Loading ...
รอวันให้เพศศึกษาต้องสอบเอ็นทรานซ์
รอวันให้เพศศึกษาต้องสอบเอ็นทรานซ์
รศ. ดร. เพชรน้อย สิงห์ช่างชัย
คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ผู้ประสานงานโครงการก้าวย่างอย่างเข้าใจ ภาคใต้
ื“คงต้องรอให้ถึงวันที่วิชาเพศศึกษาเป็นวิชาที่ต้องใช้เอ็นทรานซ์ หรือเป็นเหมือนการแข่งกีฬาโอลิมปิก”
     “คงต้องรอ ให้ถึงวันที่วิชาเพศศึกษาเป็นวิชาที่ต้องใช้เอ็นทรานซ์ หรือเป็นเหมือนการแข่งกีฬาโอลิมปิก”

     เพชรน้อย สิงห์ช่างชัย รองศาสตราจารย์คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีชีวิตงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศศึกษายาวนาน ด้วยบทบาทของอาจารย์คณะพยาบาล วิชาหนึ่งที่ต้องรับผิดชอบ คือ วิชาสุขภาพชีวิตประจำวัน หัวข้อหนึ่งในนั้นคือเรื่องเพศศึกษา เป็นวิชาที่เปิดให้นักศึกษาทุกคณะมาเรียนได้ โดยเรียนคราวละ ๑๐๐-๒๐๐ คน และดูจะเป็นวิชายอดนิยมสำหรับนักศึกษานอกคณะที่มาเรียนเพื่อหวังสอยเกรด A และ B

     อ.เพชรน้อยยังเป็นอีกคนหนึ่งที่ร่วมงานกับองค์กรพัฒนาเอกชน ในฐานะผู้ประเมินโครงการเรื่องเพศของแพธมาตั้งแต่สมัยโครงการก้าวย่างฯ ยังไม่ริเริ่ม

     จนเวลาผ่านไป ราวสิบปีให้หลัง ในปีแรกที่โครงการก้าวย่างอย่างเข้าใจจับงานผลักดันการสร้างกระบวนการเรียนรู้เรื่องเพศให้กับเยาวชน อ.เพชรน้อยจึงเป็นคนแรกๆ ที่โครงการก้าวย่างฯ นึกถึง
     อ.เพชรน้อยบอกว่า ก้าวแรกของการทำงาน ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก ทั้งยังนึกภาพงานไม่ออก มีหลายครั้งที่รู้สึกลังเล ไม่แน่ใจว่าจะทำงานได้สำเร็จ และยังออกตัวว่า แม้จะจบด็อกเตอร์มา แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะจับงานนี้แล้วเดินหน้าไปอย่างไร

     “เราก็ลองเชิญผู้บริหารของโรงเรียนมัธยมในภาคใต้ ก็คุยกันว่าจะเริ่มกี่จังหวัดดี เราก็บอกว่า ยังไม่รู้เลยว่างานคืออะไร เอา ๓ จังหวัดก่อน คือ สงขลา ยะลา พัทลุง รอบแรกส่งจดหมายไปหาคน ๒๘ คน ตอบรับมาแค่ ๘ คน”

     จากเสียงตอบรับที่น้อยเกินคาด ก็เป็นสัญญาณอุปสรรคขั้นต้นที่ทำให้เห็นว่า การสื่อสารทัศนะเรื่องเพศให้ผู้บริหารในโรงเรียนยอมรับว่าเราจะเข้าไปทำอะไรในโรงเรียน มันไม่ง่ายเลย “อุปสรรคคือทัศนะเรื่องเพศของคนบางคน ยังไม่หลุดจากกรอบเดิม ให้ความสำคัญกับสาระวิชานี้ไม่เหมือนกับสาระวิชาพวกฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ทั้งที่เรื่องเพศศึกษาจะเป็นสาระวิชาที่ติดตัวเขาไปทั้งชีวิต” อ.เพชรน้อยเล่า
     แต่อย่างไรก็ตาม นั่นถือเป็นจุดเริ่มต้น

     “๘ คน ก็ ๘ คน ก็ลองถามผู้บริหารโรงเรียนว่า ถ้าจะสอนเพศศึกษา มันควรจะไปจัดอยู่ในวิชาอะไร เขาก็บอกกันว่า วิชาสุขศึกษา แต่ความคาดหวังตอนนั้นเราอยากให้มันเป็นเหมือนหนึ่งวิชาเลย แล้วมันจะสอนยังไง อาจารย์เขาก็บอกว่า เรื่องเพศเป็นเรื่องของเด็กทุกคน มันไม่ได้อยู่เฉพาะวิชาไหน ดังนั้น คนสอนก็น่าจะเป็นครูแนะแนว...

