Loading ...
ก้าวย่างอย่างเข้าใจของภาคีเครือข่าย : โรงพยาบาลปะเหลียน
มงคล อินทนา กับงานผู้พิพากษาสมทบ
อีกหนึ่งพันธมิตรของการสร้างเครือข่ายคนทำงานเพศศึกษา
มงคล อินทนา
ผู้พิพากษาสมทบ แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว ศาลจังหวัดลำปาง และผู้ประนีประนอมประจำศาลแขวงลำปาง
ืการได้มีโอกาสเข้ามาร่วมรับการอบรมเพื่อทำความเข้าใจกับประเด็นเพศศึกษาในโรงเรียน ทำให้เห็นการทำงานเชื่อมต่อกับเครือข่ายโรงเรียนชัดเจนขึ้น
     “สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาของลำปางจัดโครงการขึ้นมาโครงการหนึ่งเกี่ยวกับการสอนเพศศึกษา ในโรงเรียน เขาก็มีจดหมายเชิญไปที่แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวว่า อยากให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรม ศาลก็เลยเลือกผมซึ่งเป็นหนึ่งในห้าของผู้เข้ารับการอบรมจาก ศาลลำปางไปร่วม เพราะคิดว่าครูจะเข้าใจเด็กมากกว่า ผมก็เลยได้รับการคัดเลือก ทั้งที่เพิ่งเป็นผู้พิพากษาสมทบรุ่นล่าสุด”  มงคล อินทนา ผู้พิพากษา สมทบแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว ศาลจังหวัดลำปาง และผู้ประนีประนอม ประจำศาลแขวงลำปาง บอกเล่าถึงที่มาของการก้าวเข้ามาทำความรู้จักกับโครงการก้าวย่างอย่างเข้าใจ

     จากอดีตศึกษานิเทศก์ประจำสำนักงานพื้นที่การศึกษา เขต ๑ ของจังหวัดลำปาง ที่ตัดสินใจ เกษียณราชการก่อนอายุ มาสู่งานในรูปแบบ “จิตอาสา” คือการทำหน้าที่ เป็นผู้พิพากษาสมทบ มงคลมอง เห็นว่าตนเองได้เรียนรู้การทำงาน กับเยาวชนอย่างรอบด้านมากขึ้นในวัย ๖๓ ปี

     “การได้ร่วมกิจกรรม ๔ วันกับโครงการฯ ในวันแรกผู้พิพากษาที่เข้าไปร่วมอบรมจะไม่มีความรู้ เรื่องการจัดการเรียนการสอนเลย แต่ทุกคนก็ประทับใจที่เกิดการเรียนรู้อย่างกว้างขวาง ได้คลุกคลีกับครู เราก็เลยถือโอกาสประชาสัมพันธ์กิจกรรมและภารกิจของเราว่าจะสอดคล้อง ประสานกับเขาตรงที่ว่า หากมีเด็กกระทำผิดคดีต่างๆ กระบวนการของศาลยุติธรรมไม่ได้หมายความว่า จะตัดสินลงโทษเด็กได้ทันที ผู้พิพากษาสมทบจะเข้ามาคอยช่วยเหลือเด็ก และชี้แจงถึงสาเหตุของการเกิดปัญหา ผู้พิพากษาเป็นผู้ถือกฏหมาย ตัดสินลงโทษ แต่เรามีหน้าที่ให้ข้อมูลเบื้องลึกว่า พฤติกรรมของเด็กนั้นเป็นผลมาจากสภาพแวดล้อมเรื่องใดบ้าง หลังจากเข้ารับการอบรมแล้ว เราจะให้ข้อมูลละเอียดมากขึ้นแก่ผู้ผู้พิพากษา เพราะได้รับรู้ข้อมูล ได้รู้เรื่องเพศหลายด้านมากขึ้น จึงทำให้เรามีความชัดเจนมากขึ้นในการตัดสินใจเรื่องของเด็ก”

     สำหรับคนที่ไม่มีความรู้เรื่องกฎหมาย อาจแยกแยะความแตกต่างระหว่างภารกิจของผู้พิพากษา และผู้พิพากษาสมทบได้ไม่ชัดนัก มงคลจึงถือโอกาสนี้เล่าถึงการเข้ามาทำงาน ในตำแหน่งนี้

