Loading ...
สาวมั่นกับการรักเพศเดียวกัน
โสพิศ จิตปรีชา หรือ ปุ้ย
สมาชิกกลุ่มขันโตก
ต้นกล้าจากกลุ่มขันโตก
“ในมุมมองของวัยรุ่นจะมองว่า การพกถุงยางอนามัยเป็นสิ่งดี สมมติว่าเราไปอยู่กับผู้ชายสองต่อสอง แล้วเกิดเหตุฉุกเฉินจริงๆ ถ้าผู้ชายไม่ได้พกไว้ แต่เราพก ก็เป็นผลดีแก่เรา แต่ในมุมมองของผู้ใหญ่ เขากลับมองในแง่ลบ เพราะถ้าเห็นเด็กผู้หญิงพกถุงยางอนามัย ผู้ใหญ่จะมองว่าเด็กคนนั้นขายบริการ”
     โสพิศ จิตปรีชา หรือปุ้ย นักศึกษา ปวช. ปี ๒ แผนกอาหารและโภชนาการของวิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ หนึ่งในสมาชิกกลุ่มขันโตกซึ่งเกิดจากการรวมตัวของกลุ่มเยาวชนจาก ๖ สถาบันสังกัดอาชีวะ ได้แก่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ วิทยาลัยสารพัดช่าง วิทยาลัยเทคนิคแพร่ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีแพร่ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอำเภอลอง และวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอำเภอสอง
     ปุ้ยเล่าถึงความเป็นมาที่ได้ก้าวเข้าเป็นสมาชิกกลุ่มว่าหลังจากได้เรียนเพศศึกษาในห้องเรียนจากอาจารย์เครือวัลย์ มณีกาศ ซึ่งเป็นทั้งครูพี่เลี้ยงของกลุ่มขันโตก และเป็นอาจารย์สอนเพศศึกษาคนเดียวในวิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ อาจารย์ก็ถามความสนใจว่าอยากไปเข้ารับการอบรมในค่ายเท่าทันสื่อหรือไม่ เธอจึงสมัครเข้ารับการอบรมและถูกคัดเลือกให้มาทำงานเป็นแกนนำเยาวชน

      “กลุ่มขันโตก เกิดขึ้นจากการที่เพื่อนๆ ๖ สถาบันในสังกัดอาชีวศึกษาในจังหวัดแพร่ ได้รับคัดเลือกจากการไปอบรมค่ายเท่าทันสื่อ ที่น้ำแรมการ์เดนส์ แล้วรวมตัวกันทำงานสื่อสารเรื่องเพศโดยใช้สื่อละครเป็นหลักค่ะ”

     หน้าที่ของปุ้ยคือเป็นเหรัญญิกกลุ่ม และประสานงานกับเพื่อนในกลุ่มที่อยู่ต่างสถาบัน เพื่อช่วยกันระดมอาสาสมัครเข้าร่วมรับการอบรม รวมทั้งเป็นคนนัดหมายเพื่อนสมาชิกในกลุ่มขันโตกให้มาประชุมหรือร่วมกันทำกิจกรรมต่างๆ เช่น ซ้อมละคร เตรียมงาน โดยปุ้ยบอกว่ามักใช้เวลาในวันเสาร์ อาทิตย์เป็นวันทำงานของกลุ่ม

     เมื่อถามถึงความยากง่ายของการเป็นแกนนำเยาวชน โดยให้เปรียบเทียบกับการนั่งเรียนเพศศึกษาในห้อง ในความรู้สึกของปุ้ย ทั้งสองบรรยากาศไม่แตกต่างกัน “การทำงานแกนนำก็คือไปถ่ายทอดความรู้ให้รุ่นน้อง แต่เวลาเรียนในห้อง เป็นการถ่ายทอดระหว่างเพื่อนด้วยกันเอง” แต่สิ่งที่ปุ้ยกังวลคือเรื่องความรู้ที่จะใช้ถ่ายทอดเพราะ “มีบางเรื่องเรายังไม่รู้” และด้วยความเป็นน้องใหม่ เธอประเมินตัวเองว่ายังมีความสามารถไม่มากพอ เพราะ “ยังเขินๆ อยู่เวลาที่ได้จับไมค์นำเกมสันทนาการแก่น้องๆ”

