Loading ...
สองเยาวชน “ปาท่องโก๋” แห่งโรงเรียนไกรภักดีวิทยาคม จ.ศรีสะเกษ
สองเยาวชน “ปาท่องโก๋” แห่งโรงเรียนไกรภักดีวิทยาคม จ.ศรีสะเกษ
สุจิตรา สาขา หรือ ปุ๋ย (ซ้าย)
“ถ้าไม่ได้เข้าค่าย เราก็คงไม่มีเพื่อนมากมาย และไม่มีใครมานับถือที่เรากลายเป็นมีความรู้ และสามารถถ่ายทอดออกมาได้ด้วย”
ชมพูนุท โพธิ์ขาว หรือ นุท (ขวา)
“ถ้าวันนั้นไม่ได้เข้าค่าย ชีวิตหนูคงไม่ต่างอะไรจากเด็กอายุ ๑๗ ทั่วไป คงขี่รถแซวผู้บ่าวเล่นหรือนั่งเล่นคอมพิวเตอร์ แต่ไมได้แปลว่า หนูจะไม่เล่นเกมในตอนนี้นะ เพียงแต่หนูรู้สึกว่าตัวเองใช้เวลามีคุณค่ามากขึ้น”
     สุจิตรา สาขา (ปุ๋ย) และ ชมพูนุท โพธิ์ขาว (นุท) อายุ ๑๗ ปี ทั้งคู่กำลังเรียนอยู่ชั้น ม ๖ โรงเรียนไกรภักดีวิทยาคม จังหวัดศรีสะเกษ

     และทั้งคู่เป็นที่รู้จักของหน่วยงานการศึกษาในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดที่อยู่ในความรับผิดชอบของโรงพยาบาลพระศรีมาหโพธิ หน่วยประสานงานโครงการก้าวย่างอย่างเข้าใจภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในนาม “วิทยากรเพศศึกษา”

     “เริ่มจากการเป็นเด็กค่ายเหมือนเด็กคนอื่นๆ ทั่วไป ในตอน ม. ๔ ซึ่งหนูว่าอาจารย์เขาไม่รู้จะเลือกใครไป ก็เลยผลักไสไล่ส่งพวกหนูให้มาเข้าค่าย (หัวเราะ) ก่อนหน้านั้น ก็ไม่เคยรู้จักเรื่องเพศเลย เป็นเด็กกิจกรรมธรรมดา คือ ช่วยอาจารย์จัดบอร์ดในโรงเรียนเท่านั้น” ปุ๋ยเริ่มต้นเล่า เพื่อตอบคำถามถึงการเข้าสู่วงการวิทยากรเพศศึกษา

      ค่ายที่ปุ๋ยและนุทเอ่ย คือ ค่ายกระบวนการเรียนรู้เรื่องเพศศึกษาผ่านสื่อละคร ซึ่งจัดขึ้นเพื่ออบรมเยาวชนให้เรียนรู้เรื่องการใช้สื่อละครในการสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องเพศ เรื่องเอดส์กับชุมชน โดยมีกลุ่มละครบางเพลย์เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการอบรมให้เยาวชนได้เข้าใจถึงทักษะการเล่นละครที่เรียกว่า ละครเพื่อการเรียนรู้

     “ก็เริ่มรู้สึกว่า เรื่องเพศเป็นเรื่องใกล้ตัวเรามากกว่าที่เคยคิดไว้ ในวันสุดท้ายของค่าย เราก็รู้สึกไฟแรงมาก เพราะเราเป็นเด็กที่มีโอกาสได้มาเรียนรู้ ก็อยากไปถ่ายทอดให้คนอื่นๆ ที่ไม่มีโอกาสได้รู้บ้าง เวลาเห็นคนยิ้ม เราก็รู้สึก ดีใจ มีความสุข ท่ำให้พวกเขายิ้ม หัวเราะได้ โดยเราไม่ต้องสั่งให้เขาทำ” ปุ๋ยย้อนความรู้สึกของการเข้าค่ายเพศศึกษาครั้งแรกในชีวิตเธอ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มที่ทำให้เธอสนใจที่จะทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ เพื่อส่งต่อคนอื่น ขณะที่นุทบอกว่า ค่ายครั้งนั้น ทำให้เธอเห็นตัวเอง