     “คำว่าผู้พิพากษาสมทบ หมายถึงบุคลากรที่เข้ามาทำหน้าที่ปฏิบัติงานในพระปรมาภิไธยของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะยู่ในส่วนของศาลเยาวชนและครอบครัว แต่เนื่องจากจังหวัดลำปางยังไม่มี ศาลเยาวชนและครอบครัว มีแค่แผนก คำเต็มๆ ของหน่วยงานนี้จึงเป็น ศาลจังหวัดลำปาง แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว การจะเป็นผู้พิพากษาสมทบได้ ต้องผ่านการสอบข้อเขียนและสอบสัมภาษณ์ เนื่องจากผมเคยเป็นผู้ประนีประนอมประจำศาลแขวงมาก่อน ศาลแขวงกับศาลเยาวชนก็อยู่ในอาคารเดียวกัน เราก็เลยเกิดความคิดว่า ถ้าเราไปสอบ เป็นผู้พิพากษาสมทบก็น่าจะดี เพราะจะได้ช่วยเหลือเด็ก”

      มงคลเล่าต่อว่าการช่วยเหลือเด็กในฐานะผู้พิพากษาสมทบนั้นเป็นการทำงานทั้งเชิงป้องกันแก้ไข รักษาและเยียวยาไปพร้อมกัน

     “เวลามีเด็กกระทำผิด ตำรวจจะส่งตัวมาที่สถานพินิจ เพื่อทำคดี หลังจากคดีขึ้นสู่ศาลก็จะพาเด็กมาไต่สวนก่อน จากนั้น ก็จะพิจารณาตัดสิน บทบาทของผู้พิพากษาสมทบจะอยู่ตรงนี้ เมื่อเด็กมีคดีขึ้นสู่ศาล เราจะอ่านจำนวนคดีร่วมกับผู้พิพากษา โดยหลักการ เราก็บอกว่า การที่จะเป็นองค์คณะพิจารณาคดีเยาวชนนั้น ต้องมีผู้พิพากษาจริง ๒ ผู้พิพากษาสมทบ ๒ หนึ่งในผู้พิพากษาสมทบนั้นต้องเป็นหญิงคนหนึ่ง หลังจากเราอ่านจำนวนคดีแล้ว ผู้พิพากษา ก็จะมาสอบถามความคิดเห็นเราว่าสมควรจะลงโทษอย่างไร”

     นอกเหนือจากเป็นองค์คณะพิจารณาคดีเยาวชนแล้ว อีก ๒ ภารกิจหลัก ของผู้พิพากษาสมทบคือ ให้การสงเคราะห์เด็กและเยาวชนที่มีปัญหา และทำกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือเด็ก

     “ในช่วงที่ผ่านมา จากการทำงานเป็นผู้พิพากษาสมทบ ก็สังเกตเห็นว่า เด็กกระทำผิดทางเพศมากขึ้น ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากวิถีชีวิตของเด็กรุ่นใหม่ ที่เลือกการอยู่ด้วยกันเป็นคู่ๆ ซึ่งไม่ได้แปลว่าเป็นความผิด แต่วิถีชีวิตแบบนี้นำไป สู่การกระทำบางอย่างที่เกินความรับผิดชอบของเขาได้ง่าย เมื่อเราเข้าใจวิถีชีวิตแบบใหม่ของเด็ก เราก็สามารถไปนำเสนอข้อมูลให้กับทางผู้พิพากษา โดยเป็นข้อมูลที่เกี่ยวกับตัวเด็ก ซึ่งต้องพิจารณาเฉพาะราย โดยข้อมูลของเด็กจะมาจากเจ้าหน้าที่คุมประพฤติ เราก็ต้องมาอ่านรายงานเหล่านี้ และวิเคราะห์ออกมาเป็นประเด็น เพราะเจ้าหน้าที่จะเขียนรายงานในเชิงเล่าเรื่องอย่างละเอียด ผู้พิพากษาจะทำหน้าที่ในเรื่องกฏหมาย แต่เราเน้นให้มองลึกลงไปว่า เด็กที่กระทำความผิดนั้น เกิดจากแรงจูงใจอะไร กดดันอะไรมา แล้วเราจะช่วยยังไงที่จะให้เด็กเขากลับตัวเป็นคนดี เราก็สามารถ ทำงานเชื่อมกับครูในโรงเรียนต่างๆ ได้มากขึ้นด้วย เนื่องจากเราอยู่ในฐานะผู้พิพากษาสมทบ เรายังไม่สามารถไปปฏิบัติหน้าที่ให้เหมือนครูผู้สอนในโรงเรียนได้ เราก็ต้องหยิบประเด็นต่างๆ มาเป็นข้อมูลเวลา พิจารณาเด็กที่กระทำความผิด ส่วนครูผู้สอนนั้น เราเข้าใจว่าครูจะสอนให้เด็กมีการคิด วิเคราะห์ได้ว่า การทำอะไร จะส่งผลอย่างไรบ้าง แต่ไม่ได้เน้นเรื่องการทำความผิดแล้วต้องทำอย่างไร ดังนั้น เมื่อเด็กหลุดพ้นจากวงจรโรงเรียน แต่ยังไม่ไ่ด้ทำงาน เพราะอายุไม่ถึง ๑๘ เราก็ต้องเข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้แทนครู คืออบรมให้เขาเข้าใจถึงผลของการกระทำ”

