Loading ...

ภาพประกอบจาก www.postjung.com / www.dailynews.co.th / www.innews.co.th

 

               อีก 5 เดือนข้างหน้า คือ เดือนเมษายน 2558  ฤดูเกณฑ์ทหารจะเวียนมาอีกครั้ง จึงเขียนเรื่องนี้ประชาสัมพันธ์ให้น้อง ๆ ที่เป็นกะเทยผู้ชาย ภิกษุ สามเณร  ได้ทราบล่วงหน้าว่าท่านต้องทำอะไรบ้าง  หรือคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกหลานทั้งที่เป็นกะเทยและเป็นผู้ชายได้ทราบว่าท่านต้องเตรียมความพร้อมให้ลูกหลานของท่านอย่างไรบ้าง  หรือบางท่านที่บวชเป็นสามเณร พระภิกษุ  จะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง  หรือบางท่านที่มีเพื่อนเป็นกะเทยก็อาจนำข่าวนี้ไปบอกเพื่อน ๆ ของท่านเพื่อจะได้ไม่ตกเป็นคดีความ “หนีทหาร” เพราะเมื่อเป็นคดีความขึ้นมาจะกลายเป็นเรื่องยุ่งเหยิงกับชีวิต    

               กะเทยหรือสาวประเภทสองได้รับการยกเว้นไม่ต้องเข้ารับการตรวจเลือกเป็นทหาร

                บางคนบอกว่าเป็นกะเทยโชคดีมีสิทธิพิเศษไม่ต้องเป็นทหาร แท้จริงแล้วไม่ใช่สิทธิพิเศษอะไรเลย  เรื่องของเรื่องก็คือ ทางกองทัพไม่ได้ต้องการกะเทยเข้าไปรับราชการทหาร เพราะการมีกะเทยเข้าไปในกองทัพจะทำให้เกิดความไม่สะดวกในการจัดการต่าง ๆ ภายในกรมกอง  ยกตัวอย่างเช่น  การจัดให้นอนรวมกับทหารคนอื่น ๆ  การอาบน้ำรวมกับทหารคนอื่น ๆ ซึ่งจะทำให้การฝึกทหารเกิดอุปสรรคตามมา  ดังนั้น เพื่อเป็นการตัดปัญหาจึงมีการคัดกรองคนที่เป็นกะเทยออกจากการเป็นทหารตั้งแต่ด่านแรกที่มีการเข้ามารายงานตัว

                 แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือเหตุผลที่ทางกองทัพระบุใน  ใบสด.43  ในกรณีไม่รับกะเทยเข้าเป็นทหาร คือ กะเทย “เป็นโรคจิตถาวร” การระบุเช่นนี้ทำให้กะเทยประสบปัญหาเมื่อพวกเธอไปสมัครงาน  บริษัท ห้างร้าน จะไม่รับเข้าทำงานเนื่องจาก ใบ สด.43 ระบุว่าเธอ “เป็นโรคจิต”  นี่จึงเป็นเหตุให้ “มูลนิธิเครือข่ายเพื่อนกะเทยไทย” ต้องลุกขึ้นมาขอให้ทางกองทัพเปลี่ยนการระบุอัตลักษณ์แก่กะเทยด้วยสำนวนเช่นนั้น

                 ในที่สุดเหตุการณ์ทั้งหมดจึงนำไปสู่ขั้นตอนพิเศษสำหรับกะเทย แล้วก็กลายเป็นข่าวขึ้นมา ทำให้สังคมหรือแม้แต่ตัวผู้เขียนเองก็เข้ากกกเข้าใจผิดคิดว่ากะเทยมีสิทธิพิเศษไม่ต้องเป็นทหาร  แต่ความจริงคือการเป็นกะเทยไม่อยู่ในเกณฑ์ที่จะไปเป็นทหารได้ต่างหาก

 

ภาพประกอบจาก www.sanook.com

                   ทีนี้ พอกะเทยไม่อยู่ในเกณฑ์ที่จะไปเป็นทหาร ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นกะเทยแล้วสบาย ๆ ไม่ต้องทำอะไร เมื่อถึงวันตรวจเลือกก็ได้รับการยกเว้นอยู่ดี ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น  ถึงจะเป็นกะเทย  ไม่ว่าจะแปลงเพศหรือยังไม่ได้แปลงเพศก็ต้องปฏิบัติเหมือนคนอื่น ๆ คือ  (1) ไปขึ้นทะเบียนทหาร  (2) ไปรับหมายเรียก  (3) ไปเข้ารับการตรวจเลือก และมีขั้นตอนที่พิเศษตามมาซึ่งจะได้กล่าวต่อไป

ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

                    การเตรียมความพร้อมในการเข้าตรวจเลือกเป็นทหารมี 4 ขั้นตอนโดยเริ่มต้นเมื่อท่านอายุครบ 17 ปี

 

                                                ภาพจาก www.postjung.com

                 ขั้นตอนที่ 1. ไปขึ้นทะเบียนทหาร [สด.9]

                ขั้นตอนแรกไม่ว่าท่านจะเป็นกะเทยหรือไม่ได้เป็นกะเทยก็ตาม แค่มีคำนำหน้าว่า “นาย” ท่านก็ต้องไปขึ้นทะเบียนเป็นทหารกองเกินเมื่ออายุครบ 17 ปี ภายในปี พ.ศ. นั้น  แม้ขณะนั้นท่านจะบวชเป็นสามเณรท่านก็ต้องไปขึ้นทะเบียนทหารเช่นกัน

               การนับอายุของทางราชการก็คือ ให้นับ ปีเกิด แล้ว + ด้วย 17  =   ปีที่ท่านต้องไปขึ้นทะเบียนทหาร

                ยกตัวอย่างท่านเกิด พ.ศ. 2540 ปีที่ท่านต้องไปขึ้นทะเบียนทหารก็คือ 2540 + 17 =พ.ศ. 2557 ซึ่งก็คือปีนี้

                ปีนี้ภายในเดือนมกราคมถึงเดือนธันวาคมท่านที่อายุครบ 17 ปี หรือท่านที่เกิดภายในปี 2540 (ไม่ว่าจะเกิดวันใด, เดือนใดก็ตาม) ให้รีบไปขึ้นทะเบียนทหารด่วน ก่อนสิ้นปี ซึ่งขณะนี้เหลือเวลาอีกเดือนกว่า ๆ โดยไปขึ้นทะเบียนทหารกับทางสัสดีที่อำเภอที่ท่านมีภูมิลำเนาอยู่

                โดยนำหลักฐาน 2 อย่างไปแสดง คือ

1.       บัตรประจำตัวประชาชน

2.       ทะเบียนบ้าน (ควรทำสำเนาไปทั้งสองอย่าง)

               หลังจากขึ้นทะเบียนทหารเสร็จเรียบร้อย ท่านจะได้รับเอกสารสำคัญที่เรียกว่า สด. 9 เก็บไว้เป็นหลักฐาน อย่าทำหาย  (โปรดจำไว้ว่าเอกสารทุกอย่างควรถ่ายสำเนาสำรองไว้กันหาย)

***โทษ : การไม่ไปแสดงตนเพื่อลงบัญชีทหารกองเกินในปีที่กำหนด มีโทษปรับไม่เกิน ๓๐๐ บาท  หรือจำคุกไม่เกิน ๓ เดือน  หรือทั้งจำทั้งปรับ***

 

               โทษข้างต้นถือว่ารุนแรง เพียงแค่ท่านอยู่เฉย ๆ ไม่ไปขึ้นทะเบียนทหารก็ถือว่ามีความผิดฐานหนีทหาร ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นกะเทยหรือผู้ชาย หรือกำลังบวชเป็นสามเณร ก็ต้องไปขึ้นทะเบียนทหารทุกคนเมื่ออายุครบ 17 ปี

 

                                                            ภาพจาก www.dailynews.co.th

 

                ขั้นตอนที่ 2 ไปรับหมายเรียกเข้ารับราชการทหาร  [สด.35]

                หลังจากขึ้นทะเบียนทหารแล้ว ผ่านไป 3 ปี ท่านอายุครบ 20 ปี ก็ให้ไปรับ “หมายเรียกเข้ารับราชการทหาร” หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า “ไปรับหมายเกณฑ์”  หากท่านบวชเป็นพระภิกษุหรือสามเณรท่านก็ต้องไปรับหมายเกณฑ์เช่นกัน โดยไปรับหมายเกณฑ์กับสัสดีที่อำเภอที่ท่านเคยไปขึ้นทะเบียนทหารตามขั้นตอนที่ 1 นั่นเอง

              การนับอายุของทางราชการก็คือ ให้นับ ปีเกิด แล้ว + ด้วย 20  =  ปีที่ท่านต้องไปรับหมายเกณฑ์

               ยกตัวอย่างท่านเกิด พ.ศ. 2537 ปีที่ท่านต้องไปรับหมายเกณฑ์ก็คือ 2537 + 20  =  พ.ศ. 2557  ซึ่งก็คือปีนี้

               ปีนี้ 2557 ภายในเดือนมกราคม ถึงเดือนธันวาคม ท่านที่อายุครบ 20 ปีต้องไปรับหมายเกณฑ์ทหาร

               โดยนำหลักฐาน 2 อย่างไปแสดง คือ

1.       บัตรประจำตัวประชาชน

2.       ใบ สด.9  ที่ได้รับจากขั้นตอนที่ 1  ให้นำไปด้วย

                ขณะนี้เหลือเวลาอีกเดือนกว่า ๆ  ใครที่อายุครบ 20 ปีในปีนี้ให้รีบไปรับหมายเกณฑ์ได้นับแต่บัดนี้ก่อนจะสิ้นปีซึ่งเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วัน  หมายเกณฑ์มีชื่อเรียกว่า สด.35 เก็บไว้ให้ดี อย่าทำหาย

                ใบ สด. 35 คือใบนัดการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหาร ซึ่งโดยปกติจะนัดเราต้นเดือนเมษายนของปีถัดไป

