Loading ...

            ช่วงที่ผ่านมาวันเข้าพรรษา ผมพาตัวเองไปเข้าวัดมาครับ แถวๆ เกาะสีชัง ได้ไปกับคนที่รักและใช้ชีวิต ดูจิตสนทนาธรรมและดื่มด่ำบรรยากาศอบอุ่นจากไอทะเล ทำกับข้าวกินกันริมชายฝั่ง นั่งนับดาวยามราตรี มีเวลาก็ขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวรอบเกาะ หาซื้อเงาะ ซื้อทุเรียนมานั่งกิน รินน้ำเปล่าชนกัน คุยเรื่องความฝันร่วมกันมากมาย

 

            ที่จริง ผมก็ไม่ได้คิดว่าวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไรหรอกนะครับ แต่มีความสุขล้นเปี่ยมในปัจจุบัน และรู้สึกอิ่มตัว อิ่มใจ และไม่อยากจะหาใครมาในชีวิตอีกแล้ว ทำนองว่าพอมาเจอเธอผมก็อยากจะหยุดไว้ตรงนี้ ซึ่งอันนี้ไม่เกี่ยวกับรักแท้หรือไม่แท้นะครับ แต่ผมรักจริงครับพี่.....ผม ว่าเราสองคนมีความเหมือนกันคือ    เราเป็นคนที่สนใจในธรรม และปฏิบัติธรรมเหมือนกัน แถมยังช่วยเกื้อกูลกันดูจิต แลกเปลี่ยนธรรมะ ทุกๆ วัน    นี่จึงเป็นความดีนิดน้อยที่เรามีเสมอกัน....

            ผมจำได้ว่าแต่ละวันที่เราได้คุยกัน เราจะถามกันเสมอว่าวันนี้ ทุกข์กัดบ้างไหมและแลกเปลี่ยนกันว่าดูจิตเป็นอย่างไรบ้าง อารมณ์เป็นอย่างไร ความคิดเป็นอย่างไร แล้วก็คอยช่วยแนะนำกัน แต่นอกจากนี้เราก็คุยกันตามประสาคนหนุ่มสาวนะครับ มีเรื่องที่บางครั้งไม่เข้าใจกันบ้าง ทะเลาะกัน หึง หวง น้อยใจ รำคาญ หงุดหงิด

            ผม กับเธอมักจะคุยกันดูความกรุณา และเวลาที่เธอ ร้อนผมก็จะใช้ เย็นคอยโอบอุ้มการสนทนา ทำให้เธอเย็นลงและได้สติคุยกันมากขึ้น พี่เชื่อไหมครับ มีตอนหนึ่งที่ต่างฝ่ายต่าง ร้อนใส่กัน จนต้องงอนกันไปทั้งคู่ แล้วเราก็ตัดสินใจว่าจะไม่คุยกันสักสองสามวัน

 

            แต่เวลาผ่านไปไม่ถึงค่อนวัน ผมก็โทรศัพท์ไปหา และเธอก็รับ เมื่อทั้งผมและเธอใจเย็นลง เราก็เริ่มคุยกัน สรุปสิ่งที่เกิดขึ้นว่าเป็นอย่างไร รู้สึกอย่างไรบ้าง นอกจากนี้ก็แนะนำกันว่ามีอะไรที่ทำแล้วสบายใจ หรือทำแล้วไม่สบายใจ อะไรที่ไม่ชอบให้ทำ อะไรที่ชอบให้ทำ

            การได้คุยกันอย่างตรงไปตรงมาอย่างมีเมตตากรุณาต่อกันทำให้เราผูกพันและเข้าใจกันมากยิ่งขึ้น

            ที่ผมเล่าให้ฟังเพียงเพราะอยากจะบอกว่า ขณะนี้ผมมีความสุขกับความรักมากมาย แต่อนาคตผมไม่มั่นใจเท่าไหร่นักเพราะ เหตุ” “ปัจจัยมันอาจจะเปลี่ยนแปลงเราสองคนไปได้

 

            พอพูดถึงเหตุปัจจัยนี้ ก็คิดมาได้ว่า เราสองคนตั้งใจว่าจะรักกันให้ดีที่สุดและจะไม่สร้าง เงื่อนไขให้เกิด ปัจจัยอันนำไปสู่ เหตุให้ได้เลิกร้างลากันไป

 

            บางครั้งเมื่อผมเห็นผู้หญิงคนอื่น แล้วรู้สึกชอบ ผมก็จะรู้ว่าเริ่มชอบ เริ่มใคร่ และจะตามรู้อารมณ์นั้นอย่างมีสติ ไม่หลงใหลไปกับอารมณ์หรือแรงดึงดูดทางเพศของตนที่มีต่ออีกฝ่าย และไม่สร้างเงื่อนไขในการเข้าไปคุย สนทนา ให้เขาหรือเราได้สานสัมพันธ์กันต่อ แต่จะคงไว้เพียงความเป็นเพื่อน เป็นคนรู้จักเท่านั้น

 

            และเหมือนกัน เมื่อมีชายคนอื่นมาคุยกับเธอ เธอก็จะปฏิเสธ ไม่ให้เบอร์โทรศัพท์กับใคร และบอกอีกว่า มีแฟนแล้วและหากใครที่ทำท่าจะมาจีบ เธอก็บอกว่าขอคุยแบบเพื่อน

 

            ตัวอย่าง ที่ยกมานี้ เป็นเพียงกระบวนการที่เราสองคนคิดว่า ถ้าเรามีสติ ไม่สร้างเงื่อนไข ให้ไปตามแรงดึงดูด ความใคร่ สิเน่หา ต่อคนใหม่ๆ แล้ว มันน่าจะช่วยทำให้เราสองคนเข้าใจและหล่อเลี้ยงความรักกันให้เป็นปัจจุบันต่อไป

 

            ตอนนี้ผมกับเธอ ก็ไม่ได้แก่อะไรมากมายนะ ชายหนุ่มวัยยี่สิบกว่ากับหญิงสาววัยย่างเข้ายี่สิบ เรายังมีอนาคตอีกไกลในสายตาของคนอื่นๆ ทว่าวันนี้เราสองคนมองว่าเราไม่รู้เลยว่าวันนี้อาจเป็นวันสุดท้ายของการมี ชีวิตที่เหลืออยู่ ซึ่งพอเราตระหนักถึงมรณานุสติข้อนี้มันจึงทำให้เราสองคนรีบทำอะไรโดยเร็ว เพื่อให้เป็นต้นทุนชีวิตต่อไปในภายภาคหน้า

 

            ถ้าเรายังไม่ได้สิ้นลมหายใจไปจริงๆ เราก็ช่วยเหลือเกื้อกูลกันแบบนี้ไปเรื่อยแหละครับ



ความคิดเห็นที่  1

^^ ครั้งหนึ่งที่เคยสัมผัสค่ะ  

น้องมุก   (6 กันยายน 2553  เวลา 00:56:26)