     จากภารกิจดังกล่าว มงคลพบว่าการที่เขาได้มีโอกาสเข้ามาร่วมรับการอบรมเพื่อทำความ เข้าใจกับประเด็นเพศศึกษาในโรงเรียน ทำให้เขาเห็นการทำงานเชื่อมต่อกับเครือข่ายโรงเรียนชัดเจนขึ้น

     “การที่เราได้รู้จักโรงเรียนต่างๆ มากขึ้น เวลาเราออกไปจัดกิจกรรมในโรงเรียน ซึ่งเป็นการทำงาน เชิงป้องกัน ในโครงการชื่อว่า โครงการศาลพบเยาวชน นั่นก็คือ เราจะออกไปเยี่ยมโรงเรียน ให้ความรู้กับเด็กชั้นมัธยม โดยคนที่เป็นวิทยากรของโครงการก็จะมีตำรวจ อัยการ เจ้าหน้าที่จากสถานพินิจ และผู้ พิพากษาสมทบ เราทำอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ ปี ๕๐ พวกเราก็ตั้งใจว่าจะนำกิจกรรมที่ได้จากการอบรม ผนวกเข้าไปกับโครงการนี้ด้วย”


ความคิดเห็นที่  9

ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรค่ะ ที่เขาเอาวิชาหน้าที่ศีลธรรมออกจากระบบการเรียนการสอน แต่ส่งเสริมอาเซียนซัมมิท ซึ่งหลายๆคนดูเหมือนเป็นห่วงเยาวชน ?
ขอบคุณคะ  

คนที่มองต่างมุม   (4 พฤศจิกายน 2555  เวลา 23:06:39)

ความคิดเห็นที่  8

ท่านผู้นี้เป็นลุงผมเอง
ผมภูมิใจมากที่ได้เป็นหลานลุงมงคล

ยุฐิษธีระ อินทนา   (17 กรกฎาคม 2555  เวลา 01:27:18)

ความคิดเห็นที่  7

หนูนามสกุลเดียวกับคุณลุงเลย ค่ะ

เครือญาติครองกระจงค่ะ  จังหวัดสุโขทัยค่ะ

น้อง นวพรรณ  อินทนา   (15 พฤศจิกายน 2554  เวลา 20:34:47)

ความคิดเห็นที่  6

ผมชื่ออัมรินทร์   อินทนา   ครับ  อาจจะรู้จักร กันก้อได้ ครับ  

คนกำเเพงเพชร   (22 ตุลาคม 2553  เวลา 15:07:55)

ความคิดเห็นที่  5

ผมนามสกุลเดียวกับท่านครับอยู่กำเเพงเพชร   คลือ ญาติ จ.สุโขทัย    อ.คลองกระจง        ครับ

คนกำเเพงเพชร   (22 ตุลาคม 2553  เวลา 15:06:16)

ความคิดเห็นที่  4

นามสกุลเดียวกัน

เอส อิทนา   (21 ตุลาคม 2553  เวลา 09:19:46)

ความคิดเห็นที่  3

กระผมยินดีด้วยที่ท่านทำอย่างนี้

mon   (27 พฤศจิกายน 2552  เวลา 22:55:48)

ความคิดเห็นที่  2

ทุกคนต้องรับรู้ ร่วมมือ ช่วยเหลือเด็กที่ด้อยประสบการณ์  หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์

คนไทยเอง   (29 พฤศจิกายน 2551  เวลา 12:24:46)

ความคิดเห็นที่  1

ทำให้คนอื่นไดรู้จักระวังตัวได้ดีขึ้น

sineenat   somsong   (7 พฤศจิกายน 2551  เวลา 12:00:34)