Loading ...
ตามหาข้อดีของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
โดย :: สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน
ที่มา ::www.manager.co.th

ข่าวคราวเรื่องไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ยังคงยึดหน้าสื่อทุกประเภทอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีความพยายามไม่ให้กระทรวงสาธารณสุขประกาศตัวเลขจำนวนผู้ป่วย และผู้เสียชีวิตแบบรายวัน แต่ก็ดูเหมือนความวิตกกังวลของผู้คนก็ยังมิได้ลดหายไปแต่ประการใด

โดยเฉพาะคนเป็นพ่อแม่ที่มีลูกเล็ก หัวข้อสนทนาก็ยังเป็นเรื่องนี้ รวมถึงมาตรการการรับมือว่าจะทำอย่างไรดี เพราะกังวลเรื่องลูก

ดิฉันได้มีโอกาสพูดคุยกับเพื่อนพ่อแม่หลายๆ ท่าน ที่กังวลต่อสถานการณ์ดังกล่าว ได้เห็นความพยายามที่จะเสนอวิธีการรับมือให้กับโรงเรียนของลูก มีทั้งที่ทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่ก็เกิดความคิดที่อยากจะลงมือทำ โดยเริ่มจากห้องเรียนของลูก ช่วยกันเป็นหูเป็นตา เอาแถบวัดไข้มาวัดศีรษะเด็กทุกคน ถ้าใครมีไข้สูง ก็ให้พ่อแม่รับกลับบ้านเลย

เป็นรูปแบบที่พ่อแม่รวมตัวกันช่วยคุณครูดูแลเด็กๆ ในห้องเรียน รวมถึงการช่วยกันทำความสะอาดอุปกรณ์ ของเล่น และของใช้ภายในห้องเรียนกันอย่างเต็มที่ ชนิดที่ไม่มีเกี่ยงหญิงชาย หรือยืนดูดายเพราะธุระไม่ใช่

ไม่อยากคิดว่าเรื่องดีๆ แบบนี้จะไม่เกิดขึ้น หากไม่มีโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ระบาดอย่างรวดเร็ว...!!!
หรือไม่มีสถานการณ์วิกฤตก็อาจจะไม่ได้เห็นความร่วมมือดีๆ แบบนี้ ที่พ่อแม่ผู้ปกครองเป็นคนจุดประกาย ช่วยกันดูแลเด็กๆ ร่วมกัน เพราะหากมีใครสักคนเป็น โอกาสที่เด็กคนอื่นๆ ซึ่งรวมถึงลูกของเราก็เป็นไปด้วย

อย่างนี้จะไม่เรียกว่าข้อดีของไข้หวัดใหญ่ 2009 ก็มีเหมือนกันได้อย่างไร..!!

ลองมาตามหาข้อดีของเจ้าไวรัสตัวนี้กันดูดีกว่าค่ะ


ข้อแรก ตื่นตัวเรื่องอนามัย
ผู้คนตื่นตัวในเรื่องการดูแลสุขภาพร่างกายและสุขอนามัยของตนเองอย่างน่าอัศจรรย์ ทุกคนหันมาใส่ใจกับการรณรงค์เรื่อง “ของร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” กันอย่างเคร่งครัด ทั้งที่จะว่าไปก็เป็นเรื่องที่ทุกคนรับรู้กันว่าเป็นเรื่องดี และควรทำเป็นประจำกันอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมา เรามักจะละเลยกับพฤติกรรมเหล่านี้ ทำมั่งไม่ทำมั่ง แล้วแต่โอกาส

เรียกว่าช่วงเวลานี้ กลายเป็นเรื่องเคร่งครัดของทุกครอบครัวไปซะแล้ว

ยิ่งคนที่เป็นพ่อแม่คงยิ้มมากหน่อย เพราะปกติต้องคอยบ่นชนิดปากเปียกปากแฉะให้ลูกๆ ของเราล้างมือก่อนและหลังกินข้าว หรือเข้าห้องน้ำก็ต้องล้างมือ พูดทุกวันๆ ละหลายเวลา แต่ตอนนี้กลายเป็นเรื่องง่าย ไม่เมื่อยปากเหมือนแต่ก่อน เพราะคุณครูที่โรงเรียนช่วยบอก คนรอบข้างก็ช่วยบอก ภาครัฐก็ช่วยป่าวประกาศ ทำให้สื่อทุกแขนงก็ช่วยขยายการบอก


ข้อสอง ตื่นตัวเรื่องความรู้
ผู้คนใส่ใจเรื่องข้อมูลที่ถูกต้อง เมื่อก่อนเรื่องการสวมหน้ากากอนามัย เป็นเรื่องของคนเป็นหมอหรือเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลเท่านั้นที่ต้องสวม เพราะต้องสัมผัสกับผู้ป่วยจำนวนมาก แต่ปัจจุบันนี้ การดูแลและป้องกันตัวเองด้วยการใส่หน้ากากอนามัย กลายเป็นเรื่องที่ผู้คนเริ่มตระหนักรู้ และรู้ว่าวิธีการป้องกันตัวเองอย่างถูกวิธีควรทำอย่างไร รวมถึงการรู้จักเจ้าหน้ากากอนามัยที่มีหลากหลายรูปแบบ และการพกพาเจลล้างมือแอลกอฮอล์ที่เอาไว้ใช้เมื่อจำเป็น

