Loading ...
ผู้ปลูกรากเพศศึกษา เป็นไม้ยืนต้นในโรงเรียน
ผู้ปลูกรากเพศศึกษา เป็นไม้ยืนต้นในโรงเรียน
อาจารย์อัจฉรพร แก้วมรกต
รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ
โรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์)
“ไม่ได้คิดเรื่องสนุกหรือมีความสุขกับการทำงาน คิดแค่ว่า เราทำงานกับเด็ก และต้องใช้ตำแหน่งหน้าที่ที่เราอยู่นี้ให้เป็นประโยชน์ทั้งกับเด็กและโรงเรียน”
    อัจฉรพร แก้วมรกต รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ โรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี บอกด้วยเสียงหนักแน่นกับภารกิจที่รับผิดชอบทั้งในตำแหน่งโค้ช ผู้สนับสนุนวิชาการแก่ครูผู้สอนเพศศึกษาในโรงเรียน เป็นครูผู้สอนในชมรมวิทยากรน้อย และเป็นวิทยากรหลักร่วมเดินสายอบรมให้กับครูในโครงการก้าวย่างอย่างเข้าใจภาคตะวันตก ซึ่งมีมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ จังหวัดกาญจนบุรี (แอคเซส) เป็นหน่วยประสานงานหลัก

     หลายคนอาจคิดไปล่วงหน้าเมื่อรู้ว่าคนหนึ่งคนกับความรับผิดชอบในสามหน้าที่ ย่อมมีเรื่องเล่ามากมายในงานที่ทำ หากอัจฉรพรกลับบอกว่าเธอไม่ใช่คนที่ลับคำให้คมอยู่เสมอ จึงไม่มีคำพูดโดนใจให้จดจำ ขณะเดียวกัน แม้จะเข้าโครงการฯ มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ และเปิดสอนเพศศึกษาในทุกระดับชั้น ม.๑ – ม.๓ อย่างเต็มรูปในปีนี้ได้แล้ว เธอก็ยังยืนยันว่างานเพศศึกษาในโรงเรียนของเธอเติบโตไปทีละก้าวอย่างช้าๆ แต่ยั่งยืน

     ด้วยหมวกใบที่ชื่อว่า รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ ทำให้เธอได้เป็นคนแรกที่รู้จักกับโครงการก้าวย่างฯ

     “ผู้ประสานของแอคเซสมาขอพบ และเล่าเรื่องโครงการให้ฟัง พอฟังจบ เราก็บอกทั้งสองคนทันทีว่า โรงเรียนไม่รับ เนื่องจากโรงเรียนเรามีขนาดใหญ่ที่สุดในเขต สพท. ๒ นี้ เรามีกิจกรรมเยอะมาก มีโครงการมากมายที่เข้ามาสู่โรงเรียนจากแต่ละหน่วยงาน”

     แต่เมื่อถูกเลือกจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพชรบุรี เขต ๒ ให้เข้าร่วมโครงการฯ อัจฉรพรจึงหวังว่าการเข้าร่วมอบรมจะเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส ด้วยการวางแผนคัดเลือกครูเข้าร่วมอบรมด้วยกันกับเธอ

     “เพราะเราเป็นฝ่ายวิชาการ ก็อยากให้ครูผู้สอนเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่แรก เลยให้หัวหน้าสาระสุขศึกษาเป็นแกนนำในเรื่องเพศ และก็พาครูวิทยาศาสตร์ สังคม และครูกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนไปร่วมอบรมด้วยกันรวมแล้ว ๑๐ คน”

     และสิ่งที่เธอหวังไว้ก็เป็นดั่งคาด

     “พอเข้าอบรม ก็รู้สึกว่า นี่เป็นการอบรมแบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน ทั้งที่เป็นครูมา ๒๐ กว่าปี โครงการนี้จัดอบรมให้ไม่เหมือนที่กระทรวงฯ จัด เพราะที่ผ่านมา เราไปอบรมที มีผู้เข้าร่วม สามร้อยสี่ร้อยคน ฟังอย่างเดียว แต่อบรมกับโครงการฯ เราเจอคำถามแปลกๆ ซึ่งเป็นวิธีการเรียนรู้ใหม่จริงๆ ที่ให้เรียนผ่านกิจกรรม ผ่านประสบการณ์ เป็นวิธีที่แปลกสำหรับกลุ่มเรา วันต่อมา ยังไม่ได้เวลาอบรมเลย ก็ไปนั่งขอให้เขาจัดกิจกรรม ให้เขาอบรมให้เราแล้ว”

