Loading ...
กุสุมา มีศิลป์ กับหมวกใบใหม่ “วิทยากรประจำจังหวัดศรีสะเกษ”
กุสุมา มีศิลป์ กับหมวกใบใหม่ “วิทยากรประจำจังหวัดศรีสะเกษ”
กุสุมา มีศิลป์ หรือ “พี่ปุ๊กกี้”
พยาบาลวิชาชีพ ๗ กลุ่มงานจิตเวช โรงพยาบาลศรีสะเกษ
วิทยากรหลักของโครงการก้าวย่างอย่างเข้าใจ
ืพี่ไปให้ความรู้เรื่องเพศ เรื่องเอดส์...พี่ก็จะนำกิจกรรมต่างๆ ที่ได้จากการอบรมของก้าวย่างฯ ไปใช้ เพราะพี่ ‘ซื้อ’ กระบวนการของก้าวย่างที่ทำให้คนได้เห็นและเข้าใจมิติเรื่องเพศว่าเกี่ยวข้องกับชีวิตอย่างไรบ้าง
     “งานที่ทำอยู่ ว่าไปแล้วก็ไม่ค่อยเกี่ยวกับคนในโครงการฯ สักเท่าไหร่ เพราะพี่จะทำกับกลุ่มผู้มีเชื้อเอชไอวีในจังหวัดมากกว่าในโรงเรียน” กุสุมา มีศิลป์ หรือ ปุ๊กกี้ พยาบาลวิชาชีพ ๗ กลุ่มงานจิตเวช โรงพยาบาลศรีสะเกษ และวิทยากรหลักของโครงการก้าวย่างอย่างเข้าใจ อธิบายถึงงานที่ทำในตอนนี้ ซึ่งทำให้เธอดูคล้ายว่าจะห่างจากโครงการฯ ไป หลังจากได้เข้าร่วมอบรมเป็นวิทยากรหลักเมื่อปี ๒๕๔๗

     ด้วยภาระงานประจำที่ต้องดูแลคนไข้โรงพยาบาล ทำให้กุสุมายอมรับว่าแทบไม่เหลือเวลาสำหรับการทำงานในหน้าที่วิทยากรหลักให้โครงการฯ “เพราะภารกิจในหน้าที่เราเยอะมากตั้งแต่วันจันทร์ถึงศุกร์ ระยะหลังๆ เลยไม่ค่อยมีโอกาสไปร่วมเวทีอบรมให้กับโครงการฯ มากนักถ้าเป็นวันทำงาน”

     แม้จะเหินห่างจากการเข้าร่วมในเวทีอบรมไปบ้าง แต่สิ่งที่กุสุมานำไปสานต่อ ขยายผลสู่กลุ่มผู้มีเชื้อเอชไอวี จนทำให้เธอกลายเป็น “วิทยากรประจำจังหวัด” ไปโดยปริยาย

     “คือพี่ไม่เคยเป็นวิทยากรมาก่อนเลย แต่พอมาได้รับการอบรมจากก้าวย่าง กลายเป็นว่าตอนนี้แทบทุกเสาร์ อาทิตย์ พี่มักจะตระเวนไปเป็นวิทยากรพิเศษอบรมให้กับกลุ่มผู้มีเชื้อเอชไอวี ที่รวมตัวกันในรูปแบบเพื่อนช่วยเพื่อนตามอำเภอต่างๆ ในจังหวัด ซึ่งกลุ่มเหล่านี้เขาจะหาเงินมาจัดอบรมกันเอง ก็เชิญพี่ไปให้ความรู้เรื่องเพศ เรื่องเอดส์ ซึ่งทุกครั้ง พี่ก็จะนำกิจกรรมต่างๆ ที่ได้จากการอบรมของก้าวย่างฯ ไปใช้ในกลุ่มเหล่านี้ เพราะพี่ ‘ซื้อ’ กระบวนการของก้าวย่างที่ทำให้คนได้เห็นและเข้าใจมิติเรื่องเพศว่าเกี่ยวข้องกับชีวิตอย่างไรบ้าง”

     กุสุมาให้เหตุผลที่เธอนำกระบวนการอบรมที่ได้จากโครงการก้าวย่างฯ ไปเผยแพร่ต่อเมื่อสวมหมวกวิทยากรว่า “เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของทัศนคติมากกว่าเรื่ององค์ความรู้ ถ้าการทำงานทางสาธารณสุขสามารถปรับทัศนคติในเรื่องเพศและเอดส์ได้แล้ว เรื่องอื่นๆ ก็ไม่ใช่เรื่องยาก ความรู้เราหาได้ทั่วไป เปิดอ่านอินเทอร์เน็ตเอาก็ได้ แต่มันต้องเริ่มจากการเปิดใจรับฟังกันก่อน”
     กุสุมาเล่าว่าก่อนหน้าจะรู้จักกับโครงการฯ การทำงานของเธอก็เป็นแบบเดิมๆ คือใช้การพูด สอน บรรยาย ดังนั้น การได้มาเป็นวิทยากรจึงเท่ากับเธอได้เครื่องมือใหม่ในการทำงานมาด้วย

