Loading ...
อาจารย์ปัญญา พลราษฎร์
อาจารย์ปัญญา พลราษฎร์
ผู้อำนวยการ โรงเรียนบ้านเม็กใหญ่
จ.อุบลราชธานี
 
กระบวนการสอนของเพศศึกษานั้นกลายเป็นเรื่องไม่ปกติ ไม่อยู่ในแผนการทำงานชีวิตประจำวัน แม้กระทรวงศึกษาธิการจะเขียนไว้ว่า ต้องยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง แต่ก็แค่เขียนเป็นตัวหนังสือไว้ เนื่องจากครูก็ยังเป็นครูคนเดิมที่สอนมานับสิบปี
 
      บ้านเม็กใหญ่ เป็นโรงเรียนที่อยู่ในสังกัด สพท. เขต ๕ อุบลราชธานี ตั้งอยู่ในอำเภอเดชอุดม โรงเรียนแห่งนี้มีนักเรียนประมาณ ๖๐๐ คนมีการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงมัธยมศึกษาปีที่ ๓ และเข้าร่วมในโครงการฯ ปี ๒๕๔๙

      หากแต่เมื่อปี ๒๕๔๗ ครั้งที่โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ ซึ่งเป็นผู้ประสานงานโครงการประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือจัดอบรมให้โรงเรียนในแต่ละจังหวัด โดยมีโควตาให้เพียงไม่กี่โรงเรียน บ้านเม็กใหญ่ไม่ได้รับเลือกให้เข้าโครงการฯ ด้วยเหตุผลว่าโรงเรียนได้รับรางวัลในเรื่องระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนแล้ว แต่ในทัศนะของผู้อำนวยการโรงเรียน ปัญญา พลราษฎร์ กลับมองว่าเกียรติบัตรที่ได้รับไม่ใช่คำตอบที่เขาจะช่วยให้เด็กๆ ได้มีความรู้และใช้ทักษะในการดำรงชีวิตทางเพศได้เพียงพอ เขาจึงขอเข้าเป็นผู้รับการอบรมโดยใช้งบประมาณของโรงเรียนเอง และต่อมาด้วยความใส่ใจในปัญหาเรื่องเพศ โรงเรียนจึงได้รับเลือกจาก สพฐ. ให้เป็นโรงเรียนนำร่องโรงเรียนเดียวในจังหวัดอุบลราชธานีที่นำหลักสูตรเพศศึกษาของ สพฐ. มาใช้

     ด้วยเหตุนี้ เขาจึงกลายเป็นแขกรับเชิญของเราที่จะมาบอกถึงวิสัยทัศน์ของโรงเรียนกับการจัดการสอนเพศศึกษาให้ได้ผล
เส้นทางเดินโรงเรียนเพื่อเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการฯ
    พอดีว่าทางโรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิแจ้งเข้ามาผ่านทางสำนักงานเขตพื้นที่ว่าให้คัดเลือกโรงเรียนที่สนใจเข้าร่วมโครงการก้าวย่างอย่างเข้าใจ เราก็ทำงานร่วมกันในเรื่องระบบดูแลนักเรียนอยู่แล้ว ซึ่งเราก็เห็นดีเพราะจะทำให้ครูเรามีความรู้ ความเข้าใจในการแก้ปัญหาเรื่องเพศได้โดยตรง แต่เนื่องจากโรงเรียนเราเองก็ได้รับเกียรติบัตร ในเรื่องการดูแลระบบช่วยเหลือนักเรียน อาจจะเป็นสาเหตุนี้ที่เรายังไม่ได้รับคัดเลือกให้เข้าโครงการฯ แม้เรื่องเพศจะถือเป็นหนึ่งในระบบดูแล แต่มีการพูดถึงน้อย เพราะจะเน้นไปในเรื่องการแก้ปัญหาพฤติกรรม แต่ไม่ได้เน้นด้านการเรียนการสอน แต่เรื่องเพศเป็นปัญหาเฉพาะตัวที่ไม่สามารถนำระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนมาใช้ได้อย่างเต็มที่ ครูจึงยังไม่มีความเข้าใจเรื่องนี้มากนัก ผมเลยแจ้งความประสงค์กับผู้ประสานงานว่าต้องการเข้าร่วมอบรมโดยจะใช้งบประมาณของโรงเรียนเอง เพราะต้องการนำมาดำเนินการสอนที่โรงเรียน

     ปีต่อมา ทาง สพฐ. ก็มีโครงการนำร่องการจัดการเรียนรู้เพศศึกษาเข้ามาโดยให้แต่ละภาคมาประชุมกัน โดยในจังหวัดอุบลราชธานีได้โควตามา ๑ โรงเรียน ทางเขต สพท. ๕ จึงรับมา ศึกษานิเทศที่ไปอบรมด้วยกันก็เห็นว่าโรงเรียนเรามีความสนใจเรื่องนี้ เพราะอยากเข้าโครงการก้าวย่างฯ ตั้งแต่แรก แต่ไมได้รับคัดเลือก จึงให้โรงเรียนเราเป็นโรงเรียนนำร่องของ สพฐ.