     ...ก็เลยคิดว่า เอาไงดี มันมั่วจังเลยวิชานี้ เราก็มองไปที่เรื่องหลักกระบวนการพัฒนาคน เพราะถ้าคิดจะให้มันยั่งยืน มันคงไม่ใช่อยู่ๆ จะไปจับให้ครูสอน จึงเริ่มคิดกิจกรรมว่า ควรมีกิจกรรมอบรมครู ซึ่งพอถึงเวลาจริง แค่ ๘ โรงเรียนมันไม่พอแล้ว ก็เหวี่ยงแหไป จังหวัดละ ๓๐ คน”

     แต่ก้าวก่อนที่จะไปถึงการอบรมครูนั้น อ.เพชรน้อยก็แย้งขึ้นมาว่า ในเมื่อตัวเรายังไม่รู้เรื่องเท่าไรเลย ดังนั้น ก่อนจะอบรมครูได้ ต้องเริ่มจากการอบรมพวกเรากันเสียก่อน และนั่นก็เป็นที่มาของงานสร้าง ‘วิทยากร’ (Master Trainer)

     “ตอนนั้นคาดหวังและฝันมากว่าคนที่จะเป็นวิทยากรได้ดีคืออาจารย์ในมหาวิทยาลัย ก็เลยไปเกณฑ์อาจารย์คณะพยาบาลมาเข้าคอร์สนี้ แล้วก็เชิญตัวแทนจากจังหวัดต่างๆ มาอบรมเป็นวิทยากร โดยมีทีมงานจากองค์การแพธมาอบรมให้ เป็นการอบรม ๕ วันที่เปิดมิติการเรียนรู้ ค่อนข้างเปลี่ยนวิธีคิดอาจารย์ เปลี่ยนวิธีการสอน จาก teacher center ที่ครูมาคลิก power point พอจบแล้วก็ปล่อยนักศึกษาไปอ่านชีทเอง แต่อบรมวิทยากรเพศศึกษา ต้องมาจัดกระบวนการเรียนรู้ ทำกิจกรรม ต้องมาร้องรำทำเพลง” อ.เพชรน้อย เล่าไปยิ้มไป

     อย่างไรก็ตาม อ.เพชรน้อยก็ยังรู้สึกไม่แน่ใจว่า โครงการนี้จะดำเนินไปตลอดรอดฝั่งไหม หลายครั้งที่เกือบถอดใจ แต่สิ่งที่ยังทำให้ยังลองดันงานต่อไป ก็ด้วยเป้าหมายในใจว่า ต้องปรับทัศนะเรื่องเพศกับผู้ใหญ่เสียที จึงทำงานนี้ แต่ก็บอกกับทีมงานก้าวย่างฯ ตลอดว่า ไม่สำเร็จก็คือไม่สำเร็จ

     “อุปสรรคหนึ่งคือ บุคลากรในโรงเรียนไม่เห็นว่ามันสำคัญ เราจะเห็นเลยว่าเมื่อไรที่เราไปติดต่อโรงเรียนเรื่องจะติวให้เด็กในวิชาฟิสิกส์ เคมี ชีวะ อาจารย์จะต้อนรับมาก มันไม่เหมือนตอนชวนคุยเรื่องวิชาเพศศึกษา นี่ถ้าเมื่อไรที่วิชาเพศศึกษาต้องเอ็นทรานซ์ มันคงเป็นวิชาที่มีฐานะเหมือนวิชาฟิสิกส์เลย เด็กจะเรียน ครูจะตั้งใจสอน จะมีเปิดวิชาติวเตอร์พิเศษเพศศึกษา เราจะได้มีอาชีพใหม่” อ.เพชรน้อยกล่าว

     “สังคมไทยยังติดกับ ติดกรอบความเป็นหน้าตา ไม่ยอมรับความเป็นจริงถึงสภาวะชีวิตที่ดี ให้โอกาสแต่เด็กส่วนน้อย คือเด็กเก่ง กระทรวงศึกษาฯ ก็ให้ความสำคัญกับเด็กส่วนน้อย ทั้งที่เด็กส่วนใหญ่คือ เด็กธรรมดา”

