Loading ...

            คิดอยู่นานว่าจะเขียนอะไรเกี่ยวกับประเด็น “หญิงรักหญิง” ดี  จู่ ๆ ก็นึกถึงข่าว “ทอมฆ่าตัวตาย” ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2538 ข่าวนี้น่าจะเป็นข่าวที่รุนแรงมากที่สุดที่เกิดขึ้นกับ ‘ทอม’ ท่านหนึ่งอันมีสาเหตุมาจากการไม่ยอมรับของครอบครัว ทำให้ทอมท่านนี้ถึงกับตัดสินใจปลิดชีวิตตัวเองด้วยปืน

            เหตุเกิดเมื่อเดือนสิงหาคม ของปี 2538  ณ บ้านหลังหนึ่งในกรุงเทพฯ สุภาพสตรีที่ถูกอ้างอิงในข่าวว่าเป็น “ทอม” ท่านนี้อายุ 25 ปี กำลังศึกษาชั้นปริญญาโท เธอคบหากับสตรีอีกท่านหนึ่งในฐานะคนรัก ความสัมพันธ์ของเธอสองคนสร้างความไม่พอใจให้แก่ผู้เป็นพ่อ  อีกทั้งญาติพี่น้องและเครือญาติต่างพากันเข้ามายุ่มย่ามชีวิตส่วนตัวของเธอ พวกเขายอมรับไม่ได้กับพฤติกรรมรักเพศเดียวกันของเธอโดยขอร้องให้เธอหยุดความสัมพันธ์ดังกล่าว จนในที่สุดเหตุการณ์ก็มาถึงจุดรุนแรงและเลวร้ายที่สุด 

            เช้าวันหนึ่งขณะที่อาสาวของเธอกำลังคุยโทรศัพท์ทางไกลกับญาติที่อยู่ต่างประเทศเพื่อเล่าพฤติกรรมของหลานสาวที่มีความสัมพันธ์กับผู้หญิงด้วยกันแบบ “ทอมดี้”  บังเอิญเธอเดินลงมาจากชั้นบนได้ยินเสียงบทสนทนาทุกประโยคในแง่ยอมรับไม่ได้ที่หลานสาวมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงด้วยกันซึ่งหมายถึงตัวเธอเอง เมื่อความอดทนมาถึงขีดสุด เธอจึงเอ่ยออกมาด้วยความไม่พอใจว่า

             “จะเลิกบ่นกันได้หรือยัง ?”

             สิ้นคำพูดเธอนำปืนพกขึ้นมาจ่อศีรษะตนเองแล้วเหนี่ยวไกต่อหน้าอาสาวที่กำลังคุยโทรศัพท์ เธอเสียชีวิตทันที ... 

             เหตุการณ์เศร้าสลดนี้เกิดขึ้นเมื่อ 20 ปีที่แล้ว หากมองย้อนกลับไป 20 ปีที่แล้วสถานการณ์ประเด็นความหลากหลายทางเพศก็ไม่ได้ก้าวหน้ามากเท่ากับสมัยนี้ ช่วงเวลานั้นยังไม่มีองค์กรที่ทำงานประเด็นเกย์ เลสเบี้ยน กะเทย เกิดขึ้น ยังไม่มีการรวมกลุ่มกันออกมาทำงานรณรงค์สร้างความเข้าใจอย่างกว้างขวางเหมือนสมัยนี้ ถึงแม้ช่วงเวลานั้นจะมีดารานักร้องที่เป็นทอมออกมาเป็นขวัญใจวัยรุ่นอยู่บ้าง แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยให้สังคมยอมรับคนที่เป็นทอมได้มากนักนอกเสียจากวงการบันเทิงกับแฟนคลับแฟนเพลงที่ชื่นชอบและยอมรับความเป็นทอมของเธอ 

             เมื่อไม่มีองค์กรทำงานสร้างความเข้าใจในประเด็นเกย์ เลสเบี้ยน กะเทย เกิดขึ้นในสังคม เวลาที่เกย์ เลสเบี้ยน กะเทย เกิดความทุกข์ใจขึ้นมาก็ไม่รู้จะไประบายความทุกข์ใจให้ใครฟังเพราะไม่มีใครเข้าใจความทุกข์ของพวกเขา เวลาเล่าความทุกข์ใจเพื่อหวังจะระบายความอึดอัด แทนที่จะได้รับความเข้าใจ สิ่งที่ได้กลับมาคือความสงสาร สมเพชเวทนาจากผู้ฟังที่ขาดจิตวิทยาในการรับฟัง แม้เราจะมีสายด่วนทางโทรศัพท์ก็ไม่ได้หมายความว่าคนเป็นเกย์ เลสเบี้ยน กะเทยจะโทรเข้ามาใช้บริการ เพราะพวกเขาต่างรู้ดีว่ามันคงไม่ช่วยอะไรให้ดีขึ้น และคงเป็นเรื่องแปลกที่จู่ๆ จะไปเล่าพฤติกรรมรักเพศเดียวกันของตนเองให้คนอื่นฟัง 