     พอกลับมาโรงเรียน เราก็มาขยายผลให้ครูในโรงเรียนที่ยังไม่รับการอบรมได้รับรู้พร้อมกับคณะกรรมการสถานศึกษาว่าการสอนเพศศึกษาจำเป็นอย่างไร ใช้เวลาอบรม ๑ วัน โดยเลือกกิจกรรมที่สะท้อนให้คนเข้าใจว่าทุกช่วงชีวิตของคนเราเกี่ยวข้องกับเรื่องเพศอย่างไร และทำให้เขานึกย้อนถึงชีวิตวัยรุ่นในยุคของตนเองว่าไม่ได้ต่างอะไรกับยุคสมัยนี้อย่างไร รวมทั้งใช้กิจกรรมแลกน้ำเพื่อให้คนเห็นความเสี่ยงของตัวเองในเรื่องการรับเชื้อเอชไอวี

     เวลาที่เรามาจัดการสอนในโรงเรียน เราก็นำแผนการสอนของ สพฐ. และของก้าวย่างมาทำกำหนดการสอนให้ครู โดยให้ฝ่ายวิชาการเป็นคนดำเนินการผสมผสานกัน
เมื่อผู้บริหารต้องมาทำการโค้ช
    ผมผ่านการทำงานมาในหลายตำแหน่ง เป็นทั้งศึกษานิเทศ เป็นผู้บริหาร จึงผ่านการอบรมมามาก แต่การได้มาอบรมกับโครงการก้าวย่างอย่างเข้าใจ ซึ่งเน้นรูปแบบการทำกิจกรรม ทำให้เราเห็นชัดเจนว่ากระบวนมีส่วนร่วมนั้นเป็นอย่างไร โดยให้ผู้เข้าอบรมเป็นคนสรุปความรู้เอง ไม่ใช่วิทยากรมาเป็นคนบอก หรือใช้ตำราบอก กระบวนการแบบนี้ ทำให้เราปรับเปลี่ยนความเชื่อด้วยตัวเราเอง เปลี่ยนทัศนคติต่อเรื่องเพศ ทำให้เรามีความรู้ ความเข้าใจในเยาวชน ในเรื่องเพศศึกษามากขึ้น

     ดังนั้น ครูที่จะไปทำการสอนเรื่องเพศ จำเป็นต้องผ่านการอบรมเช่นกัน เพื่อให้ครูมีความรู้ความเข้าใจ มีทัศนคติที่ดีก่อนถึงจะมาทำงานได้ ไม่เช่นนั้น จะเกิดการต่อต้านขึ้น เพราะเรื่องแบบนี้มีทั้งคนที่เห็นด้วยและคนที่ไม่เห็นด้วย

     ผมเคยเป็นศึกษานิเทศ ซึ่งในวิธีการนิเทศนั้น จะได้เรียนวิชาที่ต้องมีการสังเกตการณ์สอนอย่างใกล้ชิด แต่ก็ไม่เคยได้ใช้ในชีวิตการทำงานจริงเลย และเมื่อการนิเทศภายในกลายเป็นงานของโรงเรียนเอง ก็ไม่มีใครนำไปใช้ในสถานการณ์จริงๆ เพราะครูไม่ค่อยอยากให้ผู้บริหารสังเกตการณ์สอนของตัวเองเท่าไหร่ แล้วเราก็ไม่มีแบบฟอร์มที่เป็นทางการ

     แต่การโค้ชของก้าวย่างฯ นั้น คือการใช้รูปแบบนิเทศแบบคลินิกจริงๆ มีการพูดคุยชัดเจน มีการกรอกแบบฟอร์ม และยังมีการติดตามมากกว่า ๑ ครั้ง แล้วเราก็ต้องยึดรูปแบบการสอนที่เคยได้รับการอบรมมาว่าต้องเป็นไปในกระบวนการทำกิจกรรมที่ผู้เรียนได้เป็นศูนย์กลางจริงๆ ดังนั้น เราจึงต้องเน้นไปที่คำถามของครูที่จะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนในห้องเรียน

     เนื่องจากแผนการสอนเพศศึกษาบอกชัดเจนว่าเด็กคือคนทำกิจกรรม โดยครูเป็นคนชวนคุย จากนั้น ครูค่อยสรุปการเรียนรู้ เราจึงเห็นว่ากระบวนการสอนของเพศศึกษานั้นกลายเป็นเรื่องไม่ปกติ ไม่อยู่ในแผนการทำงานชีวิตประจำวัน แม้กระทรวงศึกษาธิการจะเขียนไว้ว่า ต้องยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง แต่ก็แค่เขียนเป็นตัวหนังสือไว้ ครูก็ยังเป็นครูคนเดิมที่สอนมานับสิบปี ถ้าจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมครูโดยให้เด็กเป็นทำกิจกรรม เป็นคนเสนอ สรุป ก็หมายความว่าครูต้องเตรียมการสอนมากขึ้น ซึ่งต้องใช้เวลาอย่างน้อย ๑ ปีที่ครูจะปรับวิธีการของตัว