     อุปสรรคสำคัญในขณะนี้สำหรับการทำงานของกลุ่มขันโตก นอกจากระยะทางที่ห่างไกลของเพื่อนที่อยู่ต่างอำเภอ ซึ่งทำให้การพบปะพูดคุยไม่สามารถเกิดได้บ่อยๆ หรือ “ไม่ครบองค์ประชุม” แล้ว ปุ้ยให้ความเห็นว่าสมาชิกที่เรียนอยู่ปีสองหรือปีสามต้องออกไปฝึกงาน ทำให้ไม่มีเวลามาเข้าร่วมกิจกรรมเหมือนตอนอยู่ปีหนึ่ง เธอและเพื่อนๆ จึงคิดถึงการขยายจำนวนสมาชิก

     “เราวางแผนกันว่าจะเขียนโครงการเสนอเพื่อของบมาอบรมรุ่นน้อง โดยจะจัดค่ายรู้เท่าทันสื่อ รุ่นสองเพื่อหาแกนนำเยาวชนเพิ่มในแต่ละวิทยาลัยให้ได้ ๑๕ คนต่อวิทยาลัยค่ะ”

     ในฐานะแกนนำเยาวชน ปุ้ยให้ความเห็นเรื่องผู้หญิงพกถุงยางอนามัยว่า “ในมุมมองของวัยรุ่นจะมองว่า การพกถุงยางอนามัยเป็นสิ่งดี สมมติว่าเราไปอยู่กับผู้ชายสองต่อสอง แล้วเกิดเหตุฉุกเฉินจริงๆ ถ้าผู้ชายไม่ได้พกไว้ แต่เราพก ก็เป็นผลดีแก่เรา แต่ในมุมมองของผู้ใหญ่ เขากลับมองในแง่ลบ เพราะถ้าเห็นเด็กผู้หญิงพกถุงยางอนามัย ผู้ใหญ่จะมองว่าเด็กคนนั้นขายบริการ”

     ขณะที่เธอมีทัศนะที่ดีต่อการที่ผู้หญิงพกถุงยางอนามัย แต่ในวันนี้ปุ้ยคิดว่าถุงยางอนามัยไม่จำเป็นสำหรับเธอ

     “คือหนูเป็นคนไม่ชอบเที่ยว แล้วที่สำคัญหนูไม่ได้คบกับผู้ชายค่ะ”

     ปุ้ยบอกว่าการที่เธอคบผู้หญิงคนหนึ่งในฐานะแฟนนั้น เป็นเรื่องที่รับรู้กันทั่วทั้งในกลุ่มเพื่อน พ่อแม่ของเธอ และพ่อแม่ของเพื่อนหญิงด้วย เพราะสำหรับเธอ “เรื่องนี้เป็นสิทธิส่วนบุคคลว่าเราอยากรักใคร ชอบใคร สังคมรอบด้านไม่สามารถมาควบคุมบังคับได้ เพื่อนๆ ไม่ว่าอะไรค่ะ แต่จะสงสัยแค่ว่าทำไมผู้หญิงรักกับผู้หญิง ไม่ถูกกีดกัน แต่พอผู้ชายคบกับผู้ชายกลับกีดกัน”

     ปุ้ยเล่าว่าก่อนจะมาคบเพื่อนผู้หญิงคนนี้เป็นแฟน เธอก็เคยมีแฟนเป็นผู้ชายมาก่อน หลังจากเธอเปลี่ยนใจมาคบ “ทอม” แม่ของเธอถูกเพื่อนบ้านตั้งคำถามบ่อยๆ ว่า ”ผู้ชายมีเยอะแยะไม่ชอบ ทำไมไปชอบผู้หญิง”

     คำอธิบายของแม่ต่อเพื่อนบ้านในเรื่องนี้คือ “ก็ดีกว่าให้ไปคบผู้ชาย คบผู้หญิงไม่เห็นมีอะไรเสียหาย”


