Loading ...

            ผมพึ่งกลับจากการเป็นธรรมบริกร   ที่ศูนย์วิปัสสนาธรรมอาภา  จ.พิษณุโลกมา  พึ่งจะเปิดเช็คจดหมาย 194 ฉบับจากอีเมล เสร็จเมื่อกี้


            ผมไปเป็นธรรมบริกร  ครั้งนี้เป็นครั้งแรก  ( ตื่นเต้น เพราะสมัครไป ทดลองงานดู ) เดินทางไปถึงวันที่ 29 มกรา จากกทม. - พิษณุโลก - ทรัพย์ไพรวัลย์ ธรรมอาภา  เคยไปมาแล้วครั้งหนึ่ง ,  เมื่อปี 49 - เป็นการ วิปัสสนาครั้งแรก...

 

ตอนที่สมัครเป็นธรรมบริกร  ทางศูนย์เขาส่งคู่มือธรรมบริกรมาให้อ่าน พอไปถึงที่ธรรมอาภา         ก็ได้อ่านเพิ่มเติมหลังจากปฐมนิเทศน์ธรรมบริกรครับต้องอ่านให้ครบถ้วน  รอบคอบ  และทำความเข้าใจให้ดี เพราะ เราไม่ควรอ่านหนังสือให้ศิษย์เห็น


            เดินทางถึงศูนย์ฯ ได้พบกับ ลุงสมนึก ผู้จัดการคอร์ส ได้คุยและทำความรู้จัก จากนั้นก็พักผ่อนปิดโทรศัพท์มือถือเตรียมพร้อมกับการทำหน้าที่รับใช้ธรรมะ


            กลางคืน พบอาจารย์เจือจันทร์ ลิมจิตติ  อาจารย์ประจำคอร์ส และธรรมบริกรคนอื่นๆ   เพื่อแบ่งงานและหน้าที่ของแต่ละคนมีธรรมบริกรชาย 3 รวมผู้จัดการ 1 คือ 4 คนพอดี


            วันที่ 30 มกราคม 2551 ศิษย์เก่าและศิษย์ใหม่เดินทาง เราต้องลงทะเบียน  จัดเก็บของมีค่าไว้ในถุงเก็บ แบ่งพื้นที่ฝั่งชายหญิง  แยกกันคนละส่วนมีคนที่มาปฏิบัติ 80 กว่าคน มีธรรมบริกรหญิง 6  ชาย  4 คอร์สนี้มีฝรั่งคนต่างชาติ 20 คน -  ผมจึงได้รับมอบหมายให้ดูแลพวกเขาเป็นหลัก เพราะพอพูดภาษาประกิดได้

 

            ตอนที่ผมช่วยเป็นธรรมบริกรให้ฝรั่งก็ตื่นเต้นดีครับ  แล้วก็ได้ช่วยเหลือศิษย์ พร้อมทั้งได้เรียนรู้เรื่องการรับใช้โดยปราศจากอัตตา  เพราะบางครั้งมักมีความคิดว่าทำไมต้องแบบนั้น  ต้องแบบนี้  ทำไมฝรั่งจึงไม่เข้าใจ ทำไมต้องเรื่องมาก คือ เป็นความคิดที่เราคิดไปเอง แต่พอปล่อยวาง และทำใจอุเบกขาก็รู้สึกว่าเขาเองก็มีทุกข์ ยิ่งมีศิษย์บางท่านที่ช่วงวันแรกๆ ปฏิบัติไม่ได้ เช่น นั่งไม่นานก็ออกห้องปฏิบัติ  หรือ เข้าห้องปฏิบัติช้า


            ด้วยความปรารถนาดี เราก็จะเข้าไป ตาม หรือไปหาเขา แต่บางครั้งแล้ว หากเราทำตัวเป็นเหมือนตำรวจ ก็จะไม่ให้สิ่งที่ควรทำ เพราะเราต้องเข้าไปคุยด้วยความเมตตา  ปรารถนาดี  มากกว่าจับผิด    แต่ทว่าบางครั้งบางเรื่องก็ต้องเด็ดขาด เ  ช่น การเอาหนังสือไว้อ่าน หรือ การพูดคุยกัน เราก็ ยกมือไหว้  บอกเขาให้ทราบเป็นสัญลักษณ์


