Loading ...
สองศึกษานิเทศก์กับบทบาทหุ้นส่วนสำคัญของงานเพศศึกษา
สองศึกษานิเทศก์กับบทบาทหุ้นส่วนสำคัญของงานเพศศึกษา
สมยศ พงษ์เฉลียวรัตน์
ศึกษานิเทศก์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาลำปาง ๑
วรศิลป์ พวงสวัสดิ์
ศึกษานิเทศก์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษ ๑
ืโดยส่วนตัว ผมอยากให้ศึกษานิเทศก์ทุกคนมีความเข้าใจในสาระเนื้อหาเรื่องเพศศึกษาที่เราทำกันไปในทางเดียวกันไม่ต่างจากครูในโรงเรียน เมื่อเขาต้องไปกำกับ ไปชี้แนะ เขาจึงควรต้องรู้เรื่องนี้อย่างกระจ่างเช่นกัน
     เมื่อการทำงานของโครงการก้าวย่างอย่างเข้าใจได้ดำเนินมาสู่ปีที่ ๕ หลายคนที่อยู่รอบข้างโครงการ เริ่มมองเห็นความชัดเจนของการทำงานเรื่องเพศศึกษาในสถานศึกษาว่าการก้าวเดินบนเส้นทางนี้ ต้องมีเพื่อนร่วมทางเป็นใคร ทำหน้าที่อะไรบ้าง

     และหนึ่งในผู้ร่วมทางของโครงการฯ คือ ศึกษานิเทศก์ ผู้มีหน้าที่สนับสนุนติดตามการสอนของโรงเรียนให้เกิดประสิทธิภาพ

     วันนี้ ศึกษานิทเศก์สองคนที่อยู่ร่วมกับโครงการมาตั้งแต่ก้าวแรก จึงได้มาแลกเปลี่ยนถึงประสบการณ์กับการทำงานสนับสนุนโรงเรียนให้นำเพศศึกษาเข้าไปไว้ในหลักสูตร ว่ามีความยาก ง่ายเพียงไร และก้าวต่อไปของเรา ควรเป็นอย่างไร