 

***โทษ : การไม่ไปแสดงตนเพื่อลงบัญชีทหารกองเกินในปีที่กำหนด มีโทษปรับไม่เกิน ๓๐๐ บาท  หรือจำคุกไม่เกิน ๓ เดือน  หรือทั้งจำทั้งปรับ***

 

                  ขั้นตอนที่ 3 ไปโรงพยาบาลเพื่อขอใบสำคัญจากแพทย์เพื่อยืนยันว่าเราเป็น “กะเทย”

                  สำหรับขั้นตอนที่ 3 เป็นขั้นตอนสำหรับน้องที่เป็นกะเทยหรือสาวประเภทสอง ทั้งที่ทำอะไรกับร่างกายมาแล้วและยังไม่ได้ทำ แม้น้องจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเข้ารับการตรวจเลือกเป็นทหาร แต่น้องก็ต้องไป “ตรวจโรคก่อนการตรวจเลือก” จากโรงพยาบาลเสียก่อนเพื่อรับใบรับรองแพทย์ หรือ ใบสำคัญความเห็นแพทย์ เอกสารนี้มีความสำคัญคือเป็นเอกสารยืนยันอัตลักษณ์ว่าน้องเป็นกะเทย แล้วใช้ยื่นประกอบการพิจารณาในวันตรวจเลือกการเกณฑ์ทหาร

                  สิ่งที่น้องต้องนำไปโรงพยาบาลมี 3 อย่าง คือ

1.       บัตรประจำตัวประชาชน

2.       ใบสำคัญ สด. 9  (ใบขึ้นทะเบียนทหาร)

3.       ใบสำคัญ สด. 35 (หมายเรียกเข้ารับราชการทหาร)

                  และต้องไปโรงพยาบาลในสังกัดกองทัพบกเท่านั้น ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 20 แห่งอยู่ใน 20 จังหวัด กระจายอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ใกล้โรงพยาบาลไหนก็ไปโรงพยาบาลนั้น

1. รพ. พระมงกุฎเกล้า  - กรุงเทพฯ

2. รพ. อานันทมหิดล    - ลพบุรี
3. รพ. ค่ายธนะรัชต์  -  ประจวบคีรีขันธ์
4. รพ. โรงเรียนนายร้อยจปร.   -  นครนายก
5. รพ. ค่ายจักรพงษ์–  ปราจีนบุรี
6. รพ. ค่ายสุรสีห์ - กาญจนบุรี
7. รพ. ค่ายอดิศร  -  สระบุรี
8. รพ. ค่ายนวมินทราชินี  -  ชลบุรี
9. รพ. ค่ายสุรนารี –นครราชสีมา
10. รพ. ค่ายสรรพสิทธิประสงค์  - อุบลราชธานี
11. รพ. ค่ายวีรวัฒน์โยธิน  -  สุรินทร์

12. รพ. ค่ายประจักษ์ศิลปาคม  - อุดรธานี
13. รพ. ค่ายกฤษณ์สีวะรา - สกลนคร
14. รพ. ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช - พิษณุโลก
15. รพ. ค่ายจิรประวัติ -  นครสวรรค์
16. รพ. ค่ายสุรศักดิ์มนตรี - ลำปาง
17. รพ. ค่ายกาวิละ - เชียงใหม่
18.รพ.ค่ายวชิราวุธ  - นครศรีธรรมราช

19.รพ. ค่ายเสนาณรงค์ -สงขลา

20. รพ.ค่ายอิงคยุทธบริหาร -ปัตตานี

                  สาเหตุที่ต้องเป็นโรงพยาบาลในสังกัดกองทัพบกเพราะโรงพยาบาลทั้ง 20 แห่งประสานงานกับหน่วยงานของกองทัพบกซึ่งทำหน้าที่ตรวจโรคผู้เข้ารับการเกณฑ์ทหารโดยตรง โรงพยาบาลทั้ง 20 แห่งมีคณะกรรมการแพทย์ จำนวน 3 ท่าน เป็นผู้วินิจฉัยและออก “ใบสำคัญความเห็นแพทย์ (ทบ.466-620)”  ให้กับน้อง ๆ กะเทยไว้ใช้เป็นหลักฐานในการยืนยันอัตลักษณ์ว่าเป็นกะเทย น้องอยู่จังหวัดใดก็สามารถไปโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ที่สุด แล้วเก็บ “ใบสำคัญความเห็นแพทย์” เอาไว้ให้ดี อย่าทำหาย

                 มีข้อแม้ว่า “ใบสำคัญความเห็นแพทย์” จะมีอายุการใช้งานเพียง 60 วันเท่านั้น !!

                 ทางกองทัพจึงมีข้อแนะนำว่าควรไปโรงพยาบาลระหว่างเดือนมกราคม ถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ของปีที่น้องต้องเข้ารับการตรวจเลือกการเกณฑ์ทหาร เพราะ ใบสำคัญความเห็นแพทย์จะมีอายุการใช้งานพอดีกับวันเข้ารับการตรวจเลือกทหารในช่วงต้นเดือนเมษายนของปีเดียวกันหากไปพบแพทย์ก่อนหน้านั้นทางแพทย์ก็ไม่สามารถออกใบสำคัญความเห็นแพทย์ให้ได้เพราะยังไม่ถึงเวลาแพทย์ก็จะแนะนำให้มาใหม่ในช่วงเวลาดังกล่าวอยู่ดี

                 ทางโรงพยาบาลทั้ง 20 แห่ง ได้กำหนดช่วงเวลานี้สำหรับน้อง ๆ และสำหรับชายที่ป่วยด้วยโรคที่ขัดกับการเป็นทหารได้เข้ามาตรวจเพื่อขอยกเว้นการเป็นทหาร น้องเพียงแต่นำเอกสารทั้ง 3 อย่างไปที่โรงพยาบาลแล้วบอกกับเจ้าหน้าที่ว่า “ต้องการพบหมอเพื่อขอรับ “ใบรับรองแพทย์” เพื่อเป็นเอกสารประกอบในวันตรวจเลือกทหาร” บอกแค่นี้ทางเจ้าหน้าที่ก็เข้าใจ  เมื่อพบแพทย์เสร็จเรียบร้อย แพทย์ก็จะมอบ “ใบสำคัญความเห็นแพทย์” ไว้เป็นหลักฐาน เก็บไว้ให้ดี อย่าทำหาย รอวันเกณฑ์ทหารในเดือนเมษายนของปีเดียวกัน

                                ภาพประกอบจาก www.sanook.com

                  ขั้นตอนที่ 4 ไปเกณฑ์ทหาร เดือนเมษายน ปี 2558   [สด. 43]

                  เมื่อถึงวันนัดการตรวจเลือกการเกณฑ์ทหาร หรือเรียกสั้น ๆ ว่า “วันเกณฑ์ทหาร” ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนเมษายนของทุกปี และทางราชการมักใช้วัดเป็นสถานที่ตรวจเลือก  ให้ไปตามวัน เวลา สถานที่ที่ระบุใน สด.35  ขั้นตอนนี้ถึงแม้ท่านจะเป็นพระภิกษุ-สามเณร ท่านก็ต้องไปตามนัดเช่นกัน

                  แนะนำว่าในกรณีที่ท่านกำลังศึกษาอยู่ควรสวมชุดนักศึกษาไปเข้ารับการตรวจเลือก อันนี้เป็นเหตุผลทางจิตวิทยาอย่างหนึ่ง เมื่อท่านอยู่ในชุดนักศึกษาที่ดูเรียบร้อย  ทางราชการเมื่อเห็นผู้มาติดต่ออยู่ในชุดนักศึกษา ฝ่ายราชการก็ต้องปฏิบัติกับท่านด้วยการให้เกียรติ  เพราะเครื่องแบบนักศึกษาเป็นเครื่องแบบของสถาบันอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเกณฑ์ทหารเป็นสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเพศสภาพโดยตรง คนที่เป็นกะเทยมักเป็นเป้าสายตาในงานลักษณะนี้ และมีแนวโน้มจะถูกแซวถูกจ้องมองจากกลุ่มคนมากที่สุด หากน้องรู้สึกไม่มั่นใจเมื่อต้องไปงานแบบนี้การสวมชุดนักศึกษาจึงเป็นเครื่องป้องกันในระดับหนึ่ง แต่หากท่านมีความมั่นใจ การสวมชุดที่ดูสุภาพเรียบร้อยก็เพียงพอแล้ว

                  หลักฐานที่ท่านต้องนำไปด้วย

1.       ใบสำคัญ สด.9

2.       ใบสำคัญ สด. 35

3.       บัตรประจำตัวประชาชน (สำหรับพระภิกษุ สามเณร คือ บัตรพระหรือหนังสือสุทธิ)

4.       ทะเบียนบ้าน

5.       ใบสำคัญความเห็นแพทย์  (ที่ไปรับมาจากโรงพยาบาล)

6.       หลักฐานการศึกษา  (สำหรับพระภิกษุ - สามเณร คือ ใบประกาศนียบัตรนักธรรมชั้นตรี)

เอกสารทุกชิ้นควรมีการถ่ายสำเนาสำรองไว้กันหาย

                      เมื่อไปถึงสถานที่นัดหมาย ให้ไปรายงานตัวที่โต๊ะทำการ นำเอกสารที่เตรียมมาทั้งหมดยื่นให้เจ้าหน้าที่เมื่อถึงคิวเรา แล้วรอกระบวนการ จะมีการสัมภาษณ์ การตรวจร่างกาย เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการ น้องจะได้รับ ใบสด.43  ซึ่งมีความสำคัญกับน้องไปตลอดชีวิตเพราะใบสำคัญนี้เป็นเครื่องยืนยันว่าน้องไม่มีพันธะเรื่องการเกณฑ์ทหารแล้ว และเป็นใบที่ใช้ประกอบการสมัครงาน

                      แต่...