     “ตอนที่เข้าค่าย เราก็ได้เห็นต้นแบบของคนที่สามารถถ่ายทอดความรู้ออกมาได้ ซึ่งก็คือ พี่เอ๋ กับ พี่ตั้ม (วิทยากรจากกลุ่มละครบางเพลย์) เขาสองคนกลายเป็นไอดอลของเราในเวลานั้น เราอยากทำได้อย่างเขาบ้าง เพราะพี่เขาสอนให้เรา เข้าใจ มากกว่า จดจำ เราก็คิดว่าเราอยากสื่อความเข้าใจของเราให้คนอื่นได้เข้าใจแบบเราบ้าง เพราะวิธีนี้มันดีกว่าการท่องจำ แล้วเอาไปพูดต่อ”

     ในการอบรมครั้งนั้น เยาวชนจากโรงเรียนไกรภักดีวิทยาเข้าร่วม ๖ คน มีเพียงทั้งสองคนที่เป็นนักเรียนชั้น ม ๔ ในเวลานั้น ส่วนเยาวชนที่เหลือเป็นนรุ่นพี่ ม ๕

     “ตอนที่กลับจากค่าย ก็กลับมาพัฒนาคณะละคร โดยมาร่วมกันทำ ๖ คน วิธีทำงานของเราคือไม่มีใครแบ่งหน้าที่กันเด็ดขาด แต่มาช่วยกันคิดว่าแต่ละฉากเป็นไงบ้าง ตอนนั้น เราเลือกประเด็นการใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธี แล้วพี่ที่ไปอบรมให้เขาบอกว่าจะมาติดตามผลว่าเราสามารถนำสื่อละครนี้มาใช้ได้ผลยังไงบ้างในโรงเรียน พอพี่เขามาดูแล้ว เขาพอใจ ทำให้เรารู้สึกดีที่เราทำได้ และอยากพัฒนาฝีมือไปเรื่อยๆ ให้ดีมากขึ้น โดยทุกครั้งที่ไปแสดง จะมีพี่ๆ มาช่วยให้คำแนะนำ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง และให้พวกหนูคิดกันต่อว่าจะทำให้ดีขึ้นอย่างไร”

     ในช่วงเวลานั้น คณะละครที่ไม่มีชื่อกลุ่มอย่างเป็นทางการ มีโอกาสไปแสดงงานในระดับจังหวัดบ้าง ระดับภาคบ้าง “ผลตอบรับจะดีมาก เพราะมันต่างจากละครเวทีทั่วไป เราใช้ร่างกาย สีหน้าแสดงออกได้โดยไม่ต้องมีคำพูด” ปุ๋ยเล่าถึงผลที่เกิดว่า แม้ผลตอบรับจะดี แต่หลังจากรุ่นพี่ในกลุ่มขึ้น ชั้น ม. ๖ “ก็ทำให้การรวมกลุ่มกันยากขึ้น เพราะพี่เขาไม่มีค่อยมีเวลา เราสองคนก็เลยต้องเป็นคนคอยหาข้อมูล อัพเดทความรู้ต่างๆ โดยค้นจากอินเตอร์เน็ตและหนังสือต่างๆ แล้วงบในการจัดอบรมของเรามีน้อย ทำให้เราไม่สามารถเชิญพี่ๆ ที่เป็นวิทยากรมาร่วมกับเราได้ทุกครั้ง พี่ๆ เลยมาคิดกันว่า งั้นให้เด็กๆ ที่ผ่านค่ายละครมาแล้ว มาลองฝึกเป็นวิทยากรดีกว่า เพราะพวกหนูมีความรู้ในเรื่องเพศมาแล้ว เราก็เลยต้องทำงานหนักขึ้น ไปดูว่าคนที่เป็นวิทยากรเขาทำอะไรกันบ้าง เราสังเกตจากการไปเข้าค่ายหลายๆ ค่าย เราก็พอเข้าใจว่า วิทยากรต้องทำอะไร เราก็ต้องมานั่งเตรียมงานก่อน มีแผนออกมาเป็นขั้นตอนว่า ต้องทำอะไรบ้าง” นุทเล่าเสริมเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนถึงแต่ละย่างก้าวที่เข้าสู่วงการวิทยากร

