เรื่องเพศในสังคมไทย : ปฏิบัติการสังคมไทยในการควบคุมเซ็กส์กับเพศสภาวะและเพศวิถีที่เปลี่ยนไป
รศ.ดร.กฤตยา อาชวนิจกุล มหาวิทยาลัยมหิดล
วันอังคารที่ ๑๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๐๙.๓๐ – ๑๒.๐๐ น.
[ดาวน์โหลดสไลด์ ขนาด 1.1 MB]
 

     วิทยากร ถามผู้เข้าร่วมประชุมว่าการควบคุมเรื่องเพศคืออะไร? หลังจากเล่าเรื่องความสัมพันธ์ของหญิงชายให้ผู้เข้าร่วมฟัง ต่อจากนั้นได้กล่าวประเด็นเรื่องอายุที่เหมาะสมในการมีเพศสัมพันธ์ของแต่ละสังคม เช่น สหรัฐอเมริกาที่ต้องมีอายุ ๑๘ ปี ส่วนในสังคมไทยเป็น ๑๕ ปี ในแง่นี้การกระทำดังกล่าวเปรียบเสมือนการควบคุมของรัฐ

 
เรื่องเพศในสังคมไทย
     วิทยากรได้ให้ผู้เข้าร่วมสัมนาเขียนสิ่งที่คิดว่าควรทำ (Do) และห้ามทำ (Don’t) ในเรื่องเพศที่ปรากฏในสังคมไทย สิ่งที่ผู้เข้าร่วมตอบมิได้แตกต่างไปมากจากที่กลุ่มการอบรมก่อนหน้านี้ได้ตอบมาคือคล้อยตามกับกรอบคิดเรื่องเพศกระแสหลักที่รับทราบกันโดยทั่วไป
 
เพศสรีระ
  • จิ๋ม = หญิง
  • จู๋ = ชาย
  • จู๋+จิ๋ม = Intersex

     Intersex นั้นใครเป็นผู้ตัดสิน? คำตอบมีทั้งตัวของคนผู้นั้น หมอ พ่อแม่ และสังคม งานวิจัยในสังคมไทยพบว่ามีการตัดสินว่าควรเป็นหญิงหรือชายโดยการแพทย์หรือให้หมอเป็นคนบอก แล้วเวลาหมอบอกก็จะบอกตามมาตรฐานว่ามีอะไรและควรเป็นอะไร เช่น มีนมควรเป็นผู้หญิง เป็นต้น ซึ่งในความเป็นจริงตัวบุคคลอาจอยากเป็นในสิ่งที่ตรงข้ามก็ได้

     คนส่วนใหญ่ที่เกิดมาจะมีเพศสรีระที่เห็นได้ชัดแต่จะมีประมาณ ๑ - ๒% ที่เป็น Intersex คำว่าเพศสรีระจะมาเกี่ยวข้องกับคำว่า Gender

 
เพศภาวะ (Gender)
     เพศภาวะเป็นสิ่งที่สังคมสร้างขึ้นในส่วนของเพศสรีระเป็นสิ่งที่ติดมาทางกาย ความเป็นผู้หญิง ความเป็นผู้ชาย เป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมา วิทยากรให้ผู้เข้าร่วมเขียนว่าความเป็นชายคืออะไร? และความเป็นหญิงคืออะไร? พบว่าส่วนใหญ่เขียนตามสิ่งที่สังคมบอกว่าผู้ชายควรต้องเข้มแข็งไม่ร้องไห้ ส่วนผู้หญิงต้องอ่อนแอ นุ่มนวล และเรียบร้อย สิ่งเหล่านี้สอดแทรกไปในการศึกษาของไทยด้วย

     ความหมายของเพศภาวะ คือ ภาวะแห่งเพศ เป็นสิ่งที่แตกต่างกันตามเงื่อนไขทางการเมือง สังคม เศรษฐกิจและวัฒนธรรมอันแตกต่างกันตามแต่ละช่วงเวลา เพศภาวะสามารถมีได้นอกเหนือจากความเป็นชายและหญิง อาทิ ทอม ดี้ ตุ๊ด เกย์ ฯลฯ ในสังคมไทย คำว่า ทอม ดี้ ตุ๊ด น่าจะเป็นสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานนี้พร้อมกับความเปลี่ยนแปลงในสังคมไทย
 