                      แต่...ใน ใบสำคัญ สด.43 ต้องระบุที่ผลการตรวจเลือกว่า “ภาวะเพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิด” เท่านั้นเพราะในเอกสารราชการขณะนี้ “กะเทยถูกถอดออกจากหมวดโรคจิตแล้ว” กะเทยจึงไม่ควรถูกระบุว่า “เป็นโรคจิตถาวร” หากมีการระบุผิดพลาดควรร้องเรียนเจ้าหน้าที่ทันที หรือขอคำปรึกษามูลนิธิเครือข่ายเพื่อนกะเทยไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน โทร. 086 – 597 – 4636

                     ขอย้ำว่า กรณีการระบุว่า “ภาวะเพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิด” ในใบ สด. 43 นี้อาจจะยังไม่เป็นที่ทราบกันทั่วทุกหน่วยตรวจเลือกเพราะเป็นเรื่องใหม่ (เพิ่งมีการประกาศให้ใช้สำนวนนี้เมื่อ กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555)  เจ้าหน้าที่บางท่านอาจจะยังไม่ได้ปรับฐานข้อมูลให้ทันสมัย น้อง ๆ ที่เข้าติดต่อในวันตรวจเลือกอาจจะต้องรอบคอบนิดหนึ่ง

                   น้องอาจจะต้องพิมพ์ภาพข้างล่างต่อไปนี้ติดไปในวันตรวจเลือกไว้เป็นหลักฐานให้เจ้าหน้าที่ได้ทราบว่ามีการเปลี่ยนสำนวนสำหรับคนที่เป็นกะเทยแล้ว ด้วยการระบุว่า “ภาวะเพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิด” (Gender Identity Disorder) โดยแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ยื่นเอกสารก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเขียนลงในใบ สด.43 ของท่าน

 

                    ตัวอย่างใบสำคัญ สด.43 ที่ระบุว่า เพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิด (Gender Identity Disorder)

 

ที่มา เว็ปไซต์โพสจัง http://board.postjung.com/759100.html

 

                  หรือน้อง ๆ อาจพิมพ์หนังสือสำคัญของทางราชการฉบับนี้ไปด้วย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทราบว่ามีการเปลี่ยนสำนวนใหม่เป็น “ภาวะเพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิด Gender Identity Disorder ”แทนการระบุว่า “เป็นโรคจิต”

หนังสือสำคัญของทางราชการที่ระบุว่ามีการใช้สำนวน “ภาวะเพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิด”

หรือ “Gender Identity Disorder” สำหรับบุคคลที่เป็นกะเทย เพื่อระบุในใบสำคัญ สด.43

                         ที่มา :    http://board.postjung.com/759100.html

 

             ขนาดของร่างกายที่อยู่ในเกณฑ์คัดเลือกให้เป็นทหาร

            โดยปกติทางราชการต้องการชายที่มีส่วนสูงตั้งแต่ 160 ซม. ขึ้นไป มีรอบอกตั้งแต่ 76 ซม. ขึ้นไป หากมีอย่างใดอย่างหนึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ก็ไม่ต้องถูกคัดเลือกให้เป็นทหารหรือมีร่างกายส่วนใดส่วนหนึ่งพิการ ไม่ครบถ้วนก็จะไม่ถูกคัดเลือกให้รับราชการทหาร

            แต่สำหรับบางปีทางราชการต้องการบุคคลเข้ารับราชการทหารเป็นจำนวนมาก บุคคลที่สูง 159 ซม. ลงมาจนถึง 146 ซม. และมีรอบอกมากว่า 76 ซม.ขึ้นไปก็จะถูกคัดเลือกให้เป็นทหารเช่นกัน (ในกรณีรอบอกต่ำกว่า 76 ซม. ก็จะได้รับการยกเว้น)

               

             น้องบางคนไปทำอะไรกับร่างกายมาแล้วไม่ต้องขอใบรับรองจากแพทย์ได้หรือไม่ เพราะถึงอย่างไรก็ไม่ถูกเกณฑ์ทหารอยู่ดีเนื่องจากร่างกายไม่ตรงตามเกณฑ์มาตรฐาน

             น้องบางคนไปทำอะไรกับร่างกายมาแล้ว เช่น ไปผ่าตัดแปลงเพศ หรือไปเสริมหน้าอกมาแล้ว น้องอาจจะคิดว่าถึงยังไงเราคงไม่ถูกเกณฑ์ทหารเพราะไปปรับเปลี่ยนร่างกายมาแล้วทำให้ร่างกายมีคุณสมบัติไม่ตรงตามมาตรฐานที่กองทัพต้องการ ดังนั้นไม่จำเป็นต้องไปขอ “ใบรับรองแพทย์” จากโรงพยาบาลก็น่าจะได้

ข้อนี้ตอบว่า ทางกองทัพได้เปิดช่องทางขั้นตอนที่ 3 ให้กะเทยหรือสาวประเภทสองมาตรวจเพื่อรับใบรับรองแพทย์  หากน้องไม่ไปตามขั้นตอนที่ 3 ทางกองทัพจะพักเรื่องของน้องไว้แล้วให้น้องไปทำขั้นตอนที่ 3ให้เรียบร้อย แล้วให้น้องกลับมายื่นเรื่องขอยกเว้นในปีถัดไปซึ่งจะทำให้เสียเวลา ดังนั้นปฏิบัติตามขั้นตอนที่ 3 ดีที่สุด

 

              อีกเหตุผลหนึ่งที่ทางกองทัพกำหนดขั้นตอนที่ 3 สำหรับกะเทย-สาวประเภทสองก็เพื่อเป็นการป้องกันผู้ชายบางคนแกล้งเป็นกะเทยเพื่อจะได้รับการยกเว้น หากชายคนนั้นไม่ได้เป็นกะเทย ขั้นตอนที่ 3 จะเป็นการตรวจสอบชายคนนั้นไปโดยอัตโนมัติ

 

             ทั้งหมดนี้เป็นขั้นตอนสำคัญคร่าว ๆ 4 ขั้นตอนสำหรับน้อง ๆ ที่เป็นกะเทยในการเตรียมตัวก่อนถึงวันตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารส่วนน้อง ๆ ที่เป็นผู้ชาย เป็นพระภิกษุ หรือเป็นสามเณรปฏิบัติตามขั้นตอนที่ 1, 2 และ 4 ได้ทันทีโดยไม่ต้องไปโรงพยาบาล ยกเว้นมีโรคประจำตัวบางอย่างซึ่งอาจเป็นอุปสรรคกับการเป็นทหารต้องไป “ตรวจโรคก่อนการตรวจเลือก”  ซึ่งจะได้กล่าวต่อไป

 

              สำหรับหนังสือปกสีชมพูนี้เป็นหนังสือคู่มือกะเทย “เมื่อดิฉันต้องไปเกณฑ์ทหาร”  โดยมูลนิธิเครือข่ายเพื่อนกะเทยไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน พิมพ์เผยแพร่ให้น้อง ๆ กะเทยเอาไว้ศึกษาเตรียมตัวเข้ารับการตรวจเลือกรับราชการทหารซึ่งมีรายละเอียดมากกว่าบทความนี้ที่ท่านเพิ่งอ่านจบไป

             หากน้อง ๆ ต้องการหนังสือดังกล่าว ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม มีคำถามสงสัย หรือประสบปัญหาขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งใน 4 ข้อข้างต้นสามารถติดต่อ มูลนิธิเครือข่ายเพื่อนกะเทยไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้ทันที

              เว็ปไซต์www.thaitga.com

              โทร. 086 – 597 – 4636

              Email : jtnote@gmail.com

              หรือหากมีคำถามเพิ่มเติม สามารถสอบถามฝ่ายกองทัพโดยตรงคือ

              พันโทปิยะชาติ ประสานนาม 

              Facebook: P-Psn K. Nhooom

              Line : K. Nhoom

              Email :piyachart7@gmail.com 

 

             สำหรับน้อง ๆ ที่เป็นผู้ชาย พระภิกษุ สามเณร อาจมีตัวเลือกอื่น ๆ เช่น

              - ผ่อนผันเพราะเป็นนักศึกษา ให้นำหลักฐานการศึกษาไปแสดง โดยผ่อนผันได้จนถึงอายุ 26 ปี

              - ขอยกเว้นเพราะเป็นพระภิกษุ - สามเณรให้นำประกาศนียบัตรนักธรรมชั้นตรีเป็นหลักฐานนำไปยื่นแสดง จะได้รับการยกเว้นในฐานะนักบวชตลอดชีพของการเป็นนักบวชจนถึงอายุ 29 ปี หากลาสิกขาระหว่างอายุ 21- 29 ปีต้องเข้ารับการคัดเลือกเป็นทหาร ยกเว้นลาสิกขาเมื่ออายุ 30 ปีขึ้นไปถือว่าพ้นเกณฑ์ตามกฎหมาย เพราะวัยที่อยู่ในวาระการเกณฑ์ทหารคือ 21-29 ปี

               - หากร่างกายไม่ได้มาตรฐาน ในใบ สด.43 จะระบุอัตลักษณ์ไปตามลักษณะ เช่น ส่วนสูงไม่ถึง พิการ ฯลฯ

               - ในกรณีที่ท่านป่วยด้วยโรคที่ดูจากภายนอกไม่แสดงอาการ ต้องอาศัยการตรวจจากแพทย์อย่างละเอียด และอาจเป็นอันตรายหากเข้ารับราชการทหาร เช่น โรคหัวใจ โรคหอบหืด จะได้รับการยกเว้นโดยปฏิบัติตามขั้นตอนที่ 3 เช่นเดียวกับน้องกะเทย คือไป “ตรวจโรคก่อนการตรวจเลือก” ที่โรงพยาบาลในสังกัดกองทัพ 20 แห่ง แล้วนำผลการตรวจโรคมาแสดงในวันเกณฑ์ทหารเพื่อขอยกเว้นการเป็นทหาร ซึ่งการยกเว้นอาจกระทำได้ปีต่อปีเท่านั้น โดยดูผลการวินิจฉัยของแพทย์ในและปีเป็นเกณฑ์