            หลังจากปฏิบัติ ก็ได้คุยกับศิษย์หลายๆ ท่านที่เป็นคนต่างชาติ ผมก็พบว่าเขามีความสนใจเรื่องนี้มาก และศรัทธาในท่านอาจารย์โกเอ็นก้ามาก  เขาบอกว่ายิ่งทำให้ วิปัสสนา เป็น เรื่องสากล ที่ไม่แบ่งแยกศาสนาความเชื่อ นิกาย แล้ว เขายิ่งเข้าถึงได้ง่าย


 

            ซึ่งผมมองว่าเป็นสิ่งที่ท่านอาจารย์โกเอ็นก้า ตระหนักดีว่าหากจะบอกว่าเป็นของศาสนาพุทธโดยตรงๆ   ก็อาจถูกต่อต้านจากคนที่เป็นศาสนาอื่นได้ และคงไม่ได้รับการยอมรับในอินเดีย  ทว่าหากนำหลักความเป็นสากล  ความสัมพันธ์มาชี้ช่องแล้ว ยิ่งกลับกลายเป็นการเข้าถึงคนได้ทุกๆ คน


            ความทุกข์ไม่ได้แยกเชื้อชาติ ศาสนา เพศ วัย ฉะนั้นหนทางดับทุกข์ก็เช่นกัน ไม่มีเชื้อชาติ ศาสนา เพศ วัย มาเป็นกำแพงกั้น
            กลับมาที่ชีวิตประจำวันต่ออีกนิด งานที่ทำแต่ละวันก็มีตั้งแต่ ล้างจาน เตรียมเครื่องชง นั่งปฏิบัติร่วมกัน วันละ 3 ชั่วโมง ครั้งละ 1 ชั่วโมง 3 ครั้งมีทำความสะอาด เรือนพัก ห้องปฏิบัติรวม ฯลฯ               (มีแอบไปหลับตอนว่างด้วย) แต่ละวันตื่นตี 4 พัก 3 ทุ่มกว่าๆ หลังเสร็จงาน 3 ทุ่ม นั่งเมตตาภาวนากับอาจารย์


            มาครั้งนี้ ผูกพันกับพี่ๆ มาก เจอพี่ๆ ที่ดี น่าเคารพนับถือ อาจารย์เจือจันทร์ มีเมตตามาก พี่ๆ ทุกคน คงจะเอ็นดูผมเพราะอายุ น้อย แล้วก็ยังห่างจากพี่ๆ บางคน 20 ปีเป็นอย่างน้อย คือรุ่นลูกเลยก็ว่าได้ (ผมพึ่งจะ 23 ขวบ ตอนวันที่ 11 ก.พ. นี้เอง)


            การปฏิบัติแนวนี้ คือ ท่านอาจารย์ "โกเอ็นก้า" ได้เป็นผู้สอน ซึ่งบรรยายผ่านเทป โดยมีอาจารย์ที่ได้รับการแต่งตั้งจากอาจารย์โกเอ็นก้ามาสอน


            ใครที่จะมาปฏิบัติก็สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ www.thaidhamma.net การปฏิบัติแนวนี้เน้นนั่งปฏิบัติ - ดูเวทนา - พัฒนาอุเบกขา - ตระหนักในอนิจจัง เป็นสำคัญ


            ผมวางแผนว่า จะมาปฏิบัติ 10 วัน ปีละ 1 ครั้ง สลับกับการเป็น ธรรมบริกร คือ 6 เดือนจะมาครั้งหนึ่ง, หวังว่าพี่ๆ ที่ทำงานด้วยกัน, เพื่อนที่รัก, และคนที่ผมรัก จะเข้าใจ และอนุโมทนา ให้มานะครับ


            การมาเป็นธรรมบริกรในครั้งนี้ทำให้ทราบว่า ที่ศูนย์  ( ทั้งที่ธรรมอาภาและที่อื่นๆ )     ยังขาดธรรมบริกรแต่ละคอร์สอยู่มาก,        ใครที่อยากเป็นธรรมบริกร   จะต้องเคยเป็นศิษย์เก่ามาก่อน  หรือเคยปฏิบัติ  คอร์ส 10 วัน มา 1 ครั้ง


            คืนหนึ่งอาจารย์ถามพวกเราว่าพอจะมีใครอยู่ต่อได้ไหม   เพราะยังหาธรรมบริกรไม่ได้  ทั้งชายและหญิง ตอนนั้นผมอยากจะอยู่ต่อมาก เพราะรู้สึกว่าการเป็นธรรมบริกรช่วยทำให้ตนเองพัฒนาเมตตาและอุเบกขาต่อตนเองและผู้ปฏิบัติได้มาก และที่สำคัญ ยังได้ช่วยเหลือผู้ปฏิบัติหลายท่านด้วย.... แต่เสียดายที่มีงาน และชีวิตที่ยุ่งเหยิง จึงไม่สามารถอยู่ได้ - -'