     เมื่อต้องเปลี่ยนบทบาทจากนักแสดง มาเป็นนักพูด ทั้งคู่ก็พบความท้าทายหลายอย่างรออยู่ “เป็นวิทยากรต่างกับการแสดงละคร ตรงที่ในการแสดงละคร เราต้องทิ้งท้ายบางอย่างไว้ให้คนดูคิดต่อ แต่การเป็นวิทยากร เราต้องสรุปประเด็น ต้องพูดให้เขาเข้าใจมากยิ่งขึ้น และสองบทบาทนี้ความยากต่างกันตรงที่วิทยากรทำแค่สองคน ขณะที่ละครทำเป็นกลุ่ม”

     ทั้งสองสาวมองว่า โอกาสที่ได้มาจากพี่ๆ นี้เอง ที่ทำให้พวกเธอค้นพบตัวเอง เมื่อถูกผู้ใหญ่ค้นพบว่าพวกเธอมีความสามารถ

     “จำได้ว่า เวทีแรก คือเวทีประชุมของโรงพยาบาลพระศรีฯ พี่ ๆ ก็มาคุยด้วยว่าจะยกหน้าที่เรื่องสันทนาการให้เราเป็นคนรับผิดชอบ เมื่อผู้ใหญ่เขาไว้ใจเรา เราก็เลยบอกตัวเองว่าเราต้องกล้า เราต้องเชื่อเราทำได้ คิดว่าที่เราได้เป็นวิทยากรรับเชิญบ่อยขึ้น เพราะครูที่เขาเห็นเราทำมักมาถามว่า ทำไมเราพูดเก่งจัง ไปช่วยครูอบรมบ้างได้ไหม ไปสร้างบรรยากาศให้เกิดความสนุกสนาน ไปนำเกม นำร้องเพลงบ้าง เพื่อไม่ให้บรรยากาศน่าเบื่อ และพอพวกผู้ใหญ่เขาเริ่มมั่นใจในตัวเรามากขึ้น ก็จะปล่อยให้เราทำเองบ้างบางกิจกรรม”

     เมื่อมารับผิดชอบเป็นวิทยากร ทำให้ทั้งคู่ต้องออกเดินสายไปร่วมอบรมตามเวทีต่างๆ
อยู่เนืองๆ ย่อมส่งผลต่อการเรียนอย่างแน่นอน เพราะทั้งคู่ยังเป็นนักเรียน ไม่ใช่วิทยากรอาชีพ

     “ยอมรับค่ะว่า พอมาทำกิจกรรมมากๆ เราก็เริ่มมีปัญหาเรื่องเวลาเรียน แต่หนูว่าดี เพราะทำให้เราต้องรู้จักตัวเองมากขึ้น ต้องตามเพื่อนให้ทัน หนูว่าการเรียนหนูก็ไม่เสียอะไร เพราะระหว่างที่เราไปทำกิจกรรม เราก็ตามเรื่องการเรียนจากเพื่อนๆ แล้วเราก็ใช้เวลาเรียนรู้ด้วยตัวเองมากขึ้น หนูกลับรู้สึกกระตือรือร้นกับการเรียนมากขึ้นด้วยซ้ำ เพราะการเรียนรู้ด้วยตัวเองกลับทำให้เราเข้าใจมากกว่าเรียนในห้อง” นุทสะท้อนสิ่งที่เธอได้เรียนรู้