                - หากจบระดับปริญญาตรี / ปวส. อนุปริญญา จับสลากได้ใบแดงเป็นทหาร 1 ปี สมัครเป็น 6 เดือน

                - หากจบระดับ ปวช. / ม. 6 จับสลากได้ใบแดงไม่มีลดหย่อนเป็นเต็ม 2 ปี สมัครเป็น 1 ปี

                - เรียน ร.ด. (รักษาดินแดน) 3 ปี ไม่ต้องเป็นทหาร

                - ในกรณีร่างกายพร้อมใจพร้อม ก็สมัครเป็นทหารได้ทันทีโดยไม่ต้องจับสลากใบดำ – ใบแดง

                - ท่านสามารถตรวจสอบข้อมูลรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับการเกณฑ์ทหารได้จากเว็บไซต์ กองการสัสดีหน่วยงานรักษาดินแดน  www.sussadee.comเว็บไซต์นี้จะบอกรายละเอียดเกี่ยวกับการเกณฑ์ทหารที่ท่านควรทราบ

 

 ภาพประกอบจาก http://static.tlcdn1.com

                  ขอให้น้อง ๆ กะเทยและสาวประเภทสองประสบความราบรื่นในการทำเรื่องยกเว้นการเกณฑ์ทหาร

                  และขอให้กำลังใจชายไทยทุกคนที่ต้องเข้ารับการตรวจเลือกเพื่อเข้ารับราชการทหาร หากท่านจับสลากได้ใบดำก็ยินดีด้วย แต่หากจับสลากได้ใบแดงก็ถือว่าเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศการใช้ชีวิตแบบเดิม ๆ   อย่าเพิ่งทุกข์ใจไปกับการต้องไปเป็นทหาร อย่างน้อยก็เป็นทหารเพียงแค่ 2 ปี เราไม่ได้เป็นทหารตลอดชีวิต การเป็นทหารจะฝึกหนักในช่วง 3 เดือนแรก หลังจากนั้นการฝึกก็จะเบาลง มีการเปิดโอกาสให้กลับไปเยี่ยมบ้านได้ มีเงินเดือนให้ มีเพื่อนใหม่ ๆ ที่มาจากหลากหลายภาคของประเทศไทย

                  ประเทศของเรายังไม่ได้พัฒนาไปถึงขั้นที่การรับราชการทหารเป็นทางเลือกและเป็นอาชีพ แต่เราก็มีความเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้ การเกณฑ์ทหารจะถูกยกเลิกและเปลี่ยนจากการเกณฑ์ทหารเป็นการเปิดรับสมัครทหารเป็นอาชีพ มีเงินเดือนและสวัสดิการที่ดีให้กับครอบครัว ถึงตอนนั้นเราคงไม่ต้องมีบทความลักษณะนี้มาคอยเตือนอยู่เรื่อย ๆ และคงไม่มีชายไทย กะเทยไทยคนไหน หรือพระภิกษุสามเณรรูปไหนต้องตกเป็นคดีความกันอีกอันเนื่องมาจากพลาดการขึ้นทะเบียนทหารเมื่อตอนอายุ 17 หรือลืมไปรับหมายเกณฑ์เพราะความไม่รู้กฎหมายทำให้ตกเป็นเหยื่อของการเป็นคดีความ “หนีทหาร” ซึ่งความจริงแล้วไม่มีใครอยากหนีทหารเพราะมันทำให้เป็นคดีความติดตัว และทำให้เกิดความยุ่งยากกับชีวิต

              ท้ายสุด หลวงพี่มองว่านี่เป็นความรุนแรงของ “ระบบสังคมชายเป็นใหญ่”  ที่มีผลกระทบโดยตรงกับผู้ชายในฐานะความรุนแรงที่มีต่อเพศชายในระดับโครงสร้าง เมื่อผู้ชายที่แข็งแรงที่สุด มีร่างกายสมบูรณ์ที่สุดจะต้องถูกเกณฑ์ไปเป็นทหาร ในขณะที่พวกเขาเหล่านั้นก็ไม่ได้อยากเป็นทหารแต่ตกอยู่ในสภาพถูกบังคับ หลายคนไม่ต้องการเป็นทหารเพราะกลัวความยากลำบาก กลัวถูกเจ้านายกลั่นแกล้งในฐานะตนเป็นพลทหาร ไม่อยากจากลูกจากเมียหรือครอบครัว ไป

              ปรากฏการณ์นี้เราน่าจะเห็นชัดเจนมากขึ้นว่าผู้ชายถูกกระทำรุนแรงจากระบบโครงสร้างนี้อย่างไร  ในขณะที่บางคนมองว่ากะเทยได้รับสิทธิพิเศษไม่ต้องเป็นทหาร แต่พวกเขามองไม่ออกว่าในกรณีเช่นนี้ผู้ชายกำลังถูกกระทำรุนแรงจากระบบโครงสร้างในฐานะเพศสภาพที่เป็นเพศชาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งชายที่อยู่ในสถานะชนชั้นล่างจะถูกกระทำรุนแรงกว่าชายที่อยู่ในสถานะชนชั้นกลางซึ่งมีโอกาสรอดพ้นจากการถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารมากกว่าเพราะการใช้ทรัพย์และระดับการศึกษาที่สูงทำให้จำนวนวันที่ต้องเป็นทหารลดลง ในขณะที่ชายชนชั้นล่างไม่มีโอกาสเช่นนั้น.

5
(ขนาดไฟล์: 52.1 KB / โหลด: 954)


ความคิดเห็นที่  49

พี่ค่ะถ้าหนูไปขอใบรับรองแพทย์เดือน ต.ค ปี2560 ได้ไม่ค่ะ แต่หนูเกณฑ์ทหารปี2561 แต่หนูอ่านทุกเพจแร้วหนูเห็นเขาเขียนว่า ใครที่จะไปขอใบรับรองเเพทย์ ตั้งไปเดือนต.ค ถึง เดือน พ.ย นี้ค่ะ ช่วยตอบกะด้วยนะค่ะ

กะเทยคนหนึ่ง   (22 กันยายน 2560  เวลา 23:30:06)

ความคิดเห็นที่  48

ผมเกิด2540ต้องไปเกณฑ์ทหาร.ปีใหนคับ
ช่วยตอบผมหน่อย

วัชระ  กันชนะ   (2 เมษายน 2560  เวลา 23:54:18)

ความคิดเห็นที่  47

คือว่าผมเกิด2540
ตอน อายุ20ยาง21ต้องไปคัด ปี2560ใช่ปาวคาบ

Poigfd_159@hotmail.com   (13 มีนาคม 2560  เวลา 02:01:31)

ความคิดเห็นที่  46

ผมอยากรู้ว่า ผมจะต้องไป เกณฑ์ทหารวันใหนครับ ผม เกิด 18 ก.ย 2538 ผมไม่ได้ไปรายงาน
ตัวตอน อายุ 17ครับ และถ้าผมจะ สมัครเป็นผมจะได้ปี 2ปีเปล่าครับ ผมจบ ม.ปลายมาครับ

 ไท   (25 ธันวาคม 2558  เวลา 19:19:31)

ความคิดเห็นที่  45

อยากจะสอบถามว่าตอนนี้ผมอายุ22ปีจบป.ตรีเคยไปแสดงตัวครั้งนึงตอน20เขาบอกว่ามาแสดงตัวสายไปมี2ทางให้เลือกคือจะทำเรื่องผ่อนผันหรือมาแสดงตัวตอนจบแล้วเสีย300เหมือนกัน   แต่ตอนนี้จบแล้วและคิดว่าจะไปจับใบดำใบแดงปี2559 ผมต้องทำเรื่องอะไรก่อนไหมคับก่อนไปจับ? แล้วเห็นเขาบอกว่าชื่อพ่ออยู่ทะเบียนไหนก็ต้องไปจับที่นันใช่ไหมคับ? คือชื่อผมกับพ่ออยู่คนละทะเบียนกันคับ ช่วยตอบด้วยคับ ขอบคุณคับ

แสงภูมิ อุทัศ   (17 กันยายน 2558  เวลา 23:08:13)

ความคิดเห็นที่  44

เพราะว่าไปทำงานที่ต่างจังหวัดเลยไม่รู้พ่อแม่ก็ไม่โทรไปบอกผมเลยไม่รู้เรืองจะมีความผิดไหมครับ บอกหน่อยครับอยากรู้เพราะว่าผมเกณฑ์ท์ปีนี้

นายสุนทร ขันฝากา   (6 กันยายน 2558  เวลา 09:26:10)

ความคิดเห็นที่  43

หากไม่ได้ไปขึ้นทะเบียตอนอายุ17ปีแต่จะไปขึ้นตอน20ปีได้ป่ะ ครับ

นายสุนทร ขันฝากา   (6 กันยายน 2558  เวลา 09:19:47)