     คำถามมากมายหลายข้อของการผลักดันให้เกิดโรงเรียนต้นแบบเพศศึกษา อยู่ในคำตอบของทั้งสองศึกษานิเทศก์แล้ว
สมยศ พงษ์เฉลียวรัตน์
ศึกษานิเทศก์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาลำปาง ๑
บทบาทของศึกษานิเทศก์ (ศน.) ที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ คือการคัดเลือกโรงเรียน จากเดิม ปีแรก เราใช้วิธีเจาะจงโรงเรียนให้เข้าร่วม แล้วปรากฏว่าไม่สามารถผลักดันให้เกิดได้เนื่องจากผู้บริหารไม่ได้มีส่วนร่วม ปีต่อมา เราใช้วิธีเชิญโรงเรียนที่เปิดสอนในระดับมัธยมศึกษา และผู้บริหารที่เราเห็นว่ามีความสนใจให้มาฟัง รับรู้ข้อมูลก่อนตัดสินใจเข้าร่วมในโครงการฯ นอกจากนั้น เรายังนำสถิติผู้ป่วยเอดส์ในแต่ละอำเภอมาประกอบกับการตัดสินใจเลือกโรงเรียนด้วย ที่ผ่านมา ผมมองว่าบทเรียนสำคัญของการทำงานในพื้นที่คือ โรงเรียนใหญ่ๆ มักไม่ให้น้ำหนักกับเรื่องการสอนเพศศึกษา เนื่องจากโรงเรียนเหล่านั้นยอมรับว่าจะเน้นเรื่องเตรียมเด็กเพื่อการเอนทรานซ์มากกว่า เขาอาจจะเข้าใจว่าการสอนเพศศึกษานั้นเป็นเรื่องไม่ปกติ ทั้งที่ในความเป็นจริง เราสามารถทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องปกติในหลักสูตรโรงเรียนได้ จากที่ออกไปติดตาม เยี่ยมโรงเรียนในพื้นที่ พบว่า โรงเรียนที่มีขนาดเล็กที่สอนได้นั้น เกิดเพราะครูสองสามคนที่มุ่งมั่น อีกตัวอย่างที่เห็นชัดคือ บางโรงเรียนมีครูแค่คนเดียวในโรงเรียนที่รับผิดชอบสอนเรื่องนี้ ก็ยังทำได้อย่างต่อเนื่อง ผมเลยให้น้ำหนักกับครูมากกว่าในการสร้างให้เกิดการสอนเพศศึกษาในโรงเรียนได้อย่างยั่งยืน
สมยศ พงษ์เฉลียวรัตน์
ส่วนเรื่องการนิเทศนั้น ยอมรับว่ามีอุปสรรคหลายอย่าง เช่น การที่โรงเรียนสอนพร้อมกันทุกห้อง ทุกชั้น เช่น ในคาบสุดท้ายของวันใดวันหนึ่ง เมื่อเป็นเช่นนี้ การนิเทศโดยนั่งดูหลังห้องจึงทำได้ไม่เต็มที่อย่างที่เราตั้งกันไว้ พอเราเปลี่ยนวิธีการมาเป็นให้รองผู้อำนวยการเป็นผู้โค้ช หน้าที่เราจึงเป็นการติดตามว่าโรงเรียนได้สอนตามแผนที่วางไว้หรือไม่ อย่างไร ข้อเสนอของผมกับการทำให้การสอนเพศศึกษากลายเป็นเรื่องปกติสำหรับทุกโรงเรียน ก็คือ เราต้องเตรียมตั้งแต่ตอนที่เขายังเป็นนักศึกษาครูแล้ว เพื่อให้เขาได้รับรู้ถึงกระบวนการสอนเพศศึกษา เหมือนกับที่เขาได้รับการฝึกสอนวิชาอื่นๆ และมีการนิเทศกันตั้งแต่ยังอยู่ในสถานศึกษาแล้ว เมื่อเป็นเช่นนั้น ก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่เราต้องมาสร้างระบบโค้ชกันเหมือนที่เป็นอยู่ในตอนนี้ ปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ คือการเปลี่ยนแปลงบุคลากรบ่อยๆ ในแต่ละโรงเรียน ทำให้เราต้องเริ่มอบรมใหม่ทุกปี แล้วกระบวนการเราก็จำกัดคนเข้าร่วมครั้งละไม่เกิน ๓๐ คน มันจึงใช้เวลาพอสมควรในการให้ครูทั้งหมดในโรงเรียนหนึ่งเข้าใจเรื่องนี้ว่าเราสอนอะไร ทำไมต้องสอน อีกอย่างวิชานี้ไม่เหมือนวิชาทั่วไปอื่นๆ ตรงที่เราต้องปรับทัศนคติของผู้สอนก่อน ดังนั้น คนที่มีพื้นฐานเปิดใจรับเรื่องนี้ได้เร็ว เขาก็จะเข้าใจและนำไปใช้สอนได้ดี สำหรับผมมักให้แนะนำครูที่ต้องการจัดอบรมขยายผลไปเสมอว่า มีอยู่สองกิจกรรมที่จะช่วยให้ครูเข้าใจเรื่องนี้ได้เร็วคือ สถานีรู้เขา รู้เรา และกิจกรรม เส้นชีวิต ถ้าโดยตัวผมเอง คิดว่าสิ่งที่ทำให้ผมเปลี่ยนไปในเรื่องเพศเมื่อได้มาร่วมงานกับโครงการก้าวย่างอย่างเข้าใจ คือ มุมมองของตนต่อคนที่เป็นคนรักเพศเดียวกัน จากเดิมที่เคยคิดว่าเขาเป็นพวกผิดปกติ แล้วก็ไม่อยากคลุกคลีด้วย แต่เดี๋ยวนี้ พอเราได้ทำกิจกรรมร่วมกับเด็กกลุ่มนี้บ่อยๆ ก็เข้าใจแล้วว่าไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไรที่เขาเลือกเป็นแบบนี้
วรศิลป์ พวงสวัสดิ์
วรศิลป์ พวงสวัสดิ์
ศึกษานิเทศก์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษ ๑
บทบาทสำคัญของศึกษานิเทศก์ คือ เป็นตัวเชื่อม ตัวคัดโรงเรียน เพราะจะมองเห็นว่าโรงเรียนไหน ทำงานได้ผลอย่างไร ศึกษานิเทศก์จึงเป็นตัวประสานงานให้ก่อน และขายโครงการฯ ให้ผู้บริหารแต่ละโรงเรียนเห็นว่าถ้าเข้าร่วมกับโครงการฯ แล้ว จะนำผลดีมาสู่โรงเรียนอย่างไรบ้าง ให้ผู้บริหารและครูเกิด “ความอยากก่อน” พออบรมครูไปแล้ว โรงเรียนต้องสอนให้ได้ครบ ๑๖ คาบต่อปีในทุกชั้นตามที่โครงการฯ ตั้งเป้าไว้ ปัญหาก็จะอยู่ที่ตรงนี้ เพราะหลายโรงเรียนยังไม่เข้าใจว่าทำไมต้องจัดลงในตารางสอนอย่างชัดเจน เราจึงต้องกระตุ้น ต้องคอยติดตาม ชักจูงว่าเขาสามารถทำได้อย่างไร