            การปฏิบัติแนวนี้ ท่านโกเอ็นก้า และบรรดาอาจารย์ทั้งหลาย ต่างมุ่งหวังให้เราพบกับความพ้นทุกข์ ความสุขที่แท้จริง โดยการทำวิปัสสนา ที่เน้นฐาน เวทนา เป็นหลัก


            โดยมีแนวปฏิบัติ ดังนี้

            3 วันแรก - ทำอานาปานสติ

            7 วันที่เหลือ - ทำวิปัสสนา เป็นขั้นๆ ไป

            วันสุดท้าย - เมตตาภาวนา
 
            ในการมาเป็นธรรมบริกรครั้งนี้, ผมพบว่าตัวเองวางอุเบกขาได้ดีขึ้น เมื่อเกิดเวทนาละเอียดมากๆ ผมก็มีสติ ในอุเบกขา และพิจารณาถึงอนิจจัง เมื่อเกิดเวทนาหยาบผมก็มีสติในอุเบกขาและพิจารณาถึงอนิจจัง
เกิดขึ้น - ตั้งอยู่ - ดับไป


            เรื่องความรัก ความเข้าใจก็เหมือนกันนะ มีเกิดขึ้น มีตั้งอยู่ ก็ต้องดับไป จบลง เราอาจคาดหวังอนาคตมากมายให้ความรักออกมาแบบนั้นแบบนี้แต่ความรักที่อยู่กับปัจจุบันนั่นคือสิ่งสำคัญที่สุดในความยาวนานแห่งรัก
 



ความคิดเห็นที่  8

....ขออนุโมทนาด้วยคนครับ....            ....ขอสรรพสัตว์ทั้งหลาย จงหลุดพ้นเถิด จงหลุดพ้นเถิด ....
ขอแสดงความยินดิที่ท่านได้เป็นธรรมะบริกร เพื่อจะได้มีโอกาสฝึก และมีโอกาสช่วยเหลือคนอื่นต่อไปครับ
... ผมไปปฏิบัติครั้งที่ 2 เมื่อ 24 เมย. - 5 พค. 55 ที่ผ่านมาครับ กับอาจารย์เจือจันทร์ ลิมจิตติ ท่านเมตตามากๆกับผมและศิษย์ทุกคน ..จัดอบรมที่ หาดใหญ่ครับ งานนี้มีชาวต่างชาติ 1 ท่าน มีเด็กวัยรุ่น 6 ท่าน อายุน้อยสุด 18 ปี เป็นอะไรที่ดีสุดๆ ผมขออนุญาติ ถอดคำพูดของน้องท่านหนึ่งที่เข้ามาอบรม มาเสนอเพื่อเป็นข้อคิดนะครับ ว่า เวลาและโอกาสที่ได้มาพบการปฏิบัติวิปัสสนาที่เป็นสากลมากๆ และตรงๆ นั้นสำคัญและคุ้มค่ากับการเกิดเป็นมนุษย์จริงๆ (คิดว่าน้องคงไม่ว่านะครับ)  ... ความว่า.. "คุณป้าจ้างผมให้มาอบรมครับ 5 พัน และถ้าผมปฏิบัติได้ดีคุณป้าก็จะให้ผมเพิ่มอีก แต่พี่ครับหลังจากอบรมถึงวันนี้ วันที่ 9 วันที่อนุญาติให้ผมพูดได้ ผมบอกได้เลยว่า ถ้าไม่ใช่เวลาของผม จ้างผม 2 แสน ผมก็ไม่มา เป็นอะไรที่ดีมากๆ ถึงผมจะยังไม่เข้าใจอะไรมากนักแต่ก็ภูมิใจที่ผ่านมาได้.....  แล้วก้มีเรื่องของท่านอื่นๆที่เป็นอะไรที่โดนใจมากๆอยากเล่าให้ฟังแต่คงจะเปลืองเนื้อที่เปล่า   เอาเป็นว่า น้องเค้าจัดว่ามีบุญเก่า และก็โชคดีมากๆ คิดว่าท่านผู้อ่านคงเห็นด้วยกับผมนะครับ  หากใครจะร่วมคุยเป็นกัลยาณมิตรกันก็เมล์มาคุยกันนะครับ....  ขอบคุณครับ....