ความคิดเห็นที่  42

ขออนุญาติ ถามหน่อยครับ ใครรู้ ช่วยบอกที
1. ตอนอายุ 17 พมไม่ได้ไปลงทะเบียนทหารไว้ (เพราะไม่รู้)
พอ 21 ไกล้วันเกณฑ์ พมไปหา สัสดี ท่านบอกว่า พมมาช้า เขาส่งรายชื่อ + ทหารไปแล้ว
(พมเป็นทหารตกค้าง หรืออะไรสักอย่าง)
ไห้พมมาไหม่ ปีหน้า ก่อนวันเกณฑ์ "ห้ามเลยอีกเด็ดขาดไม่งั้นจะขื้นว่าหนีทหาร"
แสดงว่า พมต้องเป็นทหาร ตอนอายุ 22 ตอนนี้พม 21 (เกิด 20-06-37)
แล้วพมจะโดนโทษอะไรหรือป่าวครับ โดนฝึกหนักขื้นไหม :'(
2. เพื่อนที่เกณฑ์ทหารก่อนแล้ว เขาบอกต้องไช้ วุตฑ์การศึกษา
ซึ้งพมไม่มีครับ (ดื้อตอนเด็กๆ) จิงๆ พมจบแค่ ม.2 กะอีกเทอมแรก :'(
แล้วพมจะสมัครเกณฑ์ทหารได้หรือป่าวครับ จะเป็นอะไรไหม ?
( ร.ร. ยุวไกล้บ้าน ไห้ไปหา วุตฑ์ไหม แต่ ม.2 จะมีวุตฑ์หรือป่าว )
3. ถ้าพมสมัคร แต่ไม่มีวุตฑ์ จะเลือก ทัพ + เหล่าได้ไหมครับ
รบกวนตอบทีนะครัลบ พมอยากรู้มากเลยฮะ + กลัวด้วย ขอบคุนครับ

คือพมกลัว + อยากรู้มากเลยครับ    (18 พฤษภาคม 2558  เวลา 13:22:46)

ความคิดเห็นที่  41

จะเกณฑ์ทหาร ปี 2559 จะสมัครทหารอากาศ เค้าเปิดรับสมัครวันไหนคะ ไม่รู้วันสมัครเลยครับกลัวจะเต็มหรือสามารถสอบถามได้ที่ไหน บอกผมที

Benben   (7 พฤษภาคม 2558  เวลา 23:03:59)

ความคิดเห็นที่  40

ผมอยากสมัครทหารเกณฑ์ครับ อายุครบ20ปีแล้ว และเรียนจบม.6แล้ว
ตามเกณฑ์จริงๆปีหน้าถึงจะไปเกณฑ์ทหารครับ ผมอยากจะสมัครก่อนจะได้ไหมครับ และเลือกสังกัดทัพบก เรือ อากาสได้ไหมครับ

 ภูวนาถ เทิดไทยธรรม   (13 เมษายน 2558  เวลา 21:33:48)

ความคิดเห็นที่  39

ผมประสบอุบัติเหตุกะโหลกร้าวต้ิองนำฟีมเอ็กสะเรไปด้วยไหมเวลาคัดเลือก

วิตสุวัฒน์ วินเกตุ   (5 เมษายน 2558  เวลา 21:08:46)

ความคิดเห็นที่  38

เรียนจบ ปวส. ถ้าสมัครเป็น 6 เดือน ถ้าจับเป็นปีเดียว จิงเหรอคร๊าฟ

มนต์   (4 เมษายน 2558  เวลา 22:34:25)

ความคิดเห็นที่  37

ความคิดเห็นที่ 35  คุณ เบลล์

อยากทราบค่าใช้จ่านการตรวจสภาพเพศไม่ตรงกับเพศกำเนิดเท่าไหร่ค่ะ


*** ลองโทรสอบถาม คุณโน๊ต เครือข่ายเพื่อนกะเทยไทย น่าจะให้คำตอบได้กระจ่างที่สุดนะ  

โน๊ต  086 – 597 – 4636

พระวรธรรม   (4 เมษายน 2558  เวลา 05:17:23)

ความคิดเห็นที่  36

ตอบ ความคิดเห็นที่ 34  คุณ ABC

สอบถามค่ะ
    เป็นกะเทย(ผมสั้น) ผ่านการเกณฑ์มาแล้วสามปี(ในใบแจ้งไว้ประเภทที่3ต้องมารายงานตัวสามครั้ง)ปีนี้ไม่มีหมายเรียกค่ะ แต่เราจะทราบได้อย่างไรคะว่าเคลียร์100%แล้ว ไม่ต้องเกณฑ์แล้ว ต้องมีหลักฐานอะไรแสดงถึงผลของการตรวจเลือกคะ แล้วต้องระบุว่าอย่างไรในผลการตรวจเลือกคะ ขอบคุณค่ะ

** ลองโทรถาม พันโท ปิยะชาติ  น่าจะให้คำตอบได้ clear ที่สุดนะ  081-763-6109

พระวรธรรม   (4 เมษายน 2558  เวลา 05:14:50)

ความคิดเห็นที่  35

อยากทราบค่าใช้จ่านการตรวจสภาพเพศไม่ตรงกับเพศกำเนิดเท่าไหร่ค่ะ

bell   (2 เมษายน 2558  เวลา 10:28:25)

ความคิดเห็นที่  34

สอบถามค่ะ
     เป็นกะเทย(ผมสั้น) ผ่านการเกณฑ์มาแล้วสามปี(ในใบแจ้งไว้ประเภทที่3ต้องมารายงานตัวสามครั้ง)ปีนี้ไม่มีหมายเรียกค่ะ แต่เราจะทราบได้อย่างไรคะว่าเคลียร์100%แล้ว ไม่ต้องเกณฑ์แล้ว ต้องมีหลักฐานอะไรแสดงถึงผลของการตรวจเลือกคะ แล้วต้องระบุว่าอย่างไรในผลการตรวจเลือกคะ ขอบคุณค่ะ

ABC   (2 เมษายน 2558  เวลา 08:53:08)

ความคิดเห็นที่  33

ตอบความเห็น 30  คุณบัญชา  -  ควรไปติดต่อสัสดีด่วนเลย

ตอบความเห็น  31  คุณใจรัก -  ถึงวันตรวจเลือก ลองบอกเจตจำนงกับ จนท. นะ ว่าอยากเป็นทหาร บางทีเขาอาจจะรับให้เป็นผลัดสอง (ราว ๆ เดือน ตุลา - พฤศจิกา) เพราะถึงตอนนั้นร่างกายคงหายเป็นปกติดี

ตอบความเห็น 32  คุณ noname - ถึงวันตรวจเลือกเดือนเมษานี้ ให้ไปรายงานตัวทั้งขากระเผล็ก  จนท. อาจจะละการคัดเลือกไว้ในปีนี้ เพื่อรอให้คุณหายดีในปีหน้า ค่อยมาตรวจคัดเลือกใหม่อีกครั้ง

พระวรธรรม   (23 มีนาคม 2558  เวลา 14:48:29)

ความคิดเห็นที่  32

คือเอ็นหัวเข่าข้างซ้ายขาดตั้งแต่เดือน พ.ค. 2557  ใส่เฝือกอยู่เกือบ 1 เดือนตอนนี้ยังไม่ผ่าเดินได้ไม่คล่องเท่าไรวิ่งนี่ไม่ได้เลยครับ จะยืดขาตรงก็ไม่ได้ยืนขาเดียวก็ไม่ได้คือทิ้งน้ำหนักลงขาข้างซ้ายไม่ได้เลยอ่าครับ หัวเข่าบวมตลอดเวลาตั้งแต่ถอดเฝือกเลยอยากทราบว่าจะผ่านการเกณฑ์ไหมครับ  ขอบคุณครับ

noname   (19 มีนาคม 2558  เวลา 22:13:19)

ความคิดเห็นที่  31

คือในกรณีของผม ผมเพิ่งโดนทำร่ายแล้วร่ายกายยังไม่ฟื้นตัวดียังเจ็บภายใน
สูง 170 รออก 73-75 โดยประมาณ อยากจะสมัครครับ อยากจะทราบว่าเค้าจะรับมั้ยครับ

ใจรัก   (19 มีนาคม 2558  เวลา 17:51:14)

ความคิดเห็นที่  30

เมื่อตอนผมอายุ 17 ไม่เคยรู้เรื่องว่าเค้าจะต้องไปเอาใบ สด.9 จนเดือนเมษาที่จะถึงจะคัดอยู่แล้วผมควรทำอย่างไงครับ(ผมอยากคัดปีนี้เลย)ต้องทำไงครับ

บัญชา   (17 มีนาคม 2558  เวลา 16:14:29)

ความคิดเห็นที่  29

ตอบความเห็นที่ 27  คุณ ...............  ถามว่า
สมัคร ทหาร บก ไป วันเรียกตัว จะสามารถเปลี่ยน เป็นทหารเรือได้มั้ย ครับ

*** ตอบ  ***  ไม่น่าจะเปลี่ยนได้นะ ต้องลองถาม จนท. ดู
หรือไม่ก็ลอง Email ถาม พันโทปิยะชาติ    Email :piyachart7@gmail.com  

พระวรธรรม   (12 มีนาคม 2558  เวลา 06:40:40)

ความคิดเห็นที่  28

ผมสูง170หนัก54รอบอก84
แต่นิ้วกลางด้านขวาผมงอ จะรอดป่าวครับ

เติล   (11 มีนาคม 2558  เวลา 18:35:17)

ความคิดเห็นที่  27

สมัคร ทหาร บก ไป วันเรียกตัว จะสามารถเปลี่ยน เป็นทหารเรือได้มั้ย ครับ

............   (10 มีนาคม 2558  เวลา 04:26:14)

ความคิดเห็นที่  26

ตอบ ความคิดเห็นที่ 25  คุณ Pancake

อยากว่า คัดเลือกทหาร เข้าเอากระเทยหรือ เปล่า ค่ะ พอดี. ยังไม่ได้ทำอัไรมาเลย

* *  ตอบ * *

สงสัยยังไม่ได้อ่านบทความ -_-    

ลองอ่านบทความใหม่อีกที   แล้วจะรู้ว่าเขาไม่เอากะเทย
แต่เราต้องมีวิธีการ คือ ไปขอใบตรวจร่างกายจาก ร.พ.  ซึ่งวิธีการได้อธิบายไว้ในบทความแล้ว

พระวรธรรม   (5 มีนาคม 2558  เวลา 13:23:13)

ความคิดเห็นที่  25

อยากว่า คัดเลือกทหาร เข้าเอากระเทยหรือ เปล่า ค่ะ พอดี. ยังไม่ได้ทำอัไรมาเลย

Pancak   (4 มีนาคม 2558  เวลา 22:44:38)