     จากครั้งแรกที่ไม่มีใจอยากเข้าร่วมด้วยความกังวลกับภารกิจที่โรงเรียนมีอยู่เต็มมือ แต่กลับจากอบรม สมาชิกทั้งหมดก็ลงมือทำงานได้ทันที

     “พอกลับมา เราก็ปรับให้ครูที่ไปอบรมมาสอน แต่โรงเรียนเรามีครูสอนสุขศึกษาแค่ ๓ คน ก็กลับมาปรับแผนกันใหม่ เป็นว่านำมาใส่ในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โดยเปิดอีก ๑ ชั่วโมงสำหรับวิชาเพศศึกษา แล้วไปลดชั่วโมงโครงสร้างลง เพื่อให้ครบตามหลักสูตร ปีแรกเริ่มเปิดในชั้น ม. ๓ ก่อน”

     อัจฉรพรสรุปบทเรียนที่ได้จากการที่ทั้งคณะเปลี่ยนใจหันมายอมรับและปรับโครงสร้างตารางการสอนของโรงเรียนซึ่งจัดการสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงชั้นมัธยมปีที่ ๓ เพื่อให้มีพื้นที่ว่างสำหรับเพศศึกษาว่า

     “ตอนแรกที่ไม่รับ เพราะเรายังไม่รู้รายละเอียดว่าโครงการนี้ทำอะไร เพราะมีกิจกรรมแทรกมากมายอยู่แล้ว ทำให้เราไม่อยากรับโครงการอะไรเพิ่มอีก แต่พอเข้าอบรมปุ๊บ เราก็เห็นเลยว่าโครงการฯ นี้ช่วยให้เด็กเราปลอดภัยได้”

     อัจฉรพรยอมรับว่าแรกเข้าอบรมทั้งที่ไม่มีใจนั้น เพราะตนเองมีบุคลิกของความเป็นคนชอบเรียนรู้ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับงานฝ่ายวิชาการ เพราะเธอมองว่าเมื่อสวมหมวกใบนี้ เธอคือผู้อยู่เบื้องหลัง สนับสนุนครูผู้สอน

     “สิ่งที่เราสามารถช่วยให้ครูทำงานได้สะดวกคือ เราต้องเป็นฝ่ายรุกครูก่อน จะมาตั้งรับ หรือรอไม่ได้ พอเราลงไปคลุกกับงาน ก็ได้ข้อมูลลึกขึ้น ตอนนี้ เรามีทีมโค้ช ๓ คนแล้ว ปัญหาที่เกิดคือ ครูที่ผ่านการอบรม มาปีนี้ถูกเปลี่ยนไปสอนวิชาอื่น แล้วครูที่ต้องมาสอนเรื่องเพศ ก็ยังไม่ได้ผ่านการอบรม เราจะพยายามให้ครูผ่านการอบรมให้ได้มากที่สุด ตอนนี้ สำหรับครูที่ยังไม่ผ่านการอบรม เราก็ให้ไปศึกษาแผนการสอนก่อน แล้วก็มาคุยกันว่า ใครมีปัญหาอะไร ขาดอุปกรณ์อะไร นี่คือรูปแบบการโค้ชภายในของเรา”

     ในฐานะฝ่ายวิชาการ บทบาทของการเป็นผู้โค้ชของเธอคือการทำให้ครูเข้าถึงหัวใจของการจัดการเรียนรู้ที่เรียกว่า ผู้เรียนเป็นสำคัญ

     “เราต้องกระตุ้น โดยการพูดกับครูเสมอว่าสิ่งสำคัญในการสอนแบบนี้คือ การฟัง ครูต้องฟังเด็ก อย่ารีบตัดสินเขา และสรุปให้ได้ การรู้จักใช้คำถามนั่นแหละที่จะทำให้เราสรุปการเรียนรู้ของเด็กได้”

     และในฐานะของผู้บริหารที่ลงมาเล่นบทบาทของผู้สอน อัจฉราพรมองเห็นว่านี่คือทางหนึ่งที่จะช่วยกระตุ้นครูให้เห็นความสำคัญของการปรับเปลี่ยนทั้งการเรียนและการสอน