ความคิดเห็นที่  13

เติบโต และก็แข็งแกร่งมากขึ้นเลยนะ กลุ่มขันโตก คิดถึงเสมอ คิดถึงน้องๆกลุ่มขันโตก และพี่ๆกลุ่มเรือนเพาะชำทุกคน เป็นกำลังใจให้ทุกๆคนสู้ต่อไป...รัก
สักวันเราคงได้พบกัน
คิดถึงรอยยิ้มของทุกคน อย่างน้อยเราก็เคยร่วมเดินทางด้วยกัน

พี่ชาย ขันโตกรุ่น 3 เทคนิคแพร่   (22 กันยายน 2553  เวลา 18:17:15)

ความคิดเห็นที่  12

ดีจ๊ะ ลำไย ปลายอ้อ

ต๋อง สองเเคว   (6 มิถุนายน 2553  เวลา 22:38:42)

ความคิดเห็นที่  11

เป็งงัยบ้าง น้องๆ ขันโตก สบายดีกันอะเปล่าละ  คึดฮอดหลายๆ  ว่างๆ จะขึ้นไปหา อิอิ ไม่รุว่าจะว่างเมื่อไหร เอาเป็งว่า น้องว่าเมื่อไหร บอกพี่ด้วยนะ แล้วก็ มาหาพี่ด้วย จะได้เตรียมตัวทัน  บาบบาย  ขยันทำงานกันหน่อยนะ  จะได้เติบโต สักที อย่าลืมกินนมด้วยนะ

พี่มด  มหาสดัม  น่ารักมากๆ   (21 พฤษภาคม 2552  เวลา 19:57:39)

ความคิดเห็นที่  10

เป็นไงบ้างน้องรัก ดูแลสุขภาพด้วยนะ
เป็นห่วง ฝากความคิดถึงถึงทุกคนในกลุ่มด้วยนะ

พี่มิ้ง (บาลีฮาย ชลบุรี)   (27 กันยายน 2551  เวลา 00:31:17)

ความคิดเห็นที่  9

รักนะจุ๊บๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

คนหน้าตาดี   (25 กรกฎาคม 2551  เวลา 13:33:41)

ความคิดเห็นที่  8

คิดอย่างไร เมื่อบอกว่าผู้หญิงพกถุงอยางนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ดี แต่การพกถุงอยางอานามัยเปลียบเหมือนเป็นอาวุธอย่างหนึ่งที่ป้องกันให้เราพ้นจากการติดชื้อ HIV  / การตั่งครรโดยที่ไม้ได้ตั่งใจ ซึ่งเป็นวิทีเดียวที่เราสมารถใช้ได้ผลดีที่สุดเว้นไว้เสียแต่ว่าเราจะไม้มีเพศสัมพันธ์กับไครเลยตลอดชีวิต และเป็นที่ทำได้อยากมากๆๆ  ? สุดท้ายพี่ขอส่งกำลังใจให้สำหรับน้องที่มีแนวคิดแบบบวกๆๆ

ปรทีป   (1 ธันวาคม 2550  เวลา 12:39:39)

ความคิดเห็นที่  7

ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเธอถึงเป็นคนแบบนี้ ทำอะไรก็ทำไปเถอะนะแต่อย่าเอาหน้ามากเกินไปล่ะ เก่งนิ ที่ทำแบบนี้ก็ขอเป็นคนที่แอบให้กำลังใจนิดๆก็แล้วกัน ที่พูดออกไปนะนึกถึงเพื่อนที่ร่วมรึป่าว ขอโทษนะที่ต้องพูดแบบนี้เพราะการที่เธอคบทอมฉันก็ไม่ว่า แต่การที่ทำอะไรไม่ดีก็ให้คิดด้วยล่ะ แล้วอยากถามว่าคนอื่นไม่มีให้คนเว็บบอร์ดหรืองัย อย่าคิดว่าตนเองเก่งจนลืมตนและเพื่อนล่ะ อิอิอิอิอิอิ

............คนต่างวัย   (2 ตุลาคม 2550  เวลา 13:49:30)

ความคิดเห็นที่  6

ปัญหาอุปสรรคจะหมอไปขอแค่ใจสู้ก็พอ

สู้ ๆ

นายนก   (18 กันยายน 2550  เวลา 17:48:28)