ความคิดเห็นที่  24

ตอบความคิดเห็นที่ 20  คุณสุพจน์ถามมาว่า

ขอทราบรายชื่อผู้ขอผ่อนผันการเกณฑ์ทหารปั 58 ของนครราชสีมาครับ


- - ตอบ - -

อันนี้ไม่ทราบเลย  คุณสุพจน์ลองไปติดต่อสัสดี จ.นครราชสีมา ดูนะครับ

พระวรธรรม   (3 มีนาคม 2558  เวลา 12:26:52)

ความคิดเห็นที่  23

ตอบ ความคิดเห็นที่ 21   คุณรวีถามว่า

หลานชาย เกิดปี 2536 ยังไม่ได้ไปขึ้นทะเบียนทหาร และไม่ได้ไปเกณฑ์ทหารด้วย  ถ้าจะไปติดต่อสัสดีที่อำเภอตอนนี้
เพื่อจะเข้ารับการคัดเลือกปีนี้จะได้หรือไม่ และเขาจะให้หลานต้องจำคุกเลยได้หรือไม่ หรือต้องจ่ายค่าปรับอย่างไร รบกวน
ใคร่ขอคำแนะนำด่วนด้วยค่ะ

- - ตอบ - -

ปีที่เกณฑ์ของหลานคุณรวี คือ ปี 2556 ซึ่งเลยมา 2 ปีแล้ว  หลานของคุณประสบปัญหาเดียวกับคุณแขกเลย
ซึ่งหลวงพี่ได้ตอบไปที่ ความเห็นหมายเลข 11 แล้ว   คำตอบก็คือ


***ตอบ  ควรรีบไปติดต่อสัสดีประจำอำเภอที่คุณแขกสังกัดอยู่โดยด่วน
เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่สัสดีกำลังเก็บรวบรวมรายชื่อของทหารกองเกินเพื่อจะทำการคัดเลือกในเดือนเมษายน
หากสัสดีตุกติก  คุณอาจจะขอความเห็นจากสัสดีว่าโทษอย่างต่ำคือเสียค่าปรับ 300 บาท ขอเป้นเสียค่าปรับแทนการจำคุก

***โทษ : การไม่ไปแสดงตนเพื่อลงบัญชีทหารกองเกินในปีที่กำหนด มีโทษปรับไม่เกิน ๓๐๐ บาท  หรือจำคุกไม่เกิน ๓ เดือน  หรือทั้งจำทั้งปรับ***

โดยความเป็นจริง ทางสัสดีไม่สามารถจับเราเข้าคุกได้ เนื่องจากช่วงเวลานี้ถือเป็นช่วงเวลากระชั้นชิดของการคัดเลือกทหารในเดือนเมษายน  สัสดีมีแต่จะต้องจัดเราให้เราเข้าสู่กระบวนการคัดเลือก  -  - นอกเสียจากสัสดีจะต้องการใต้โต๊ะ ซึ่งคุณรวีอาจจะต้องขอความเข้าใจจากสัสดีว่าหลักการลงโทษขั้นต่ำ คือ ปรับไม่เกิน 300 บาท เท่านั้น

ทางที่ดีแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ไปพบสัสดีด้วย เพื่อเพิ่มน้ำหนักให้กับกรณี พร้อมแสดงเหตุผลว่าไม่ได้มีเจตนาหลีกเลี่ยงการขึ้นทะเบียนทหาร  ..

หวังว่าปัญหาของ่หลานคุณรวี คงคลี่คลายขึ้นเช่นกัน

พระวรธรรม   (3 มีนาคม 2558  เวลา 12:23:10)

ความคิดเห็นที่  22

ตอบความคิดเห็นที่ 19  คุณชิตพล ถามว่า

ผมจะสมัครทหาร แต่ติดที่ว่าผมผ่าตัดหัวเข่ามาแล้ว 2 ครั้ง และมีสกรู 2 อั่น ฝั่งอยู่ในหัวเข่า
และตอนนี้ยังมีอาการเจ็บอยู่ครับ อยากทราบว่าผมสามารถสมัครทหารเป็นได้มัยครับ

- - ตอบ - -

ไม่น่าจะได้นะครับ  เพราะการฝึกทหารเป็นอะไรที่หนักมาก
เกรงว่าจะมีผลกับสกรูที่ขันไว้  

แต่อย่างไรเสีย เมื่อถึงวันตรวจเลือก ลองถามทหารเจ้าหน้าที่ดูว่าจะสามารถเป็นทหารได้หรือไม่
เจ้าหน้าที่ทหารจะให้คำตอบได้ดีที่สุด

พระวรธรรม   (3 มีนาคม 2558  เวลา 12:12:23)

ความคิดเห็นที่  21

หลานชาย เกิดปี 2536 ยังไม่ได้ไปขึ้นทะเบียนทหาร และไม่ได้ไปเกณฑ์ทหารด้วย  ถ้าจะไปติดต่อสัสดีที่อำเภอตอนนี้
เพื่อจะเข้ารับการคัดเลือกปีนี้จะได้หรือไม่ และเขาจะให้หลานต้องจำคุกเลยได้หรือไม่ หรือต้องจ่ายค่าปรับอย่างไร รบกวน
ใคร่ขอคำแนะนำด่วนด้วยค่ะ

คุณ รวี     (2 มีนาคม 2558  เวลา 12:41:03)

ความคิดเห็นที่  20

ขอทราบรายชื่อผู้ขอผ่อนผันการเกณฑ์ทหารปั 58 ของนครราชสีมาครับ

สุพจน์   (2 มีนาคม 2558  เวลา 10:44:23)

ความคิดเห็นที่  19

สวัสดีครับ ผมจะสมัครทหาร แต่ติดที่ว่าผมผ่าตัดหัวเข่ามาแล้ว 2 ครั้ง และมีสกรู 2 อั่น ฝั่งอยู่ในหัวเข่า และตอนนี้ยังมีอาการเจ็บอยู่ครับ อยากทราบว่าผมสามารถสมัครทหารเป็นได้มัยครับ

ชิตพล   (2 มีนาคม 2558  เวลา 09:36:11)

ความคิดเห็นที่  18

เธญเธขเธฒเธเธ—เธฃเธฒเธšเธฃเธฒเธขเธŠเธทเนˆเธญเธ™เธฑเธเธจเธถเธเธฉเธฒเธ—เธตเนˆเธ‚เธญเธœเนˆเธญเธ™เธœเธฑเธ™เธเธฒเธฃเน€เธเธ“เธ‘เนŒเธ—เธซเธฒเธฃเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเธ›เธต 2558 เธ™เธ„เธฃเธฃเธฒเธŠเธชเธตเธกเธฒ เธ„เธฃเธฑเธš

เธชเธธเธžเธˆเธ™เนŒ   (2 มีนาคม 2558  เวลา 09:00:38)

ความคิดเห็นที่  17

ตอบความคิดเห็นที่ 15 คุณนิติวัฒน์ ถามว่า

ถ้าจับได้ใบแดงแล้วอีกกี่วันถึงเข้ากองครับ

*** ตอบ ** หากจับได้ใบแดง
ในใบแดงจะระบุไว้เรียบร้อยว่าคุณนิติวัฒน์ต้องเข้ารายงานตัวเมื่อไหร่

โดยปกติการเข้ารายงานตัว หรือ เข้ากอง จะมี 2 ผลัด คือ ผลัดเดือนพฤษภาคม / กับ / ผลัดเดือนตุลาคม
หากเข้ากองเร็วก็ได้ปลดเร็ว หากเข้ากองช้าก็ได้ปลดช้า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะได้ผลัดไหน

ยังไงหากคุณนิติวัฒน์จับสลาก ก็ขอให้ได้ใบดำนะครับ

หลวงพี่วรธรรม   (28 กุมภาพันธ์ 2558  เวลา 23:25:52)

ความคิดเห็นที่  16

ตอบคุณเต้ย ความเห็นที่ 14

คุณเต้ยเขียนว่า  สวัสดีครับ ผมจะสมัคร ทหารครับไม่อยากเสียงจับใบดำแดงให้ยุ่งยาก อยากสมัครเลย ผมมีวุฒิม.6 ต้องเป็น1ปี เลยอยากทราบว่า เมือครบกำหนด 1 ปีผม สามารถปลดประจำการได้เลยหรือป่าว ? แล้วมันจะกลายเป็นเรื่องยุ่งยากมั้ยครับ เพราะว่าสมัครเป็นทหาร ไม่ใช่ถูกเกณฑ์ไปเป็นหทาร ขอความกระจ่างด้วยครับ ขอบคุณครับ

ปล.ไม่ทราบว่ากระทู้นี้ถูกลืมไปหรือยัง
ปล.2 ผมจะสมัครทหารปีนี้ครับ 58

- ตอบ - คุณเต้ยมีวุฒิ ม.6 หากสมัครจะได้เป็นทหารแค่ 1 ปี
เมื่อครบ 1 ปี พลทหารเต้ยก็จะได้ปลดทหารทันที
โดยพลทหารเต้ยจะได้ปลดพร้อมกับพลทหารท่านอื่น ๆ ที่ได้ปลดในปีเดียวกัน
คิดว่าในกรณีคุณเต้ยอาจมีพลทหารท่านอื่น ๆ ที่มีวุฒิ ม.6 เหมือนกันและได้ปลดภายใน 1 ปีเช่นกัน
หรืออาจได้ปลดพร้อมพลทหารที่ได้เป็นมาก่อนหน้านี้ 2 ปีแล้วก็ได้

ไม่ต้องห่วงว่าจะเป็นเรื่องยุ่งยาก เพราะในกรมทหารมีการแยกประเภทพลทหารไว้เป็นหมวดหมู่ว่า
คนนี้เป็น 2 ปี /  คนนี้เป็น 1 ปี  / คนนี้เป็น 6 เดือน  ฯลฯ