     และดูเหมือนว่า ๕ ปีผ่านมา การให้ความสนใจและใส่ใจของผู้บริหาร ยังเป็นดัชนีชี้วัดตัวเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ แทนที่จะหว่านจดหมายจีบผู้บริหารไปแค่ไม่กี่แห่งในไม่กี่จังหวัด ผู้ประสานงานภาคใต้คนนี้ก็ได้หว่านเชื้อออกไปเพิ่มเติม ให้มีการอบรมเรื่องเพศศึกษาอีกถึงจังหวัดละ ๓๐ สถาบัน ครอบคลุมพื้นที่ ๑๑ จังหวัดในภาคใต้ ซึ่งแม้จะใช้วิธีหว่านเชื้อ เพาะวิทยากรกระจายความรู้ในพื้นที่แล้ว แต่ก็ยังมีตอสำคัญที่ทำให้การผลักดันเรื่องเพศศึกษาเป็นไปได้ยาก

     “ก็เสนอแพธไปเสมอเลยว่า กระทรวงศึกษาฯ ต้องจริงจังกับเรื่องนี้ ไม่ใช่ให้แพธมาทำ แพธเป็นตัวเริ่มต้น สร้างต้นทุนทางสังคมไว้ ถ้ากระทรวงฯ เห็นความสำคัญและจริงใจ จะต้องหยิบจับตัวนี้เป็นเรื่องเลย ทำให้เป็นวาระแห่งชาติของเด็ก ไม่ใช่พวกเรามานั่งทำกระยิบกระย่อย...

     ...มันมีประเด็นที่น่าคิดเชิงนโยบาย กระทรวงศึกษาฯ ให้นโยบายว่า เรื่องเพศศึกษาเป็นทางเลือกหนึ่งในโรงเรียน จะเปิดสอนหรือไม่เปิดก็ได้แล้วแต่ พอเป็นแบบนี้ ผู้บริหารโรงเรียนแห่งหนึ่งก็บอกว่า ถ้าอย่างนี้ไม่มีใครเปิดหรอก การจะเปิดไม่เปิดมันอยู่ที่ผู้อำนวยการโรงเรียนเห็นความสำคัญที่จะช่วยเหลือเด็กไหม แต่มันไม่ใช่วิชาได้หน้าได้ตาของโรงเรียนเลย เพราะถึงจะสอนวิชาเพศศึกษาเก่ง แต่เข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้” อ.เพชรน้อยสมทบซ้ำว่า กระทรวงศึกษาฯ ต้องเป็นหน่วยงานหลักในการผลักดัน จึงจะเข้าใกล้ความสำเร็จยิ่งขึ้น

     “ถ้าคิดถึงคุณภาพชีวิตแบบที่ไม่ต้องคอยวิ่งแก้ปัญหาในอนาคต เรื่องทักษะชีวิตต้องมาเลย ไม่ใช่ทักษะวิชาชีพอย่างเดียว เด็กใช้เข็มขัดผูกคอตาย กระโดดตึกตาย เพราะสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ เพราะไม่เคยมีใครเตรียมเขาเรื่องนี้ ภูมิคุ้มกันไม่มี หากต้องเทียบกันระหว่างเด็กที่ได้โอลิมปิก ๑ คน กับเด็กที่ต้องมาตาย ๑ คน ขอเลือกเด็กที่ต้องมาตาย เพราะถ้าเด็กคนนั้นไม่ได้โอลิมปิก เราก็เฉยๆ แต่ถ้าเด็กคนนี้ไม่ตาย เราดีใจ เราแค่เพิ่มทักษะชีวิต พลิกวิธีคิดสักนิดเท่านั้นเอง”

     มาวันนี้ เมื่อผ่านงานเพศศึกษาในโครงการก้าวย่างฯ มา ๕ ปี อ.เพชรน้อยเห็นว่า การทำงานที่ยากไม่ใช่อุปสรรคแล้ว แต่เป็นธรรมชาติของบริบทสังคมไทยที่ยังมีมิติทางเพศแบบแคบ ไม่รอบด้าน แต่ไม่ทุกคน

     “เราก็ดีใจ ผู้บริหารหลายโรงเรียนให้คุณค่ากับวิชานี้เยอะขึ้น ถามว่า ๑๐๐% ไหม ไม่ แต่ตอนนี้รู้สึกว่ามันไม่ยากเหมือนอดีต แต่มันไม่ง่ายที่จะทำให้ความฝันที่แพธอยากได้เป็นจริง มันต้องเผื่อใจสักนิด ยังมีกรอบหลายชั้นที่เราเองจะต้องไปทำแต่ละชั้นให้มันเจือจาง แต่ถามว่าหมดไหม ไม่”

     ทั้งนี้ เพราะงานเพศศึกษามันเกิดขึ้นควบคู่กับการศรัทธาและเคารพคนในสิทธิเรื่องเพศ และเคารพในตัวเยาวชน แต่ก็ยังมีครูหลายคนที่ยังมีกำแพงในการสื่อสารกับเยาวชน