ความคิดเห็นที่  5

................แล้วแต่นะคะ  ไม่มีถูกไม่มีผิด  ไม่มีใครอยากให้ลูกผิดเพศ มันมีปัจจัยหลายอย่างนะ
การอบรมเลี้ยงดู  สิ่งแวดล้อม สื่อ การเรียนรู้ ฮอร์โมนฯ  ถ้าเราเคารพในสิ่งที่เขาเป็น แล้วชี้แนะ ส่งเสริม
สนับสนุนในทางที่เหมาะสม  ส่วนเรื่องการตัดสินใจเป็นสิทธิ์ของเขา
มีแม่คนนึงมีลูกเป็นกระเทย  แฟนเป็นครูพละ ทีแรก พ่อเด็กก็รับไม่ได้.........อายที่ลูกเป็นแบบนั้น
แต่ตอนนี้ พยายาม ปรับเข้าหากัน เพราะยังไงก็ลูก และก็สอนบอก ให้ประพฤติตนในขอบเขต
ส่งเสริมในทางบวก.........บอกว่า
..................ลูกเป็นกระเทย   ไม่ได้เป็นฆาตกร


ไม่ตัดสิน..........
ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง
เสริมแรงบวก
เคารพในการตัดสินใจของกันและกัน

พี่หนู   (18 กันยายน 2550  เวลา 17:14:34)

ความคิดเห็นที่  4

เหมือนกับว่าลูกกำลังสับสนกับเพศของตนเองอยู่ หรือกำลังปิดบังอำพรางความรู้สึกที่แท้จริงของตนเองอยู่ ควรประพฤติตนให้ถูกครรลองครองธรรม เมื่อถึงวัยอันควร หญิงควรคู่กับชายโดยธรรมชาติ แต่เมื่อยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสมก็ควรคบกันแบบเพื่อนที่รู้ใจ ควรศึกษาซึ่งกันและกัน ช่วยเหลือเรื่องเรียนกันไปตามวัยของนักเรียน มิใช่เบี่ยงเบนไปคบเพศเดียวกันเพราะคิดว่าไม่เสี่ยงกับการตั้งครรภ์หรือลูกอาจจะคิดอย่างอื่นตามเหตุผลของลูก พฤติกรรมของลูกที่ทำอยู่เขาเรียกว่าพฤติกรรมเบี่ยงเบน เพื่อเอาตัวรอดอย่างหนึ่ง ซึ่งครูในฐานะแม่คนหนึ่งคิดว่าเป็นพฤติกรรมที่มิพึงกระทำค่ะ การเลี้ยงดูลูกให้ผิดเพศนั้นครูถือว่าเป็นความบกพร่องของคนที่เป็นพ่อ เป็นแม่ เป็นบาปที่ยิ่งใหญ่และเป็นอุบัติภัยที่น่ากลัวต่อสังคมค่ะ ครูก็สอนเพศศึกษาเหมือนกันค่ะ มิได้มีอคติกับคนที่รักเพศเดียวกันเพียงแต่อยากจะแนะนำให้ปฏิบัติตัวตามธรรมชาติเท่านั้นเองค่ะ/ด้วยความปรารถนาดีค่ะ

ครูตรัง   (16 กันยายน 2550  เวลา 12:16:28)

ความคิดเห็นที่  3

ชัดเจนแล้วน้อง  

พี่ธม   (16 กันยายน 2550  เวลา 11:18:32)

ความคิดเห็นที่  2

//////  พยายามต่อไปน่ะค่ะ อย่างน้อยเราก็เริ่มก้าวเดินเเล้ว ต่อจากนี้ไปก็ขึ้นอยู่ว่าเราจะมีเเรงมากน้อยเเค่ไหน////////////
  ฝากบอกคนทำถนนหน่อยนะครับว่า น่าจะมีป้ายบอกสักหน่อยนะว่าทางไหนที่เคยมีคนเดินเเล้วเเต่ต้องเริ่มไหม เพื่อว่า มือใหม่หัดเดินจะได้ไม่ต้องเสียเวลาอยู่ พี่ก็เคยเดินผิดทางเหมือนกัน
                                               
                                                                      สู้โว๊ยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

คนตัวดำ   (12 กันยายน 2550  เวลา 13:30:50)

ความคิดเห็นที่  1

แจ่มเลย

...   (10 กันยายน 2550  เวลา 12:32:36)