แรงจูงใจอีกอย่างหนึ่งที่เราในฐานะศึกษานิเทศก์สร้างได้คือ เราจะให้คำแนะนำแก่ครูที่สนใจอยากเขียนแผนการเรียนได้อย่างถูกต้อง เพื่อนำไปสู่ความก้าวหน้าในอาชีพการงาน คือ การขอวิทยฐานะ ซึ่งเราก็ต้องทำให้ครูเข้าใจถึงกระบวนการสอนว่าเป็นเรื่องของการชวนคิด ชวนคุย สร้างการมีส่วนร่วมอย่างไร ไม่ใช่การใช้ “ชอล์ค แอนด์ ทอล์ค” เหมือนที่เคยทำมา และแรงจูงใจนี้แหละจะช่วยให้ครูได้ทำงานร่วมกับเราอย่างเข้าใจมากขึ้น
ภาพการสอนในโรงเรียนต่างๆ สำหรับผมแล้วในตอนนี้ ถ้าจะให้เกิดความยั่งยืน ต้องขึ้นกับผู้บริหารเป็นสำคัญ เพราะผู้บริหารเป็นหัวเรือ หากผู้บริหารให้ความสำคัญกับระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน การนำเพศศึกษาเข้าไปสอนก็จะช่วยให้เด็กมีทักษะมากขึ้น เพราะได้เรียนรู้ เท่าทันทั้งการคบเพื่อนและการมีแฟน ส่งผลให้ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ถ้าโรงเรียนใดไม่ได้มีการสอนเพศศึกษา ก็อาจจะแบ่งเด็ก เช่น เป็นเด็กกลุ่มเสี่ยง เพราะติดยา แต่ไม่ได้จัดกลุ่มเด็กโดยมองจากเรื่องเพศ เนื่องจากโรงเรียนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการฯ มักมองว่าเรื่องเพศเป็นเรื่องธรรมชาติที่เด็กรู้อยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องให้ความรู้ในเชิงป้องกัน ทำให้ไม่เท่าทันเด็ก

ตอนนี้ ปัญหาที่เราพบเสมอ คือ ผู้บริหารย้ายบ่อย ทำให้เราต้องไปพูดคุย นิเทศแก่ผู้บริหารคนใหม่ให้เห็นความสำคัญเพื่อช่วยให้งานสอนที่ดำเนินอยู่ในโรงเรียนได้มีการสอนต่อไป เพราะถึงแม้โรงเรียนจะวางเพศศึกษาไว้ในหลักสูตรแล้วก็ตาม หากผู้บริหารไม่เห็นชอบ การทำงานสอนก็ดำเนินไปอย่างไม่คล่องตัว เพราะแต่ละโรงเรียนสามารถปรับเปลี่ยนหลักสูตรได้ตามนโยบายของผู้บริหาร แต่ถ้าผู้บริหารกับหัวหน้าฝ่ายวิชาการเห็นชอบ ทุกอย่างก็ทำงานไปอย่างเป็นระบบ เต็มร้อย

สำหรับผมแล้ว การจะทำให้เกิดโรงเรียนต้นแบบเพศศึกษาได้ต้องอาศัยหลายองค์ประกอบ ผู้บริหารนอกจากเปิดไฟเขียวให้แล้วก็ต้องเข้าใจเรื่องนี้อย่างชัดเจนด้วย โรงเรียนต้องมีชั่วโมงสอนวิชานี้ชัดเจน ฝ่ายวิชาการก็ต้องมีการปรับปรุงหลักสูตรการสอน มีการต่อยอดให้ครูทั้งโรงเรียนได้เข้าใจว่าเพศศึกษานั้นสอนอย่างไร ต่างจากการสอนวิชาอื่นอย่างไร และมีศึกษานิเทศก์ไปคอยติดตาม เชื่อมโยงให้งานเดินไปได้ตลอด โดยส่วนตัว ผมอยากให้ศึกษานิเทศก์ทุกคนมีความเข้าใจในสาระเนื้อหาเรื่องเพศศึกษาที่เราทำกันไปในทางเดียวกันไม่ต่างจากครูในโรงเรียน เมื่อเขาต้องไปกำกับ ไปชี้แนะ เขาจึงควรต้องรู้เรื่องนี้อย่างกระจ่างเช่นกัน นี่แหละคือการทำงานแบบเป็นหุ้นส่วน


ความคิดเห็นที่  1

   คุณสมยศว่าระยะแรกไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้บริหารโรงเรียนสรุปง่ายไปหรือเปล่า  มันน่าจะเป็นคุณใช้ระบบเจาะจง คือ คุณเลือกเอง
ก็คือคุณใช้มาตรฐานของคุณตัดสินใจเลือกโรงเรียน  มันถึงล้มเลวในระยะแรกมันมีปัจจัยหลายอย่างครับท่าน  การประชาสัมพันธ์โครงการของผู้รับผิดชอบ(คงเป็นคุณมั่ง) ข้อมูลไม่สมบูรณ์แล้วดันไปเลือกแล้วโทษผู้บริหาร มีอีกหลายๆอย่าง ขอแสดงความคิดเห็นแค่นี้นะพูดทางสายกลางไม่ได้มีอคติเด้อสิบอกให้เจ้า

ผู้ผ่านมา   (9 สิงหาคม 2551  เวลา 13:22:50)