     ทั้งสองสาวให้ความเห็นที่ตรงกันเพิ่มเติมในเรื่องการแบ่งเวลาเรียนและการทำกิจกรรมไปด้วยว่า แน่นอน ในสายตาผู้ใหญ่ การออกมาเป็นนักกิจกรรมน้อยของทั้งสองสาวย่อมต้องได้รับการทักท้วง

     “ก็มีบ้างนะที่ครูจะไม่สบายใจเมื่อเห็นเราออกไปเป็นวิทยากร แต่เรารู้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ ครูก็ต้องห่วงเรื่องเรียนของเด็กมากกว่าเรื่องทำกิจกรรมอยู่แล้ว แต่เราอยากทำควบคู่กันไป ไม่ได้ให้น้ำหนักเรื่องใดเรื่องเดียว” ปุ๋ยบอก

     “บางครั้ง งานก็เอาเวลาเรียนเราไป ทำไงดี บางวิชา เรียนไม่รู้เรื่องเลย แต่การไปทำกิจกรรม มันคลายความกังวลเราได้ว่าอย่าไปเครียดมาก ยังไงเสีย ตัวหนังสือมันก็ไม่หนีเราหรอก หนูเคยดูรายการที่ไปสัมภาษณ์เด็กที่สอบได้เหรียญทองโอลิมปิก เด็กพวกนั้น ก็ไม่เห็นจะเรียนอะไรมากมาย ไม่ได้เรียนพิเศษด้วย ก็แค่นั่งเรียนในห้อง ต่างกันกับคนอื่นตรงที่ เด็กพวกนี้สวมแว่นหนา แล้วก็มีคนให้สัมภาษณ์ว่าเคล็ดลับคือ ต้องทำให้ตัวเอง งง ในวิชาที่เรียน เพราะมันจะทำให้เรียนได้ดีกว่า หนูก็มานั่งนึกว่า เออ เด็กฉลาดต้องตั้งคำถามเสมอว่า ทำไม นี่เอง หนูก็เลยบอกให้ตัวเองลองสงสัยดูบ้าง แล้วลองหาวิธีแก้ดูว่าจะมีวิธีใดบ้าง ไม่ว่าจะวิธีไหนก็ตาม เอาหมดทุกอย่าง หูฟังเพลงไป มือก็เขียนไป ตาก็ดูทีวีไปด้วย ก็งงดีนะ” เมื่อนุทพูดจบ ทั้งสองสาวก็หัวเราะเสียงสดใส เมื่อสรุปตัวเองว่าสามารถทำหลายๆ อย่างได้พร้อมกัน

     เมื่อถามถึงสิ่งที่ได้รับมาในช่วงสองปีที่ก้าวเข้าสู่การเป็นวิทยากรเพศศึกษา นุทบอกว่า “เราก็ต้องมีความคิดเปลี่ยนไปอยู่แล้ว เพราะได้ไปทำงานกับผู้ใหญ่มากขึ้น สังคมเราก็กว้างขึ้น จากแต่ก่อน มีเพื่อนแค่ในห้อง ในโรงเรียนไม่กี่คน ตอนนี้มีเพื่อนเป็นร้อยๆ แล้ว แม้จะเจอกันไม่นาน แต่หลายคนให้ความจริงใจกับเรามาก ทำให้เราอยากทำงานต่อ”