     “สังเกตเห็นว่าพอเรามาใช้กระบวนการแบบนี้ในการอบรม คนเข้าร่วมก็มีความสุขมากขึ้นนะ เพราะเขาได้เข้าใจตัวเอง และมีความมั่นใจมากขึ้นที่จะออกไปเผชิญกับสังคมภายนอก”

     นอกจากจะสังเกตเห็นบรรยากาศการอบรมที่เปลี่ยนไป สิ่งที่เธอได้กลับมาย้อนดูตัวเองจากการทำงานในหน้าที่คือมุมมองของเธอต่อคนไข้ที่มารับบริการ

     “เราทำงานด้านการให้คำปรึกษา ก็เข้าใจดีถึงเรื่องการไม่รีบด่วนตัดสินคนอื่นมานานแล้ว แต่พอเข้ามาทำงานเป็นวิทยากร ออกไปอบรมมากขึ้น ก็เริ่มเห็นว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องการของการเหมารวม แต่เป็นเรื่องเกี่ยวพันกับสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน และส่งผลต่อการศึกษาด้วยซ้ำ พี่ว่าเรื่องนี้มันกลายเป็นเรื่องทางมานุษยวิทยามากกว่าจะเป็นเรื่องของการรักษาโรคเท่านั้น ทำให้เวลาที่เราคุยกับคนไข้ที่มารับบริการ เราก็ไม่ได้ซักประวัติแค่ตามแบบฟอร์มที่มีให้เท่านั้น โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น จากเดิมที่เราคิดว่าเขาทำไปเช่นนั้นเพราะเขาป่วย เป็นโรค เราก็จะพูดคุยถามไปถึงเพื่อนที่เขาคบว่าเป็นอย่างไร คือมองไกลไปถึงสัมพันธภาพของคนรอบตัวที่แวดล้อมเขาด้วย”

     เนื่องจากภารกิจที่กุสุมาทำทุกวันนี้ถือเป็นหน่วยงานหนึ่งที่รองรับปัญหาซึ่งเกิดจากโรงเรียน เธอจึงมองว่าการให้ความรู้เรื่องเพศแก่เด็กในโรงเรียนย่อมเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และควรทำกันอย่างจริงจัง เป็นระบบได้แล้ว
กุสุมา มีศิลป์ หรือ
“พี่ปุ๊กกี้”
     “อย่าลืมว่างานป้องกันเป็นงานที่สอดคล้องกับหน้าที่ของโรงเรียนมากที่สุด ภารกิจของสาธารณสุขยังไงก็ต้องเป็นเรื่องรักษาอยู่ดี ตัวกรองที่ดีจึงอยู่ที่โรงเรียน ถ้าทำได้ พอเรื่องมาถึงพี่ งานจะลำบากน้อยลงกว่าที่ทำกันทุกวันนี้ พี่ตั้งคำถามมาตลอดว่าทำไมอาจารย์ในโรงเรียนไม่เปิดวิชาสอนเพศศึกษาอย่างจริงจัง เต็มรูปแบบ คือ ถ้ามองถึงความก้าวหน้าในวิชาชีพ งานแบบนี้ก็เอาไปทำอาจารย์ ๓ ได้เลยนะ ทั้งที่ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าปัญหาเยาวชนเป็นเรื่องสำคัญ แต่น่าแปลกที่ไม่มีใครลุกมาทำให้เป็นวิชาที่มีการประเมินผลชัดเจนซะที การนำเอาเรื่องเพศไปสอดแทรกในวิชาต่างๆ ก็เลยไม่เป็นแรงจูงใจให้อาจารย์อยากสอน เพราะอาจารย์ไม่สามารถจะเติบโตได้ในหน้าที่การงานด้วยการสอนเรื่องเพศแบบสอดแทรก      แต่เมื่อไหร่ที่อาจารย์นำเอาวิชานี้ไปทำให้ตนเองเติบโตได้นะ รับรองว่าเรื่องสอนเพศศึกษาจะมีการทำกันอย่างจริงจัง”


ความคิดเห็นที่  4

จะติดต่อพี่ปุ๊กกี้ได้ยังไง

หนูน้อย   (22 พฤษภาคม 2557  เวลา 14:04:47)

ความคิดเห็นที่  3

อยากได้เบอร์พี่ปุ๊กกี้ค้ะ

kwang   (19 กันยายน 2556  เวลา 11:54:17)

ความคิดเห็นที่  2

เป็นโครงการที่ดี  ขอเป็นกำลังใจให้พี่ทำต่อไปค่ะ

beary   (14 พฤศจิกายน 2551  เวลา 11:49:28)

ความคิดเห็นที่  1

สู้ๆ พี่ปุ๊กกี้

pod   (14 กรกฎาคม 2551  เวลา 15:44:01)