การจัดพื้นที่ทางสังคมเพื่อ Healthy Sexuality
นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ี
วันอังคารที่ ๑๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๐๘.๓๐ – ๐๙.๓๐ น.
[ดาวน์โหลดสไลด์ ขนาด 24.8 MB]
 

     วิทยากร ได้เกริ่นถึงหนังสือ Why is sex fun? ของ Jared Diamond ว่าเป็นหนังสือที่มีความน่าสนใจ มีเรื่องหนึ่งที่พูดถึงแมงมุมที่ผสมพันธุ์แล้วต้องตาย หลังจากนั้นวิทยากรได้กล่าวถึงข่าวที่นักวิทยาศาสตร์พยายามสร้างสเปิร์มจากไขกระดูกเพื่อให้คู่รักเลสเบี้ยนสามารถตั้งครรภ์ได้ เรื่องดังกล่าวเป็นประเด็นของสิทธิ แต่อาจมีนักคิดอนุรักษ์นิยมบางคนมาโต้แย้งว่ามันอาจทำให้วิวัฒนาการเสียหาย ซึ่งวิทยากรตั้งคำถามว่าการกระทำดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของวิวัฒนาการด้วยมิใช่หรือ? ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับแมงมุม มันเป็นเรื่องของสิทธิทางชีววิทยาเพื่อการส่งต่อพันธุกรรม ต่อไปอาจมีการคิดพัฒนามากขึ้นในแง่ของคู่เกย์และเลสเบี้ยน

 
สภาพชีววิทยากับการถ่ายทอดพันธุกรรม
     วิทยากรกล่าวถึงลิงชนิดต่างๆ และคนที่มีการแสดงอาการตกไข่ที่แตกต่างกัน เช่น กอลิร่าที่มีการตกไข่ที่ชัด หรือลิงบาบูที่แสดงการตกไข่ออกจากทางอวัยวะเพศ ในส่วนของมนุษย์เหตุที่ต้องซ่อนการตกไข่ไม่ให้เห็นเพราะลูกมนุษย์เมื่อเทียบกับช่องคลอดใหญ่มากเมื่อเทียบกับลิง ดังนั้นจึงจำเป็นมากที่ต้องมีคนช่วยเลี้ยงดูลูก ดังนั้นคนเป็นแม่ต้องชัวร์ว่าลูกรอด เพศชายที่เป็นคู่จึงต้องอยู่เคียงข้างเพศหญิงหลังมีเพศสัมพันธ์เพราะไม่รู้ว่าลูกเกิดมาหรือยังหรือแสดงความเป็นเจ้าของลูก

     การมีเพศสัมพันธ์ของมนุษย์ยังมีแง่มุมของความสนุกด้วย สามารถอธิบายด้วยเหตุผลทางชีววิทยาเป็นสิ่งที่แสดงความก้าวหน้ากว่าลิงและเป็นสิ่งที่มาพร้อมกับการซ่อนการตกไข่ทำให้การมีเพศสัมพันธ์มิได้ดำเนินอยู่เพื่อการสิบพันธ์เพียงอย่างเดียว
 
Sex Game Drug และ Violence

     วิทยากรมอง Sex Game ยาเสพติด (Drug) และ ความรุนแรง (Violence) เป็นเรื่องเดียวกัน เนื่องจากพฤติกรรมทั้งสี่แสดงให้เห็นถึงความเร็วในการเสพสุขที่มีเหมือนกัน เกมส์เวลาทำแต้มได้อย่างรวดเร็วก็เป็นความสุขอย่างหนึ่ง ยาเสพติดในปัจจุบันที่สร้างความสุขจะเกิดจากความเร็วไม่ว่าจะเป็นการสูบควันอย่างรวดเร็ว ความรุนแรงสร้างความสุขในแง่ของความเร็วในการใช้ความรุนแรง

     ปัจจุบันเราไม่สามารถสร้างความสุขให้เด็กอย่างช้าๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ การเล่นดนตรี หรือการปฏิบัติธรรม ความเร็วของการเสพสุขเป็นสิ่งที่มีเหตุผลมาจากการพัฒนาทางเทคโนโลยี เช่น การส่ง E-mail โทรศัพท์มือถือ หรือ รีโมตคอนโทร ทำให้รู้สึกว่าการกระทำต่างๆ มันสามารถทำได้อย่างรวดเร็วแล้วเราจะรอให้ช้าไปทำไม เครื่องมือต่างๆ เปลี่ยนพฤติกรรมและสมองของมนุษย์ทำให้กลายเป็นคนที่รอไม่ได้

 
ครอบครัว
     ครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเด็กในช่วง ๕ ขวบปีแรก พอหลังจากนั้นครอบครัวจะหมดบทบาทความสำคัญไป การเลี้ยงดูเด็กเปรียบเสมือนปิรามิด ฐานเป็นสิ่งที่มีความสำคัญในการสร้างความมั่นคงให้กับเด็ก

     ปิรามิดชั้นที่ ๑ (ขวบปีที่ ๑) ทารกจะไว้ใจสิ่งแวดล้อม ถ้าทารกไม่มีความไว้ใจภาวะแวดล้อมรอบตัวเด็กจะพัฒนาการช้าและไอคิวต่ำ ในช่วงนี้พ่อแม่ควรดูแลตอบสนองความต้องการให้เด็กไว้ใจสิ่งแวดล้อม เช่น หิวต้องกิน ร้อนต้องเปิดแอร์ หรือผ้าอ้อมเปียกก็เปลี่ยน