ข้อสาม ช่วยประหยัดเงิน
ก็แหม...โรคนี้กำลังแพร่ระบาด ผู้คนก็หลีกเลี่ยงไม่อยากไปในสถานที่แออัดผู้คนเบียดเสียด ก็เลยงดกิจกรรมไปเที่ยวห้างสรรพสินค้า ไม่ไปโรงภาพยนตร์หรือสถานที่สุมเสี่ยงทั้งหลาย และคำนึงถึงเรื่องสถานที่ที่จะไปมากขึ้น และเมื่อไม่ได้ไปเที่ยวนอกบ้าน ก็เลยมีเงินเก็บเพิ่มขึ้น

นี่ยังไม่นับรวมสถาบันกวดวิชาที่ต้องหยุดการเรียนการสอนไปด้วย ก็เลยไม่ต้องเสียเงินส่วนนี้ จะว่าไป ก็ถือโอกาสให้ลูกทบทวนบทเรียนด้วยตัวเอง โดยมีคุณพ่อคุณแม่เป็นผู้ช่วยเหลือก็ได้ค่ะ


ข้อสี่ ครอบครัวแน่นแฟ้น

เนื่องเพราะไม่อยากไปไหน ก็เลยต้องทำกิจกรรมภายในบ้าน เช่น ทำอาหารรับประทานเอง ชวนกันทำกิจกรรมครอบครัวภายในบ้านได้มากมาย บางบ้านก็น่าจะถือโอกาสได้พูดคุย หรือทำกิจกรรมครอบครัวที่บางครั้งเราเองก็ละเลยลูกๆ หรือคนที่เรารัก ก็ถือโอกาสนี้ปรับความเข้าใจ และสร้างสรรค์กิจกรรมหรรษาในครอบครัวซะเลย เป็นการสร้างสัมพันธภาพที่ดีในครอบครัว


ข้อห้า ความคิดดีๆ
เหมือนที่ยกตัวอย่างในตอนแรกว่า พ่อแม่ผู้ปกครองจำนวนมากวิตกกังวล ก็เลยเกิดความคิดดีๆ ที่จะช่วยปกป้องลูกรักด้วยการช่วยเหลือโรงเรียน ช่วยเหลือเพื่อนบ้าน หรือมีคำแนะนำดีๆ ที่ยอมและพร้อมลงมือปฏิบัติอย่างเต็มใจ เรียกว่า เกิดการมีส่วนร่วมกับโรงเรียนและชุมชนได้อย่างดีเลยทีเดียว


ข้อสุดท้าย ธุรกิจบางประเภทรับไปเต็มๆ
บรรดาผู้ประกอบการผลิตหน้ากากอนามัย เจลล้างมือ รวมถึงยาสมุนไพรต้านหวัดทั้งหลาย ต่างก็ยิ้มรับกับรายได้จำนวนมากที่มาเร็วพร้อมกับการระบาดที่รวดเร็วของเจ้าไข้หวัดใหญ่ 2009 ไปตามๆ กัน เพราะท่ามกลางการระบาด ความต้องการปกป้องตัวเองจากภัยไข้หวัดที่ว่า ก็เลยทำให้สินค้าประเภทปกป้องดูแลและรักษาตัวเองได้รับอานิสงส์ไปด้วย

ว่าแต่เมื่อสินค้าขายดี ก็มักจะมีการโก่งราคาสินค้า ตามมาด้วยสินค้าไม่ได้คุณภาพ และของปลอมแพร่ไปทั่ว เพราะความคิดไม่ซื่อและต้องการหาประโยชน์จากความทุกข์ของผู้อื่น คนประเภทนี้ก็ใช้ไม่ได้ ฉะนั้น ก็ถือโอกาสสอนลูกของเราในเรื่องพวกนี้ไปด้วยเลยละกัน

เป็นไงคะ เห็นข้อดีของเจ้าไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ไหมคะ ถ้าหากเราไม่ได้รับผลกระทบจากเจ้าไวรัส 2009 ตัวนี้ เราอาจจะไม่ได้มองเห็นข้อดี หรือข้อพึงกระทำ ที่เราเคยละเลยมาโดยตลอดก็ได้

ในทุกสถานการณ์ของความวิกฤติ เราก็ควรถือโอกาสมองหาข้อดีให้กับตัวเราเองก็ได้นะคะ

แน่นอน...ไม่มีใครอยากรับเอาเจ้าเชื้อไวรัส 2009 นี้ไป แต่เราก็ไม่สามารถปฏิเสธสถานการณ์นี้ไปได้ ก็ถือโอกาสอยู่ร่วมกับมัน ด้วยความปลอดภัยน่าจะดีกว่าค่ะ



ความคิดเห็นที่  2

ในด้านที่เลวร้ายย่อมมีสิ่งดีๆซ่อนอยู่เสมอ

pangkung   (10 สิงหาคม 2552  เวลา 11:29:00)