             ในเมื่อสถานการณ์ในช่วงเวลานั้นเป็นเช่นนี้ จึงเป็นไปได้ที่ผู้หญิงคนหนึ่งที่รักผู้หญิงด้วยกันจะเลือกตัดสินใจปลิดชีวิตตนเองท่ามกลางบรรยากาศที่คนในบ้านรู้สึกรังเกียจ แม้ว่าเธอกำลังศึกษาชั้นปริญญาโทก็ไม่ได้หมายความว่าการที่เธอเรียนสูงจะช่วยให้เธอพบทางออกของชีวิตที่ดีไปกว่าการฆ่าตัวตาย หรือการที่เธออายุ 25 บรรลุนิติภาวะแล้วก็ไม่ได้หมายความว่าการเป็นผู้ใหญ่ของเธอจะทำให้เธอมีโอกาสเลือกทางเดินชีวิตได้อย่างอิสระเสรี หากคนรอบๆ ตัวยังคงกดดันชีวิตส่วนตัวของเธออยู่เช่นนั้น ไม่ว่าใครถ้าอยู่ในครอบครัวที่คนรอบข้างไม่ยอมรับการรักเพศเดียวกัน คนๆ นั้นก็อาจจะตัดสินใจเหมือนเธอ 

             ถ้าเพียงแต่ช่วงเวลานั้นมีใครสักคนที่สามารถรับฟังความทุกข์ใจของเธอได้ เธอก็คงไม่ต้องคิดสั้นเช่นนั้น หรือถ้าเพียงแต่คนในบ้านยอมรับพฤติกรรมรักเพศเดียวกันของเธอ ก็คงไม่เกิดโศกนาฏกรรมเช่นนี้ 

             ถ้า “ทอม” คนนี้ยังมีชีวิตอยู่ ปีนี้เธอจะมีอายุ 45 ปี เธออาจจะจบปริญญาโทมีหน้าที่การงานที่มั่นคง หรือบางทีเธออาจจะจบปริญญาเอกก็เป็นได้ 

             ถ้าเธอเปลี่ยนใจไม่ฆ่าตัวตาย ... เธออาจจะมีประสบการณ์ชีวิตที่มีคุณค่ามาเล่าให้น้องๆ รุ่นหลังได้ฟังว่าการอดทนต่อความกดดันนั้นในที่สุดเมื่อเวลาผ่านไป มันจะกลายเป็นเพียงภูเขาลูกเล็กๆ ลูกหนึ่งเท่านั้นและถ้าเธอสามารถต่อสู้เพื่อยืนยันกับครอบครัวว่าการรักเพศเดียวกันของเธอไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน เธอมีศักดิ์ของความเป็นมนุษย์ การยืนยันความเป็นตัวตนของเธออาจสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับคนที่อยู่รอบๆ ตัวเธอได้ตระหนักรู้ในความเป็นมนุษย์ของเธอ และยอมรับเธอในที่สุด 

             แต่เนื่องจากเธอไม่สามารถทนทานฝ่าฟันภูเขาที่สูงชันลูกนี้ไปได้ ในที่สุดโศกนาฏกรรมจึงเกิดขึ้น 

             เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ให้กับพ่อแม่พี่น้องและเครือญาติของเธอได้เรียนรู้ว่าแท้จริงแล้วพวกเขาควรเคารพความเป็นตัวเธอและยอมรับเธออย่างไม่มีเงื่อนไขไม่ว่าเธอจะเป็นอะไร ในเมื่อการรักเพศเดียวกันไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนพวกเขาก็ควรเรียนรู้ที่จะเข้าใจและยอมรับมัน คงจะดีกว่านี้หากคุณเข้าใจญาติพี่น้องที่แตกต่างของคุณโดยไม่ต้องรอให้ต้องสูญเสียเขาหรือเธอไป เพราะเมื่อคุณสูญเสียเขาหรือเธอไปแล้ว คุณก็ไม่อาจจะเรียกคืนชีวิตที่สูญเสียนั้นให้กลับคืนมาได้ 

             ในที่สุดคุณก็อาจจะต้องกลับมาโทษตัวเองไปตลอดกาลว่าคุณก็มีส่วนทำร้ายเธอ

             เราหวังว่าดวงวิญญาณของเธอคงสงบสุขอยู่ในสรวงสวรรค์ที่ไหนสักแห่ง