     “กับเรื่องเพศ อันดับแรก คนทำงานอย่างพวกเราต้องทลายกรอบให้ได้ก่อน แล้วเราก็เดินเข้าไปหาเขา แต่เขาจะซื้อไม่ซื้อมันก็อยู่ที่ใจ ใจมองเรื่องนี้อย่างไรกรอบนั้นจะละลายไปกี่ชั้น พอมาถึงจุดนี้ มันก็ท้าทายนะที่เราสามารถทำสิ่งที่มันอยู่ลึกมากของคน”

     ในปีที่ ๕ ของโครงการ อ.เพชรน้อยเปลี่ยนหลายอย่างที่ตัวเองเคยเป็นในอดีต อย่างน้อยเรื่องหนึ่งก็คือ แม้จะเจออุปสรรคไม่หาย แต่ก็เลิกคิดแล้วว่าจะดันงานไม่สำเร็จ

     “รู้สึกโชคดี ทีมงานทุกคนในวันนี้รู้สึกเป็นเจ้าของโครงการ ทำงานด้วยกันมา ตกหลุมรักกันมา ๕ ปี ทุกคนจะบอกว่าชอบตรงที่ว่าโครงการนี้มาพร้อมกับการพัฒนาการสร้างคน พูดได้เลยนะว่ามันซื้อใจได้ ทั้งที่คนทำงานทุกคนก็มีงานหลักอยู่แล้ว มาทำงานเพศศึกษามันต้องใช้เวลาเหมือนกัน ตอนเย็นก็ต้องมาประชุมทีกว่าจะเลิกก็สี่ทุ่ม ทำตั้งแต่งานอีแจ๋ว งบประมาณก็มาแบบจำกัดจำเขี่ย แต่งานเพศศึกษาก็สอนให้ให้ค่ากับศักยภาพของคนและเคารพคน เป็นเสน่ห์ขององค์กรนี้...

     ...คนก็บอกว่าเราเปลี่ยนไป เราสงบขึ้นเยอะ อาจเพราะเราต้องให้คนอื่นมาทำงานกับเรา แล้วเขาก็ไม่ได้ค่าตอบแทนอะไรเยอะแยะ เราต้องใช้ใจประสานเขาเลย แล้วมันก็เป็นสไตล์เรา ที่เวลาเราจะทำงานกับใครต้องให้เขาศรัทธาในตัวงาน ไม่ใช่ศรัทธาในตัวงบประมาณ”

     “วันนี้รู้สึกมุมมองเปลี่ยนไป มีมุมมองที่กลับกันในเรื่องการพัฒนาคน เพราะแต่ก่อนจะมองที่ดีกรี แต่ตอนนี้เรามองว่าคนทำงานนี้ถ้าไม่มีใจ ทำไม่ได้ ที่รู้สึกดีใจก็คือ ทุกพื้นที่เขามาเล่าให้ฟังว่า คนจะมาติดต่อวิทยากร สามารถเอาครูไปเป็นวิทยากรสุขภาพแทน สาธารณสุขจังหวัดก็ยังต้องเชิญครูมาพูดเรื่องเอดส์ มันกลับวิธีคิดว่า เรื่องสุขภาพไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องของหมอ นี่คือสิ่งที่เรารู้สึกว่าประสบความสำเร็จ”


ความคิดเห็นที่  2

อยากกลับไปทำงานเพื่อส่วนรวมอย่างนี้อีกจังเลยคับ แต่ตอนนี้จบจากปากพนังแล้ว งานที่ทำเพื่อส่วนร่วมอย่างนี้สนุกมากเลยคับ  ผมนำความรู้ที่ได้อบรมมาสอนเพื่อนและน้องๆตลอด  ไม่ได้ชี้โพรงให้กระรอกนะคับ แต่อย่ากให้น้องๆเรียนรู้และเข้าใจได้ถูกต้องเกี่ยวกับเพศวิถี  คิดถึงป้าต๊ะนะคับ และคิดถึงพี่ๆทุกคนในดครงการด้วย  

สวัสดีคับ

ความคิดเห็นที่  1

อยากให้ทุกจังหวัดเป็นไปตามที่ท่าน ดร.พูดในวรรคสุดท้ายจังเลยครับ ตอนนี้ผมยังคงทำหน้าที่เป็นศิษย์ที่ดีของ ดร.อยู่นะครับ ก้าวย่างบางครั้งไม่เป็นไปตามที่ใจนึกคิดเลยครับอาจารย์ ต้องหยุดรอคลื่นลูกใหม่ให้ไล่มาส่งแรงกระแทกจึงดูเหมือนว่าคลื่นลูกเก่าหมดแรงเสียแล้ว

มนตร์ชัย  โลหะการ   (20 กรกฎาคม 2553  เวลา 22:07:26)