ปล. กระทู้นี้ยังไม่ถูกลืม
ปล. ขอให้คุณเต้ยประสบความปลอดภัยเมื่อเป็นหทารของประเทศชาติ

หลวงพี่วรธรรม   (28 กุมภาพันธ์ 2558  เวลา 23:18:50)

ความคิดเห็นที่  15

ถ้าจับได้ใบแดงแล้วอีกกี่วันครับถึง เข้ากองครับ

นิติวัฒน์   (27 กุมภาพันธ์ 2558  เวลา 20:08:18)

ความคิดเห็นที่  14

สวัสดีครับ ผมจะสมัคร ทหารครับไม่อยากเสียงจับใบดำแดงให้ยุ่งยาก อยากสมัครเลย ผมมีวุฒิม.6 ต้องเป็น1ปี เลยอยากทราบว่า เมือครบกำหนด 1 ปีผม สามารถปลดประจำการได้เลยหรือป่าว ? แล้วมันจะกลายเป็นเรื่องยุ่งยากมั้ยครับ เพราะว่าสมัครเป็นทหาร ไม่ใช่ถูกเกณฑ์ไปเป็นหทาร ขอความกระจ่างด้วยครับ ขอบคุณครับ

ปล.ไม่ทราบว่ากระทู้นี้ถูกลืมไปหรือยัง
ปล.2 ผมจะสมัครทหารปีนี้ครับ 58

เต้ย   (27 กุมภาพันธ์ 2558  เวลา 10:57:45)

ความคิดเห็นที่  13

ตอบความคิดเห็นที่ 10
สวัสดีครับ ผมเป็นคนหนึ่งที่ยังไม่ได้สัญชาติไทยถือบัตรสีชมพู
มีสำเนาทะเบียนบ้านแต่ระบุว่ายังไม่ได้สัญชาติไทย
ซึ่งผมได้ไปยื่นคำขอเมื่อปี่ที่แล้วแต่ยังไม่คืบหน้าไปไหนเลย
แล้วผมจะสามารถเกณฑ์ทหารได้รึปล่าวครับ
ถ้ามีใครรู้หรือมีข้อแนะนำในการเกณฑ์รบกวนโทรให้คำแนะนำหน่อยนะครับ 0927654078

***ตอบความเห็นที่ 10 คนพื้นที่สูง
โดยปกติคนต่างด้าว ไม่ได้มีหน้าที่ต้องเกณฑ์ทหาร คุณยังไม่ได้เป็นคนไทยก็ไม่น่าจะต้องถูกเกณฑ์นะ
หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม  ลองเขียนอีเมล์ไปถาม พันโท ปิยะชาติ  piyachart7 @ gmail.com  
ท่านจะตอบให้อย่างรวดเร็ว



พระวรธรรม   (26 กุมภาพันธ์ 2558  เวลา 15:29:11)

ความคิดเห็นที่  12

ตอบความคิดเห็นที่ 9 คุณจักรกฤษณ์ ถามว่า

ผมเกิดวันที่ 13 มีนาคม 2537 ผมต้องไปรับหมายเกณฑ์วันไหนครับ

***ตอบคุณจักรกฤษณ์  คุณต้องไปรับหมายเกณฑ์ตั้งแต่ปีที่แล้ว (พ.ศ.2557)
กรณีของคุณเหมือนคุณแขกเลย ยังไงกรุณารีบไปติดต่อสัสดีที่คุณสังกัดอยู่โดยด่วน
คำตอบเหมือนคุณแขกที่หลวงพี่ได้ตอบไปแล้ว

อ่านคำตอบความเห็นที่ 8 ข้างล่างได้เลย

พระวรธรรม   (26 กุมภาพันธ์ 2558  เวลา 15:23:11)

ความคิดเห็นที่  11

ตอบความเห็นที่ 8 - คุณแขก กล่าวว่า = เพิ่งได้เข้ามาเจอครับ ให้ความรู้มาก มีคำถามอยากถามเพิ่มเติมครับ
ถ้าเราไม่ได้ไปรับหมายเรียกเกณฑ์ทหาร สด. 35  ต้องทำอย่างไรครับ
ตามปกติแล้วต้องไปรับเมื่อปีที่แล้ว 2557  แต่ปีนี้ 2558 แล้ว ยังสามารถไปรับได้ไหมครับ
ขอบคุณมากล่วงหน้าครับ

***ตอบ  ควรรีบไปติดต่อสัสดีประจำอำเภอที่คุณแขกสังกัดอยู่โดยด่วน
เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่สัสดีกำลังเก็บรวบรวมรายชื่อของทหารกองเกินเพื่อจะทำการคัดเลือกในเดือนเมษายน
หากสัสดีตุกติก  คุณแขกอาจจะบอกว่าโทษอย่างต่ำคือเสียค่าปรับ 300 บาท

***โทษ : การไม่ไปแสดงตนเพื่อลงบัญชีทหารกองเกินในปีที่กำหนด มีโทษปรับไม่เกิน ๓๐๐ บาท  หรือจำคุกไม่เกิน ๓ เดือน  หรือทั้งจำทั้งปรับ***

โดยความเป็นจริง ทางสัสดีไม่สามารถจับเราเข้าคุกได้เพราะช่วงเวลานี้ถือเป็นช่วงเวลากระชั้นชิดของการคัดเลือกในเดือนเมษายน  มีแต่จะต้องจัดเราให้เข้าสู่กระบวนการคัดเลือก  -  - นอกเสียจากสัสดีจะต้องการใต้โต๊ะ ซึ่งคุณแขกอาจจะต้องยืนยันหลักการลงโทษขั้นต่ำ คือ ปรับไม่เกิน 300 บาท

พระวรธรรม   (26 กุมภาพันธ์ 2558  เวลา 15:15:11)

ความคิดเห็นที่  10

สวัสดีครับ ผมเป็นคนหนึ่งที่ยังไม่ได้สัญชาติไทยถือบัตรสีชมพู มีสำเนาทะเบียนบ้านแต่ระบุว่ายังไม่ได้สัญชาติไทย ซึ่งผมได้ไปยื่นคำขอเมื่อปี่ที่แล้วแต่ยังไม่คืบหน้าไปไหนเลย แล้วผมจะสามารถเกณฑ์ทหารได้รึปล่าวครับ ถ้ามีใครรู้หรือมีข้อแนะนำในการเกณฑ์รบกวนโทรให้คำแนะนำหน่อยนะครับ 0927654078

คนพืนที่สูง   (24 กุมภาพันธ์ 2558  เวลา 22:19:03)

ความคิดเห็นที่  9

ผมเกิดวันที่13มีนาคม2537ผมต้องไปรับหมายเกณฑ์วันไหนครับ

จักรกฤษณ์ เพชรโรจน์   (7 กุมภาพันธ์ 2558  เวลา 07:23:28)

ความคิดเห็นที่  8

เพิ่งได้เข้ามาเจอครับ ให้ความรู้มาก มีคำถามอยากถามเพิ่มเติมครับ  

ถ้าเราไม่ได้ไปรับหมายเรียกเกณฑ์ทหาร สด. 35  ต้องทำอย่างไรครับ

ตามปกติแล้วต้องไปรับเมื่อปีที่แล้ว 2557  แต่ปีนี้ 2558 แล้ว ยังสามารถไปรับได้ไหมครับ

ขอบคุณมากล่วงหน้าครับ

คุณแขก   (2 กุมภาพันธ์ 2558  เวลา 02:31:13)

ความคิดเห็นที่  7

ปีนี้แหละ 2558 (สมัครๆๆๆๆ) ทหารเรือ ตื่นเต่นจัง ><" สู้ตายเว้ย ชาวนครพนม

ไร้นาม   (14 มกราคม 2558  เวลา 10:20:36)

ความคิดเห็นที่  6

ถ้าไปรับด้วยตนเองไม่ได้ ควรให้พ่อแม่ หรือญาติไปรับแทน โดยนำเอกสารคือบัตรประจำตัว ปชช. + ทะเบียนบ้าน ไปแสดงหลักฐาน เพื่อรับหมายเกณฑ์  ไม่ควรไปหลังวันที่ 30 ธันวา เพราะ 31 ธค. เป็นวันหยุดราชการ  และ 1 มกรา ก็เป็นวันปีใหม่ไปแล้ว มันจะสายเกินไป ...


หากมีคำถามเพิ่มเติม  สามารถ email คำถามได้ที่  พันโท ปิยะชาติ  piyachart7 @ gmail.com  ท่านจะตอบให้อย่างรวดเร็ว

พระวรธรรม   (11 ธันวาคม 2557  เวลา 12:37:30)

ความคิดเห็นที่  5

อยากถามว่าถ้าไปรับหมายเกณฑ์ไม่ได้ด้วยตัวเองสามารถให้ผู้ปกครองไปรับแทนได้ไหมและถ้าเจ้าตัวจะไปรับช่วงเทศกาลปีใหม่สามารถรับได้หรือไม่

2557   (3 ธันวาคม 2557  เวลา 20:29:19)

ความคิดเห็นที่  4

 * แล้วท่าปสัวะขัด ชี้กริปิบกระป่อยอะคับ หรือ เป็นใส้เลื้อน

ถ้ามีสุขภาพไม่สมประกอบ ให้ปฏิบัติตามข้อ 3 จ้ะ
คือไป "ตรวจโรคก่อนตรวจเลือก" เพื่อให้แพทย์ยืนยันว่า
เรามีอาการป่วยที่เป็นอุปสรรคกับการเป็นทหาร

โดยโรคแต่ละโรคจะมีการผ่อนผันได้ปีต่อปี
สมมติปี 2558 เดือนเมษายนจะต้องเกณฑ์  เดือนมกรา-20 ก.พ. ก็ไปโรงพยาบาลเพื่อ "ตรวจโรคก่อนตรวจเลือก" แล้วเอาใบรับรองแพทย์ไปยืนยันในวันตรวจเลือกเดือนเมษายน

พอปีถัดไป 2559 ก็ไป "ตรวจโรคก่อนตรวจเลือก" ที่โรงพยาบาลอีก ปฏิบัติแบบนี้ปีต่อปี จนกว่าจะอายุ 30 ปี หรือจนกว่าร่างกายจะแข็งแรงค่อยจับสลากใบดำ-ใบแดง

พระวรธรรม   (26 พฤศจิกายน 2557  เวลา 04:23:03)

ความคิดเห็นที่  3

แล้วท่าปสัวะขัด ชี้กริปิบกระป่อยอะคับ หรือ เป็นใส้เลื้อน

สงสัย   (25 พฤศจิกายน 2557  เวลา 02:46:55)

ความคิดเห็นที่  2

ดูเหมือนจะเล่าไม่ชัดเจน ..