สหรัก จันทร์สุคนธ์   (22 พฤษภาคม 2555  เวลา 17:43:57)

ความคิดเห็นที่  7

ก่อนอื่นต้องขออนุโมทนาบุญกับท่านด้วย  ขอให้เจริญทั้งทางโลกและทางธรรม  เพิ่งกลับจากการปฎิบัติ3-14สิงหา54มาค่ะ  ดีมากค่ะ

สาธุ   (15 สิงหาคม 2554  เวลา 16:13:59)

ความคิดเห็นที่  6

ขออนุโมทนาบุญด้วยค่ะ

เพิ่งไปครั้งแรกเมื่อวันที่ 6-17 กค. 2554 ที่ผ่านมา สามวันแรกคิดว่าตัวเองจะอยู่ไม่ได้แต่หลังจากนั้นสมาธิทำให้
ดิฉันรู้สึกดีขึ้นเยอะและอยากจะกลับไปอีกครั้งนึง

bistro   (20 กรกฎาคม 2554  เวลา 23:05:42)

ความคิดเห็นที่  5

.....ขอให้ข้าพเจ้าได้พบเจอหนทางที่ดี ได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ต่อไป....ใช้ชิวิตที่เหลืออยุ่ให้อย่างคุ้มค่าและมีเมตตาต่อทุกสรรพสิ่งที่อยู่บนโลกใบนี้......

kanrawee....   (13 ธันวาคม 2553  เวลา 15:50:50)

ความคิดเห็นที่  4

ขอบคุณท่าน อาจารย์ โกเอ็นก้ามากค่ะ ที่ดิฉันได้เข้ารับการอบรมในช่วงเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา ที่ศูนย์ธรรมศรีมันตะ อ.ป่าซาง จ. ลำพูน ขอบคุณผู้จัดการอบรม ธรรมบริกร เจ้าหน้าที่ แม่ครัว ที่ได้ดูแล ทุกสิ่ง ทุกอย่าง ตลอดจนจบหลักสุตร ได้พบเจอกัลยณมิตร ที่ได้หยิบยื่น มิตรไมตรี ให้แก่กันและกัน มันเป้นความรู้สึกที่เกิดขึ้นในระหว่าง ที่เข้ารับการอบรม ถึงแม้ว่าตลอดระยะเวลา เราจะไม่ได้พูดคุยกัน แต่วันสุดท้าย รู้สึกว่าทุกสิ่ง ทุกอย่าง เราได้นำมาแชร์ ให้แก่กัน ได้แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ นับว่าครั้งนี้ดิฉันโชคดีมาก และมาถูกทางแล้ว ทุกวันนี้ ดิฉันยังได้นำคำสอนของท่านอาจารย์ มาปฏิบัติในชีวิตประจำวัน และจะพยายามทำ..ให้ดีที่สุด.....ขออนุโมทนาบุญในครั้งนี้ ที่ดิฉัน ได้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบในครั้งนี้ด้วยค่ะ*****

kanrawee....   (13 ธันวาคม 2553  เวลา 15:45:34)

ความคิดเห็นที่  3

....ขออนุโมทนา...ในผลแห่งบุญบารมีนะครับ...คุณพันธกุมภา...และ..คุณ..kanrawee...
ขอให้เจริญในธรรมนะครับ  และ ขออวยพรให้ปราศจากอุปสรรคทั้งปวง....
ได้พบกับเส้นทางที่อบอวลไปด้วยความสุขในชีวิตนะครับ......

ผู้ผ่านทาง   (2 ตุลาคม 2553  เวลา 13:09:04)

ความคิดเห็นที่  2

เป็นคนที่ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต อยากไป ปฏิบัติธรรม กับท่าน อาจารย์ โกเอ็นก้า จังเลยคะ ตอนนี้ดิฉันได้เตรียมตัว เตรียมใจแล้ว หากบุญนำพา ให้ไปเจอสิ่ง ดี ดี ฉันคงมีโอกาสสักครั้ในชีวิตนี้ ขอบพระคุณ ที่ทำให้ได้มาเจอ web นี้ ได้อ่านข้อความข้างบนแล้วรู้สึกดี อย่างบอกไม่ถูกเลยคะ.....

kanrawee   (13 สิงหาคม 2553  เวลา 23:13:29)