     “วิชาที่รับผิดชอบหลักคือ เป็นครูชมรมวิทยากรน้อย ก็ได้แผนการสอนมาจากห้องอบรมที่ทางโครงการฯ จัดให้นั่นแหละ พอมาสอนเด็ก ก็พบว่าเด็กที่ยังไม่เคยผ่านการเรียนรู้เรื่องเพศ เขาก็จะอาย ไม่ค่อยกล้าแลกเปลี่ยน แต่เราต้องมีวิธีกระตุ้น วิธีการสอนของเรา ต้องคุยกับเด็กแบบตรงไปตรงมา โดยบอกกับเด็กเลยว่า ครูไม่เข้าใจภาษาของเธอ อยากให้เธอพูดกับครูตรงๆ ที่เราลงมาทำงานสอนแบบนี้ ก็เพื่อให้ครูเห็นเป็นตัวอย่าง กระตุ้นครูให้เห็นความสำคัญว่า เมื่อผู้บริหารใส่ใจ ส่งเสริมขนาดนี้ ครูก็ควรให้ความสำคัญมากขึ้นเช่นกัน”

     อัจฉราพรกล่าวถึงการทำงานในรูปแบบของก้าวย่างอย่างเข้าใจว่าหากต้องการเห็นความสำเร็จ ต้องสร้างทีมงานในโรงเรียนให้เข้มแข็งว่า

     “สำหรับบ้านท่ายาง เราต้องทำให้โรงเรียนเข้มแข็ง ครูเข้มแข็ง เด็กในชมรมที่ได้เรียนเพศศึกษาเข้มแข็งก่อน ถึงจะคิดเรื่องการขยายงานหรือเชื่อมต่องานกับหน่วยงานภายนอก ซึ่งคำว่า ‘เข้มแข็ง’ ของเราคือการทำให้ทุกคนมีความมั่นใจ มีทักษะมากพอที่จะไปเผยแพร่แก่คนอื่น โครงการแบบนี้ ต้องมีทีมงานทำร่วมกัน จะทำคนเดียวไม่ได้ เพราะสิ่งที่เราทำนี้ คือ การปลูกต้นตาล ไม่ได้ปลูกผักชี”


ความคิดเห็นที่  10

สุ้ๆคร่าอาจารย์อาจารย์ยังเป็นไม้ยืนต้นในโรงเรียนเราอยู่นะค่ะ

วรรวรรณ      (2 สิงหาคม 2554  เวลา 18:30:43)

ความคิดเห็นที่  9

รองคร๊าถ้ามี V-Star อีกรองจะไปกับพวกเราอีกไหมคร๊า

เชอรี่ V-Star   (20 มกราคม 2554  เวลา 19:51:23)

ความคิดเห็นที่  8

  ฝากบอกครู ป6 ทุกคนว่าคิดถึงมากค่ะ จาก ด.ญ.นิกา ภูวรณ์ หรือ แก้ม
ถ้าวางจะมาเยี่ยมนะค่ะ

แก้ม   (20 ธันวาคม 2553  เวลา 20:09:37)

ความคิดเห็นที่  7

คิดถึงร.รบ้านท่ายาง(ประชาสรรค์)
จากเด็กเก่า

แก้ม   (20 ธันวาคม 2553  เวลา 20:01:20)

ความคิดเห็นที่  6

สู้สู้

พาขวัญ   (5 ตุลาคม 2553  เวลา 19:07:39)

ความคิดเห็นที่  5

ร๊ก โรงเรียนค่ะ

เด็กหญิง พฤกษารัตน์  นิลกลัด   (14 กันยายน 2553  เวลา 20:54:58)

ความคิดเห็นที่  4

รองถ่ายรูปสวย
(โดยตัวจริงก็สวย)
*-*         *-*                     *+*                    *+*

พาขวัญ      (มาย)   (19 กรกฎาคม 2553  เวลา 17:48:40)

ความคิดเห็นที่  3

สู้ สู้ ครับ สู้ ไม่ถอย เป็นกำลังใจ สู้ต่อไป ซู่ ซู่ สู้

PPSWP   (17 มีนาคม 2552  เวลา 12:05:16)

ความคิดเห็นที่  2

ขอเป็นกำลังใจให้ครูที่จัดกิจกรรมก้าวย่างอย่างเข้าใจทุกคน .    จากครูก้าวย่างแปดริ้ว

Duangdoen   (27 กุมภาพันธ์ 2551  เวลา 22:51:38)

ความคิดเห็นที่  1

เป็นรองผู้อำนวยการโรงเรียนที่มีศักยภาพสูง  รู้รอบด้าน รับผิดชอบ มุ่งมั่น ให้ความสำคัญต่อครู ผู้เรียนและองค์กร น่าชื่นชมอย่างยิ่ง

sayan   (26 กุมภาพันธ์ 2551  เวลา 13:21:04)