....................

ตอนเป็นพระไปขอผ่อนผันเพียงครั้งเดียว  
และเป็นการผ่อนผันแบบนักศึกษา ซึ่งผ่อนผันได้จนอายุ 26 ปี
แต่ตอนนั้นเพิ่งอายุ 22 ปี

พออายุ 23 ในปีถัดไป เราไม่ได้ไปผ่อนผันอีก
เพราะเข้าใจผิดคิดว่าที่ผ่อนผันไปตอนอายุ 22 ปี นั้น เป็นการผ่อนผันแบบพระ
และเป็นการผ่อนผันแบบถาวร  ซึ่งไม่ใช่
เพราะการผ่อนผันแบบพระ ต้องนำ "ใบประกาศนักธรรมตรี" ที่เราสอบได้ไปใช้เป็นหลักฐานในการผ่อนผันด้วย  แต่ตอนนั้นเพิ่งบวชได้ปีแรก ยังไม่ได้สอบนักธรรมตรีเลย

ทีนี้พอเราไม่ได้ไปแค่ปีนั้นปีเดียว
เค๊าก็ส่งจดหมายฟ้องร้องไปที่บ้านว่าเรากระทำการหนีทหาร
ทีนี้เรื่องใหญ่เลย เหมือนตอนอายุ 17 เพราะกลายเป็นคดีความอีกครั้ง

ซึ่งต่อมาในปีเดียวกันที่เป็นคดีก็ได้ไปสอบ "นักธรรมตรี" จนได้ใบประกาศ
ตอนนั้นพระที่วัดก็บอกว่า
ถ้าไม่อยากเกณฑ์ทหารก็ให้นำ "ใบประกาศนักธรรมตรี" ไปยื่นเป็นหลักฐานก็จะได้รับการยกเว้น


ตอนนั้นพอได้ใบประกาศก็นำใบประกาศไปยื่นสัสดี  
แต่สัสดีตอนนั้นก็พูดยาก ไม่ยอมความ จะให้ไปสึกท่าเดียว

แต่ผลสุดท้ายเราก็พยายามไปติดต่ออีกครั้งตามที่ได้เล่าไว้ข้างบน
จนกระทั่งได้รับการยกเว้นในที่สุด

......................................

ทางที่ดีก็คือ พยายามรู้กฎหมายเข้าไว้จะได้ไม่ถูกข้าราชการเอาเปรียบ

.......................................





พระวรธรรม   (22 พฤศจิกายน 2557  เวลา 06:15:01)

ความคิดเห็นที่  1

......
..........

ตอนที่หลวงพี่อายุ 17 ไม่เคยรู้มาก่อนว่าต้องไปขึ้นทะเบียนทหาร
กว่าจะรู้ตอนนั้นอายุ 19 แล้ว  พอไปติดต่อกับสัสดีที่อำเภอ ก็กลายเป็นเรื่องยุ่งเหยิง
เพราะสัสดีไม่ยอมขึ้นทะเบียนให้  

ตอนหลังหลวงพี่ต้องไปบอกพ่อ  พ่อก็ต้องเป็นภาระไปหาสัสดี  
สัสดีก็ให้ไปหากำนันหรือผู้ใหญ่บ้านให้มารับรอง
ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่เกี่ยวกับกำนันหรือผู้ใหญ่บ้านเลย  
เรื่องของเรื่องก็คือสัสดีต้องการเงินใต้โต๊ะนั่นเอง
แต่ตอนนั้นเราเป็นชาวบ้านตาสี - ตาสี ไม่รู้กฎหมาย

"ไม่รู้ว่าเพียงแค่เสียค่าปรับอย่างน้อย 300 บาท เรื่องก็จบ"

แต่การที่สัสดีมีอำนาจเหนือกว่าก็ทำให้เหตุการณ์เยิ่นเย้อมาก

ผลสุดท้ายพ่อก็ไปหาผู้ใหญ่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านก็ดีมาก
ผู้ใหญ่บ้านทำเอกสารหรืออะไรสักอย่างก็ไม่รู้จำไม่ได้เพราะนานแล้ว
ในที่สุดเรื่องก็จบ

..........................

แต่เรื่องก็ยังมีต่อ ...

ตอนหลังหลวงพี่ไปบวช  ก็ยังใช้สิทธิขอผ่อนผันด้วยการศึกษา (ซึ่งมีสิทธิจนถึงอายุ 26 ปี)

ตอนนั้นเราไม่รู้อีกแล้ว ... ตอนไปผ่อนผันในวันนัดตรวจเลือก (เดือนเมษา)
ก็ไปในชุดพระ พอผ่อนผันเสร็จก็นึกว่าจบแล้ว ไม่ต้องไปอีก
เพราะเราไปในชุดพระคิดว่าไอ้ที่ผ่อนผันนั่นเป็นการผ่อนผันในฐานะพระ
ซึ่งเป็นความเข้าใจผิด  (เข้าใจผิดเพราะไม่มีใครบอก)

เข้าใจผิด เพราะที่ผ่อนผันนั่น ที่แท้เป็นการผ่อนผันในฐานะนักศึกษา (เพราะตอนเป็นนักศึกษาก็ผ่อนผันมาตลอด)

ผลสุดท้าย มีหมายเรียกไปที่บ้าน คราวนี้เป็นคดีความว่า "หนีทหาร"
ก็กลับไปติดต่อสัสดีอีก คราวนี้เป็นสัสดีคนใหม่มารับตำแหน่ง

สัสดีบอกว่าให้ไปสึกมาก่อน เพราะมันเป็นคดีแล้ว ท่านเป็นพระเราเอาเรื่องท่านไม่ได้

ตอนนั้นก็เอะใจ  ว่าทำไมสัสดีพูดแบบนี้ แล้วสัสดีก็ยึดพวกใบสด. หลักฐานต่าง ๆ เอาไปหมดเลย
ตอนนั้นเราไม่รู้กฎหมายไง ว่าจริง ๆ แล้วแค่โดนปรับ 300 บาท เรื่องก็จบ

และตอนหลังเริ่มรู้ว่ามีการใช้  ใบประกาศนักธรรมตรี ไปยื่นขอผ่อนผันได้ตลอดจนอายุ 30 ปี
ก็เลยไปหาสัสดีอีกรอบ

 สัสดีไล่ให้ไปสึกเหมือนเดิม พร้อมกับไม่ยอมให้ผ่อนผันทุกกรณี โดยอ้างว่ายังติดคดีอยู่ ผ่อนผันให้ไม่ได้
เราก็ยังงง ๆ  ว่าถ้าเราไม่สึก ก็แปลว่าเราถือไพ่เหนือกว่า  เขาก็ทำอะไรเราไม่ได้

ตอนหลังพอใกล้ ๆ จะสิ้นปี ก็ไปหาแกอีกรอบ
คราวนี้แกเป็นอะไรไม่รู้  ก็คืนใบเอกสารทั้งหมดมาให้
แล้วบอกว่าเอาไว้ เดือนเมษาปีหน้าค่อยไปตามนัดผ่อนผัน
แล้วหลังจากให้มาทำการผ่อนผันอีกครั้ง เพราะตอนนี้ผ่อนผันไม่ได้แล้วมันกระชั้นชิด

ตอนหลังเราก็ไปในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นการผ่อนผันในแบบนักศึกษา
หลังจากนั้น จนท.  บอกว่าให้มาผ่อนผันกับสัสดีที่อำเภอด้วย นักธรรมตรี อีกครั้ง

ในที่สุดเรื่องก็ลงเอยด้วยดี คือ ใช้ นักธรรมผ่อนผัน

........................................

เรื่องนี้เป็นบทเรียนว่า เพราะเราไม่รู้กฎหมาย เราจึงถูกเอาเปรียบได้ง่าย
เราไม่รู้ว่าที่ผ่านมาต้องมีเด็กวัยรุ่นถูกสัสดีเอาเปรียบแบบนี้มากแค่ไหน
น่าจะมีชาวบ้าน - พ่อแม่ ถูกสัสดีเอาเปรียบเป็นจำนวนมากมายทีเดียว
เพราะผลจากการที่เราไม่รู้กฎหมาย

รวมทั้งการประชาสัมพันธ์  ก็เป็นไปได้ว่า เรื่องแบบนี้มีคนรู้น้อย
ทุก ๆ ปีต้องมีเด็กชายหลุดจากการไปขึ้นทะเบียนทหาร
รวมทั้งหลุดจากการไปรับหมายเกณฑ์

จะว่าไป อีกแง่หนึ่งมันเป็นการเอารัดเอาเปรียบจากภาครัฐเช่นกัน
ที่ไม่มีการประณีประนอมในกรณีเด็กหลุดจากการขึ้นทะเบียน

และเป็นการเอาเปรียบทีมีการเกณฑ์หทาร  ควรจะมีการใช้วิธีเปิดโอกาสให้สมัครเป็นอาชีพมากกว่า
แทนที่จะใช้การเกณฑ์ และวางความผิดตามกฎหมาย ซึ่งเป็นการเปิดช่องให้ข้าราชการเอาเปรียบประชาชน

 


พระวรธรรม   (19 พฤศจิกายน 2557  เวลา 16:51:31)