     “วันนี้ มองย้อนกลับไป เราต่างไปจากเดิมเมื่อตอนเรียนอย่างเดียวมาก เราเป็นผู้ใหญ่ขึ้นจากการทำงาน ถ้าเรายังเรียนหนังสืออย่างเดียว เราก็คงเหมือนเพื่อนคนอื่น แต่ตอนนี้ มีคนคอยเฝ้ามองเรา คอยดูว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ แล้วเรายังได้ใช้ทักษะที่ได้จากการทำงานมาใช้นห้องเรียนมากขึ้นด้วย แต่ก่อน เราไม่มีทักษะการฟังครู แต่ตอนนี้ เราฟังมากขึ้น และเข้าใจแล้วว่าเรามีหน้าที่อย่างไรบ้าง” นั่นคือความเห็นของปุ๋ย


ความคิดเห็นที่  24

ทั้งสองคนเก่งมาก ขอแสดงความยินดีกับนักเรียนทั้งสองคนด้วย รวมทั้งโรงเรียนไกรภักดีวิทยาคมที่มีนักเรียนที่มีความรู้ความสามารถและมองเห็นความสำคัญในวิชาสุขศึกษา ซึ่งเป็นความรู้ที่ใกล้ตัวเรามาก โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์และสังคม รวมทั้งระบบต่างๆของร่างกาย การดูแลรักษาสุขภาพ การป้องกันโรคร้ายต่างๆซึ่งนักเรียนทุกๆคนควรศึกษาไว้ เพื่อเป็นความรู้และนำไปใช้ในชีวิทประจำวันได้อย่างปลอดภัย ที่สำคัญสามารถนำความรู้ที่มีไปเผยแพร่ให้กับเพื่อนหรือบุคคลอื่นได้รู้เหมือนกับ ปุ๋ยและนุทจะเก่งมากครับ เป็นกำลังใจให้สู้ๆนะ่จะ๊

นายธนศักดิ์  เก่งกล้า   (20 กรกฎาคม 2557  เวลา 22:48:14)

ความคิดเห็นที่  23

มีเฟสมั๊ยคะ

รร   (26 พฤษภาคม 2555  เวลา 13:16:57)

ความคิดเห็นที่  22

ดีจร้าพี่ทั้งสองคนเก่งจริงๆ

เด็ก ก.ภ.ว.ปี53   (27 ธันวาคม 2554  เวลา 21:15:36)

ความคิดเห็นที่  21

ดีจร้าพี่ทั้งสองคน น้องก็เป็นเด็กก.ภ.ว.แล้วก็ได้ความรู้จากพี่ๆนี่แหละค่ะ

เด็ก ก.ภ.ว.ปี53   (27 ธันวาคม 2554  เวลา 21:12:50)

ความคิดเห็นที่  20

รักพี่...เสมอ

รุ่นน้องม.1ปี53   (11 เมษายน 2554  เวลา 00:43:54)

ความคิดเห็นที่  19

รู้จักวรเชษฐ์ โพธิ์ขาวป่ะ (เมฆ)

11   (12 พฤศจิกายน 2553  เวลา 22:38:38)

ความคิดเห็นที่  18

คิดถึงแกทั้งสองคนมากเลยนะ

ตอนนี้แกอยู่ที่ไหนกัล

เค้าอยากเจอพวกแกมากเลยนะ

dEk moreDinDang    (5 พฤษภาคม 2553  เวลา 13:25:22)

ความคิดเห็นที่  17

ดีจ้าทุกคน

คนงาม   (11 กันยายน 2552  เวลา 14:12:24)

ความคิดเห็นที่  16

ดีจัยด้วยที่ดัง....กัลแล้ว

อิอิอิ

ยังงัยก็ตั้งจัยทำกันต่อไปน๊า......

สู้ๆๆๆๆๆ

พี่มออุบล..   (11 สิงหาคม 2552  เวลา 11:38:19)

ความคิดเห็นที่  15

เจ้ทั้งสอง  จำผมได้รึป่าว

เก่งนะทั้งสองเนี้ย

เป็นกำลังใจให้จงสู้ต่อไป

เด้อ

อิอิอิอิ

เมฆ เด็กดงรัก ศรีสะเกษ   (22 กรกฎาคม 2552  เวลา 14:08:07)

ความคิดเห็นที่  14

เจ๊นุท เจ๊ปุ๋ย  ตอนนี้ไปอยู่ไหนน้อ??