เพศวิถี เพศธรรม เพศมิติ มิติประเวณี (Sexuality)
     Sexuality คือ ความเชื่อมโยงระหว่างวัฒนธรรม จิตใจ และการให้คุณค่าต่อเอกลักษณ์ของพัฒนาการทางเพศในแต่ละแบบ ความปรารถานา ภาพพจน์ในร่างกายตัวเอง รสนิยมทางเพศ ความรักเชิงพิศวาส และรวมถึงสุขภาวะทางเพศ Sexuality เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกับกรอบคิดของเพศภาวะ (Gender) และอิงอยู่กับเพศสภาวะ (เช่น หากมีอวัยวะเพศแบบผู้หญิงก็ควรต้องมี Gender แบบหญิงและมีแบบแผนปฏิบัติทาง Sexuality แบบผู้หญิงตามที่สังคมต้องการ เป็นต้น) กรอบคิดทาง Sexuality ดังกล่าวนี้มีผลทำให้เกิดการควบคุมในเรื่องเพศและการแสดงออกทางเพศต่างๆ ในสังคม เช่น ผู้ชายไม่ควรไว้ผมยาว หรือ ผู้หญิงควรต้องเรียบร้อย อันส่งผลเกิดอำนาจที่กดทับความหลากลายของแบบแผนทาง Sexuality อื่นๆ
 
ความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่คุกคามสิทธิทางเพศของผู้หญิง
  • ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อ-แม่กับลูก
  • ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ให้บริการ กับ การบริการ ใช้ในทางการแพทย์
  • ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชน ที่คุกคามสิทธิมาโดยตลอด แต่ในปี พ.ศ.๒๕๑๗ และ พ.ศ.๒๕๔๐ มีการใส่สิทธิในเรื่องหญิง ชาย และความเท่าเทียมกันลงไป
  • ความสัมพันธ์ระหว่างซีกโลกเหนือกับซีกโลกใต้
 
วัฒนธรรมทางเพศแบบไทยๆ
วัฒนธรรมทางเพศเป็นเรื่องของระบบการให้ความหมาย ความรู้ ความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องเพศ และปฏิบัติการทางสังคมเกี่ยวกับระบบการให้ความหมายและความเชื่อเรื่องเพศ สามารถจำแนกพอสังเขปได้ดังต่อไปนี้
  • มีมาตรฐานซ้อนทางเพศ - ผู้หญิงถูกควบคุมมากกว่าผู้ชาย
  • สร้างระบบเพศภาวะแบบแข็งทื่อ ตายตัว – การเรียนรู้ในโรงเรียนจะสอนแค่ผู้หญิง ผู้ชาย ไม่พูดถึงแง่มุมหรือเพศภาวะอื่นๆ
  • เพศวิถีศึกษาทั้งในและนอกระบบโรงเรียนเป็นการเรียนรู้ หล่อหลอม ขัดเกลาให้เพศชายทำร้ายเพศหญิงอย่างไม่รู้ตัว
 
การควบคุมเรื่องเพศ
     หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๕ การควบคุมเรื่องเพศ คือ การควบคุมผ่านกรอบเพศภาวะที่เน้น “ผู้หญิงที่ดี” โดยเฉพาะผู้หญิงชนชั้นกลาง เพื่อให้เป็นแม่บ้าน แม่เรือนอย่างสมบูรณ์ นอกจากนั้นเนื้อตัว ร่างกาย ของผู้หญิงเป็นเหมือนพาหะที่กระตุ้นราคะและความต้องการทางเพศให้กับผู้ชายดังนั้นควรต้องถูกปกปิด ความรู้เรื่องเพศดังกล่าวเป็นสิ่งที่ควบคุมเรื่องเพศของสังคมไทยโดยเฉพาะในผู้หญิง

