่ตรงไหนบ้างล่ะ ? 

        “แม่สไปร์ท”  ไง

        ฮอร์โมนตอนที่ 10 นาทีที่ 35 ของขวัญกับสไปร์ทนอนคุยกันถึงเรื่องพ่อแม่ตัวเอง สไปร์ทเล่าให้ของขวัญฟังว่า  “แม่เป็นฝ่ายทิ้งพ่อเนื่องจากพ่อติดการพนันมาก ตอนแรกแม่ก็ยอมทนเพราะพ่อบอกว่าจะเลิกเล่นการพนันหลังจากมีลูก แต่แล้วพ่อก็หนักข้อขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดแม่ก็ทิ้งพ่อไป ...”               

        ตรงนี้ถ้าเป็นหนังไทยสมัยโบราณ นางเอกต้องอดทนเข้าไว้ ไม่ว่าสามีจะเป็นอย่างไรก็ต้องทนอยู่กันไป แต่สำหรับแม่สไปร์ทแล้วความอดทนมีจำกัด หากมีทางเลือกที่ดีกว่าเธอขอเลือกเอง ในที่สุดก็เลือกที่จะทิ้งสามีแล้วยืนหยัดด้วยตนเองด้วยการเลี้ยงลูกโดยไม่ต้องมีพ่อ และเธอก็สามารถทำได้ดีเสียด้วยเมื่อสไปร์ทพูดว่า “แม่ฉันเก่งมาก ถึงฉันจะมีแต่แม่ ฉันก็ไม่เคยรู้สึกขาดอะไรเลย”

        เท่านั้นยังไม่พอ ฮอร์โมน ตอนที่ 8 นาทีที่ 14 แม่สไปร์ทยังเปิดเผยกับสไปร์ทว่าตนเองตั้งท้องกับหนุ่มนายแบบในวงการบันเทิงซึ่งมีอายุแก่กว่าสไปร์ทเพียงไม่กี่ปี แล้วยังบอกด้วยว่าจะเลี้ยงน้องด้วยตนเองโดยให้เหตุผลว่าถ้าแม่ไปบอกหนุ่มนายแบบคนนั้นว่าเขาเป็นพ่อของเด็ก หนุ่มคนนั้นก็จะเสียชื่อเสียง แล้วบอกกับสไปร์ทว่าแม่ดูแลตัวเองได้ 

        ถึงตรงนี้แม่สไปร์ทออกนอกกรอบของหญิงไทยในอุดมคติไปเรียบร้อยแล้ว 3กระทง เริ่มตั้งแต่... 

        1. มีท้องกับหนุ่มคราวลูก

        2. ไม่สนใจเรียกร้องความรับผิดชอบจากฝ่ายชายถึงแม้ฝ่ายชายจะอยู่ในฐานะที่สามารถเรียกร้องค่าเลี้ยงดูได้ แต่แม่สไปร์ทก็ไม่ทำเช่นนั้น แต่จะเลี้ยงลูกด้วยตนเอง

        เธอเปิดเผยกับลูกสาวว่ากำลังตั้งท้องกับนายแบบราวกับคุยกับเพื่อนสนิท

        ถ้าเป็นคุณแม่คนอื่นๆ อาจจะไม่นำเรื่องนี้มาพูดคุยกับลูกสาวก็ได้ พอท้องใหญ่ขึ้นแล้วค่อยบอกลูกว่าแม่ตั้งท้อง และอาจจะปิดบังว่าพ่อของเด็กในท้องเป็นเด็กรุ่นน้องที่ยังวัยรุ่น แต่คุณแม่ของสไปร์ทก็นำเรื่องนี้มาคุยกับลูกสาวได้อย่างปกติธรรมดาราวกับลูกสาวเป็นเพื่อนคนหนึ่ง
 

        แต่การที่แม่ของสไปร์ทตัดสินใจเลี้ยงลูกด้วยตนเองคงไม่ใช่เรื่องที่ผู้หญิงทั่วไปจะสามารถกระทำได้ เพราะอย่างน้อยหญิงคนนั้นต้องมีรายได้มากพอที่จะเลี้ยงตัวเองและเลี้ยงลูกให้อยู่รอดไปได้ อีกทั้งต้องเผชิญกับอคติของคนในสังคมว่าเป็น  ‘ผู้หญิงท้องไม่มีพ่อ’
               

        แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามเราก็ค้นพบว่าในสังคมไทยมีคุณแม่ที่ต้องเลี้ยงลูกด้วยตนเองมากมายทีเดียวสาเหตุมาจากสามีทิ้งไปมีหญิงอื่น ในขณะที่ “แม่เลี้ยงเดี่ยว”  ที่สมัครใจเลี้ยงลูกด้วยตนเองอาจจะไม่ได้มีจำนวนมากนัก เพราะส่วนมากมีแต่แม่เลี้ยงเดี่ยวที่เกิดจากสามีทิ้งเสียมากกว่า
 

        แนวคิดแบบ “ฉันต้องการลูกแต่ไม่อยากได้สามี”ในซีรี่ส์ฮอร์โมนจึงจัดเป็นประเด็นใหม่ที่ก้าวหน้าไม่น้อย เพราะสังคมไทยยังไม่คุ้นเคยและยังไม่ยอมรับ “ผู้หญิงท้องไม่มีพ่อ”ซึ่งนับเป็นความคิดที่ยังไม่เปิดกว้างให้กับผู้หญิงได้มีทางเลือกในการมีลูกอย่างอิสรเสรี
 

        อีกเหตุผลคือการที่ผู้หญิงจะทำตัวแบบ “แม่สไปร์ท”ได้อย่างน้อยต้องมีต้นทุนถึง 2ด้านด้วยกัน คือ
 

        ต้นทุนทางทางเศรษฐกิจ และ ต้นทุนทางสติปัญญา
 

        ต้นทุนทางเศรษฐกิจ คือ การมีรายได้ที่มากเพียงพอกับการเลี้ยงตัวเองและลูกน้อยให้มีชีวิตอยู่รอดไปได้

        ต้นทุนทางสติปัญญา คือ การมีมุมมองที่ดีและก้าวหน้าให้กับตนเอง มีความมั่นใจในตัวเอง สามารถมองได้ว่าการมีลูกโดยไม่มีพ่อไม่ใช่ความด้อยแต่เป็นความสามารถพิเศษของคนที่ต้องการมีลูกโดยไม่จำเป็นต้องอาศัยการช่วยเหลือจากพ่อ การที่ผู้หญิงคนหนึ่งอยากมีลูกโดยไม่เอาพ่อสามารถเป็นไปได้หากฝ่ายหญิงมีเศรษฐกิจหรือมีรายได้มากพอจะดูแลตัวเองและลูกโดยไม่ต้องพึ่งพิงผู้ชาย แต่คงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก  เพราะอย่างน้อยผู้หญิงคนนั้นต้องมีต้นทุน2ด้านดังที่กล่าวมา

         นี่จึงเป็นความก้าวล้ำนำหน้าของซีรี่ส์ฮอร์โมนที่สร้างตัวละคร “แม่สไปร์ท คุณแม่เฟมินิสต์”ขึ้นมา  และด้วยความที่แม่สไปร์ทเป็นเฟมินิสต์ที่มีความมั่นใจในตนเอง  จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เธอจะสอนสไปร์ทให้มีความภาคภูมิใจในตนเอง มองเห็นคุณค่าในตัวเอง ไม่ว่าคนอื่นจะมองสไปร์ทในแง่ลบเพียงใดก็ตาม
 

                    .....................................................................................................

 

* เฟมินิสต์ (Feminist) หมายถึง ผู้หญิงที่มีความมั่นใจในตนเอง ตระหนักรู้ถึงคุณค่าในตนเอง ไม่รู้สึกด้อยว่าตนเองเป็นเพศหญิง หากตนเองสามารถเอาตัวรอดได้ก็จะไม่ยอมพึ่งพิงฝ่ายชาย เรามักเรียกผู้หญิงที่มีบุคลิกเช่นนี้ว่าเป็น "เฟมินิสต์"  มาจากคำว่า Feminism ซึ่งเป็น "แนวคิดสตรีนิยม" ที่เอาผู้หญิงเป็นศูนย์กลางขององค์ความรู้