กลับมาหาน้องๆกล้าลำดวนบ้างเน้อ

คิดถึงมากมาย

กล้าลำดวน   (30 มิถุนายน 2552  เวลา 20:55:15)

ความคิดเห็นที่  13

ดีๆๆๆๆๆ

อ่านแล้วก้องงนิดหน่อย

แต่ก้อเข้าใจบ้าง

น้องเปิ้ล เด็กนางรำลูกแม่กีตาร์   (29 มิถุนายน 2552  เวลา 12:48:55)

ความคิดเห็นที่  12

i love น้องน้ำ มากที่อยู่ม.3 จบ ต่อเทคนิค งะ*-* *_*

ความคิดเห็นที่  11

ทั้งสองคนเก่งยินดีที่ได้รู้จักเธอทั้งสองคนน่ะ

ว่าที่ ร.ต.อรรตพล   (2 มิถุนายน 2552  เวลา 21:43:24)

ความคิดเห็นที่  10

นุช และ ปุ๋ย เราชื่อ อู๋(ห้วยทับทัน) คงจำเราได้น่ะ
เธอทั้งสองคนเก่งมาก
ทำงานต่อไปอย่าท้อ สู้ๆ เด้อ

ว่าที่ ร.ต.อรรตพล กาณจนโยธิน   (2 มิถุนายน 2552  เวลา 21:39:33)

ความคิดเห็นที่  9

อยากได้ เมลล์ คน ที่ ชื่อนุท อ่ะ



ขอ หน่อย ได้ มั้ยย  ย

Lookpat   (29 พฤษภาคม 2552  เวลา 00:20:08)

ความคิดเห็นที่  8

มาเม้นหัย

ก๊าบผม

คงจะรู้เรื่องเพศมาเลยน๊ะก๊าบ

อยากรู้มากกว่านี้ต้องทามยางไง

คนบ้านเดียวกัล   (2 มีนาคม 2552  เวลา 13:09:34)

ความคิดเห็นที่  6

ดีก๊าบ พี่2คย

แรงอยางสงบตบเมื่อจำเมื่อจำเป็นตอแหลอย่างเยือกเย็   (30 มกราคม 2552  เวลา 22:53:31)

ความคิดเห็นที่  3

พี่นุชพี่ปุ๋ยจำเจี๊ยบได้มัยที่ เจี๊ยบเคยไปอบรมเพศศึกษาอยู่พระศรีฯ และก็ไม่นานมานี้ที่เจี๊ยบได้ไปเจอพี่ทั้ง2ที่กรุงเทพ(เพศศึกษาปีที่4) เจี๊ยบนับถือพี่ปุ๋ยและพี่นุชมากนะค่ะ  พี่ทั้ง2คนเก่งมากเลย  เจี๊ยบจะต้องเป็นแบบพี่ทั้ง2คนให้ได้

น้องเจี๊ยบ   (28 ตุลาคม 2551  เวลา 20:16:57)

ความคิดเห็นที่  2

ยังรักยังรอเธอซำเม๋อ

คนนี้ที่รอเธอ...ปุ๋ย   (16 ตุลาคม 2551  เวลา 12:48:45)

ความคิดเห็นที่  1

อ่านแล้วก็งงดีนะ

แต่ก็ดีแล้วล่ะ

อะไรที่เราทำแล้วมีความสุขเราก็ควรจะทำมันให้ถึงที่สุดใช่มั๊ย

เราเห็นด้วยจร้า

ตั้งใจทำงานต่อไปนะเพื่อน  เราเป็นกำลังใจให้

ไข่มดแดงคลับ  อุดรธานี   (8 ตุลาคม 2551  เวลา 17:16:20)