     ปิรามิดชั้นที่ ๒ (ขวบปีที่ ๒ - ๓) เด็กจะมีกระบวนการหาตัวตนในความเป็นมนุษย์ เด็กฆ่าตัวตายทุกวันนี้เป็นเพราะเขาไม่มีตัวตนส่งผลให้ไม่ค่อยมีความมุ่งมั่นต้องทำอะไร การเลี้ยงดูต้องสร้างตัวตนของเด็กให้มี โดยการให้ความดูแลลักษณะต่างๆ ต่อจากนั้นสร้างสายสัมพันธ์ของแม่กับลูกว่าเป็นสิ่งที่ดำรงอยู่จริงผ่านการดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งต่อจากนั้นพอเด็กโตขึ้นไปเด็กจะมีสายสัมพันธ์กับครอบครัวตลอดเวลา

     ปิรามิดชั้นที่ ๓ (ขวบปีที่ ๓ - ๕ ขวบ) เด็กจะตกตะกอนเรื่องเพศ ทางจิตวิทยาอธิบายว่าเด็กผู้ชายจะรักแม่และพบว่าข้างๆ แม่มีผู้ชาย (พ่อ) อันเป็นศัตรูที่ไม่สามารถเอาชนะได้ เด็กผู้ชายก็จะเรียนแบบพ่อเป็นพวกเดียวกัน ในทางเดียวกับเด็กผู้หญิงจะรักพ่อและพยายามทำตามแม่

     ปิรามิดชั้นที่ ๔ (ขวบปีที่ ๖ - ๑๐) เด็กจะมีทักษะในการทะเลาะ คืนดีและร่วมมือการทำงาน หากทำได้ดีก็จะเป็นฐานไปสู่วัยรุ่น
 
เพื่อน
     หลัง ๑๐ ขวบ เพื่อนจะมีความสำคัญกับเด็กมากขึ้น แต่เพื่อนในความหมายของวิทยากรอาจเป็นสิ่งต่างๆ ที่อยู่กับเด็กได้ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ ที่จะเป็นผลดีทำให้เด็กดำเนินชีวิตในมุมที่ช้าสามารถซึมซับกับการอ่านได้ ในแง่นี้การอ่านจึงเป็นสิ่งที่สามารถสร้างสรรค์เด็กได้ขึ้นอยู่กับว่าเด็กอ่านหนังสืออะไร? เช่นเดียวกับว่าเด็กมีเพื่อนอย่างไร? ในทางเดียวกันภาพยนตร์เป็นเพื่อนของเด็กอีกประเภทหนึ่ง และสามารถสอนเด็กได้มีหลายมุมที่น่าสนใจเช่นเดียวกับการ์ตูน และการใช้อินเตอร์เน็ต เช่น Hi5 อันเป็นสิ่งหนึ่งในการสร้างตัวตนของเด็กในสังคมภายนอก

     สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดก็เพื่อให้เห็นว่าเด็กและเยาวชนมีเครือข่ายและความสนใจในสิ่งต่างๆ ที่เชื่อมโยงกันมีพลังอำนาจใหญ่โตมาก ดังนั้นวิธีเดิมๆ ในการสอนควรเป็นสิ่งที่ต้องเปลี่ยนแปลงไป นอกเหนือจากการสั่งสอนหน้าเสาธง การตัดผมสั้น หรือการแต่งตัวให้มีระเบียบ ที่มิได้ส่งผลต่อเด็กอีกต่อไป เราต้องตามให้เท่าทันและเข้าใจเด็ก รวมถึงเปลี่ยนวิธีคิดเกี่ยวกับเด็ก
 
แลกเปลี่ยน
ผู้เข้าร่วมสัมมนา : เครือข่ายของเด็กในเรื่อง IT แต่ครูค่อนข้างยากในการใช้ IT ในส่วนของเครือข่ายมันจะสามารถทำได้หรือไม่ว่าเป็นเครือข่ายระหว่างครูกับคุณหมอทางจิตแพทย์ในการให้คำแนะนำว่าควรทำอย่างไร?
นพ.ประเสริฐ : ในอดีตเคยไปให้ความเชื่อเหลือให้คำปรึกษาเด็กที่มีปัญหาแต่พบว่าตอนหลังปัญหากลับมิได้ลดลงเลย เลยปรับเปลี่ยนมาให้คำปรึกษาแทน เครือข่ายเป็นสิ่งที่สามารถสร้างได้ แต่ต้องมีกระบวนการให้เหมาะสมการเรียนรู้ที่แท้จริงและรับฟังกันอย่างแท้จริง และพันธกิจที่ต้องทำต้องเป็นสิ่งที่มีความเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

ผู้เข้าร่วมสัมมนา :
หากเด็กไม่มีพ่อแม่แล้วจะมีใครมาทดแทนได้ไหม?
นพ.ประเสริฐ : มีได้ แต่ผมชอบติดปากว่าพ่อแม่ ผู้ที่จะมาทดแทนเป็นใครก็ได้ที่ทำหน้าที่เลี้ยงดูในวัยเด็ก