     ความคิดดังกล่าวนี้พัฒนามาจากแนวคิดแบบวิคตอเรียนในประเทศอังกฤษ ที่รับเข้ามาโดยชนชั้นสูงไทยตั้งแต่รัชกาลที่ ๕ และรัชกาลที่ ๖ อันจบการศึกษาและรับแนวคิดจากอังกฤษโดยตรง สังคมไทยไม่เคยตั้งคำถามต่อการดำรงอยู่ของแบบแผนทางเพศดังกล่าวเลย โดยที่ความคิดนี้ก็ได้ส่งผ่านให้กับคนรุ่นพ่อแม่ จนถึงทุกวันนี้ ส่งผลให้เกิดการมองเรื่องเพศในทางลบ ที่สอนให้ผู้หญิงเห็นเรื่องเพศเป็นเรื่องอันตรายต่อสถานภาพในสังคมไทย โอกาสทางการศึกษา และหน้าที่การงาน
 
การ (ไม่ค่อย) ควบคุมเรื่องเพศ
     สังคมไทยคาดหวังว่าชายแท้ต้องประพฤตินอกกรอบจริยธรรมทางเพศมิฉะนั้นก็ไม่ใช่ชาติชาย หลอมสร้างให้ผู้ชายไทยเกือบทุกคนมีทักษะและความรู้เรื่องเพศจากเพศสัมพันธ์แบบฉาบฉวย กรอบคิดดังกล่าวนี้ได้กดดันให้ผู้ชายที่ไม่ต้องการมีเพศสัมพันธ์กับหญิงอื่นหรือการเที่ยวประเวณีถูกตั้งคำถาม การสั่งสอนผู้ชายในเรื่องเพศและเซ็กส์ไม่ได้มีมากนัก พ่อแม่ ครู อาจารย์ไม่ค่อยสั่งสอนพูดคุยกับเด็กชายว่า เพศสัมพันธ์ที่เหมาะสมควรประพฤติตนอย่างไร? หากแต่จะเป็นเรื่องการควบคุมมากกว่าให้คำแนะนำในเรื่องของการมีเพศสัมพันธ์หรือความสัมพันธ์ทางเพศ
 
เซ็กส์สมัยใหม่และเพศวิถี : การตอบโต้ต่อกระแสจารีตเรื่องเพศ
     หลังเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ เกิดสภาวะปลดปล่อยความเชื่อเรื่องเพศของกระแสจารีต เพราะความรู้และแหล่งข้อมูลเรื่องเพศที่ส่งผ่านและเสพกันในสังคมไทย มีวิวาทะเรื่องการทำแท้ง การเรียกร้องสิทธิ ทำให้เกิดการเปิดแนวคิดทางการเมืองและในเรื่องอื่นๆ สังคมเหมือนถูกเปิดขึ้นมีเสรีภาพมากขึ้น

     ความคิดเรื่องสิทธิและเสรีภาพในเรื่องเพศดังกล่าวพัฒนาขึ้นมาจนถึงปัจจุบันจนทำให้เกิดการพูดคุย และยอมรับในเรื่องเพศมากขึ้นในคนกลุ่มใหม่ของสังคมที่เกิดและตอบโตหลัง พ.ศ. ๒๕๑๖ และขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน เซ็กส์ในวัยเรียน การรักเพศเดียวกัน มิใช่เรื่องที่เสียหายต่อไปในสายตาของคนกลุ่มใหม่นี้ และทัศนะเรื่องเพศกลายเป็นสิ่งที่มีความสวยงามหรือเป็นปกติ
 
เพศภาวะและเพศวิถีที่เปลี่ยนไป
  • เกิดการเปลี่ยนผ่านการควบคุมเพศภาวะเข้าสู่กระแสเพศวิถีแต่กรอบคิดเกี่ยวกับเพศภาวะหญิงชายยังคงเดิม ความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงอาจยังดำรงอยู่และเข้มข้นขึ้น กล่าวคือ คำพูดเปลี่ยนแต่ความคิดยังคงเดิม
  • คนไทยรุ่นอายุน้อย ติดอยู่ระหว่างโลกสองโลก คือ ครอบครัวและโรงเรียน กับโลกภายนอกที่ให้ความรู้เรื่องเพศอย่างไม่จำกัด
  • ข้อมูลความรู้เรื่องเพศส่วนใหญ่ยังเป็นข้อมูลที่ไม่ไทย ต้องนำมาปรับใช้อีกเยอะ