     ถ้าจะให้การสอนแบบนี้ได้ผลดี ก็ต้องนำกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบนี้เข้าไปอยู่ในระบบเลย ไม่ใช่ให้มีแค่วิชาเพศศึกษาวิชาเดียวที่ใช้รูปแบบนี้
ปัญญา พลราษฎร์
ผู้อำนวยการ โรงเรียนบ้านเม็กใหญ่
จ.อุบลราชธานี
เหตุผลที่บ้านเม็กใหญ่สอนเพศศึกษาไว้ในวิชาแนะแนว
    เนื่องจากในโครงสร้างหลักสูตรการสอนของเรายังไม่มีสาระเพศศึกษาโดยตรง แต่ละโรงเรียนจึงนำไปจัดการสอนในรูปแบบต่างๆ เช่น ปีแรกนำไปบูรณาการในสาระสุขศึกษา วิทยาศาสตร์ แต่ก็ไม่ได้บอกว่านี่คือการสอนเพศศึกษา แล้วการสอนแบบนี้ เราไม่มั่นใจว่าครูจะสอนตามแผนที่กำหนดได้จริง ปีต่อมา เราจึงเปลี่ยนมาให้สอนในวิชาแนะแนว โดยให้สอนพร้อมกันทั้งโรงเรียน ซึ่งวัดผลชัดเจนได้ดีกว่า เพราะทุกคนสอนแน่ วิธีนี้ง่ายแก่การควบคุม กำกับ แต่อาจจะยากแก่การโค้ช เพราะเราไม่สามารถตามดูได้ทุกห้องในเวลาเดียวกัน
ความสำคัญของการวางแผนสอนอย่างต่อเนื่อง ๑๖ คาบ
    ในปีแรก ที่บ้านเม็กใหญ่ไม่ได้ความสำคัญเรื่องการสอนอย่างต่อเนื่อง จึงให้ครูนำไปบูรณาการในสาระต่างๆ แต่พอเราเข้าใจแล้วว่าทำไมการสอน ๑๖ คาบ และการให้เด็กได้เรียนอย่างต่อเนื่องทุกชั้นจะช่วยให้เด็กมีทักษะที่ดีขึ้นเพราะเด็กจะได้เรียนทั้ง ๖ ด้าน แต่ถ้าเราวางแผนการสอนไม่ต่อเนื่อง สอนไม่ครบ ก็อาจจะกลายเป็นผลเสียกับเด็ก เนื่องจากอาจจะตัดสินใจไปลองเรียนรู้แบบผิดๆ ได้ ดังนั้น การจะให้โรงเรียนวางแผนสอนให้ครบ ให้ ๑๖ คาบต่อปี ต้องทำให้โรงเรียนเข้าใจถึงความสำคัญของการสอนอย่างต่อเนื่องก่อนว่าจะเกิดผลดีอย่างไรบ้าง


ความคิดเห็นที่  8

ขอให้ครูบา-อาจารย์ได้สร้างศิษย์ดีๆสู่สังคม, ขอให้อาจารย์ทุกท่านมีสุขภาพกายที่แข็งแรง, เป็นเรือจ้างที่นำส่งลูกศิษย์ให้ถึงฝั่ง

ศิษย์เก่ารุ่นที่ 4   (15 ตุลาคม 2554  เวลา 07:46:18)

ความคิดเห็นที่  7

ทำไม อ.ปัญญา นามสกุลเหมือนกับดิฉันมากเลย แถมตัวสะกดเหมือนกันด้วย...

ถวิล พลราษฏร์   (13 พฤษภาคม 2554  เวลา 18:45:42)

ความคิดเห็นที่  5

อยากดูรูปภาพนนร.ปีการศึกษา2552ค่ะ
และข้อมูลนร.

นร.นากระแซง   (19 กุมภาพันธ์ 2553  เวลา 13:56:43)

ความคิดเห็นที่  4

โรงเรียนบ้านเม็กใหญ่  มีผู้บริหารที่ดี  นักเรียนน่ารักมาก  ถ้าได้เรียนที่นี่ไม่แค่เรียนเก่งเท่านั้น  แต่ยังเป็นคนดีของสังคม  
คิดถึงครูผู้สร้างศิษย์

ม.6   (24 กันยายน 2552  เวลา 18:15:12)

ความคิดเห็นที่  3

ดีมากค่ะ

ปังปอนด์   (9 ธันวาคม 2550  เวลา 17:22:24)

ความคิดเห็นที่  2

รูปภาพกิจกรรมในเวป น่าจะใส่ให้หมดทุกรูปเพื่อเป็นการโปรโมดโรงเรียน เพราะมีกิจกรรมดี ๆ ๆ เยอะมาก
เป็นสิ่งที่ดีสำหรับน้อง ๆ

คนรักเรียน   (31 ตุลาคม 2550  เวลา 09:05:42)

ความคิดเห็นที่  1

หน้าจะให้เปิดถึง ม. 6

นายเลิศจรัล  ราชจันทร์   (15 สิงหาคม 2550  เวลา 11:26:46)