ความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ในเรื่องสุขภาพทางเพศ
นายเพทย์ทวีทรัพย์ ศิรประภาศิริ กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ
วันพุธที่ ๑๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๑๓.๐๐ – ๑๖.๐๐ น.
[ดาวน์โหลดสไลด์ ขนาด 5.2 MB]
 
อนามัยการเจริญพันธุ์

     อนามัยเจริญพันธุ์ หากใช้นิยามที่ได้รับการกล่าวถึงทั่วไปคือ สภาพที่มีความสมบูรณ์กันทั้งร่างกาย จิตใจ สังคม หรือทุกสิ่งที่อยู่ที่เกี่ยวข้องกับการเจริญพันธุ์ มนุษย์มีความพึงพอใจและปลอดภัยทางเพศ จากความหมายนี้ดูเหมือนรวมคำว่า “สุขภาพทางเพศ” ที่ถูกให้ความสำคัญไปแล้วด้วย

 
สถานการณ์ทางเพศในปัจจุบัน

     ปัจจุบันอายุแรกของการมีประจำเดือนเร็วขึ้น คือ ๑๒ ปี และแต่งงานช้าลง ได้ส่งผลให้โอกาสที่จะมีลูกก่อนแต่งงานเยอะขึ้น ผลที่ตามมา คือ เยาวชนจะมีความเสี่ยงนานาชนิค อาทิ ความเสี่ยงในการท้องโดยไม่ตั้งใจ อายุน้อยลงเวลาตั้งครรภ์ หรือปัญหาการแท้งที่มีปลอดภัย แต่ที่พบมากและน่าพูดถึงคือความรุนแรงทางเพศโดยเฉพาะในเวลาตั้งครรภ์ มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่าปัจจุบันวัยรุ่นอเมริกัน ๑ ใน ๔ มีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างน้อย ๑ ชนิด โรคที่วัยรุ่นอเมริกันเป็นมากที่สุดตามลำดับ คือ หูด เริม หนองในเทียม

 
การคุมกำเนิด
     สิ่งที่ควรพูดอยู่เสมอเกี่ยวกับการคุมกำเนิด คือ วัยรุ่นใช้การคุมกำเนิดน้อยมาก สิ่งนี้เป็นปัญหามากเพราะวัยรุ่นรู้จักมีเพศสัมพันธ์ก่อนการคุมกำเนิด และวัยรุ่นอีกจำนวนมากมีเพศสัมพันธ์ก่อนถึงวัยที่ต้องเรียนเพศศึกษา นอกจากนี้ยังพบว่าวัยรุ่นไม่คิดว่ามีความเสี่ยงในการมีเพศสัมพันธ์

     การให้บริการทางการแพทย์เพื่อสุขภาวะทางเพศของวัยรุ่นเป็นสิ่งที่ยังคงมีปัญหา ผู้ให้บริการ (บุคลากรทางการแพทย์) ยังคงมีอคติทางลบต่อการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร การคุมกำเนิดมีหลายประเภทด้วยกันอันได้แก่

     การคุมกำเนิดด้วยตัวเอง เช่น การห้ามมีเพศสัมพันธ์ แต่วิธีที่วัยรุ่นมีการใช้มากที่สุดคือการถอนอวัยวะเพศออกก่อนหลั่ง รองลงมาคือการนับหน้า ๗ หลัง ๗

     การคุมกำเนิดแบบ Barrier Method เป็นวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสมกับวัยรุ่นมากที่สุด ได้แก่ การใช้ถุงยางอนามัย การใช้ถุงอนามัยผู้หญิง ที่มีเปอร์เซ็นการตั้งครรภ์ต่ำกว่าการคุมกำเนิดประเภทอื่นๆ ดังนั้นโดยหลักแล้ววิธีที่เป็นสิ่งที่ดีสุดสำหรับการคุมกำเนิดและการคุมแพร่กระจายเชื้อติดต่อทางเพศสัมพันธ์คือการใช้ถุงยางอนามัย แต่มีโอกาสพลาดได้ จากสาเหตุเช่น การใส่ไม่ถูกวิธี เป็นต้น

     การใช้ยาคุมกำเนิด เป็นสิ่งที่คนใช้มากที่สุด สามารถใช้ได้ผลดีหากกินทุกวันและตามวิธีที่ถูกต้อง เช่น กินหลังมีประจำเดือน ๕ วัน แต่หากไม่ทำตามวงดังกล่าวอาจต้องมีวิธีการคุมกำเนิดอย่างอื่นร่วมด้วย นอกจากนี้ยังมีแผ่นปะผิวหนังคุมกำเนิดทำงานโดยให้ยาซึมลงไปตามผิวหนังมีระยะเวลา ๑ สัปดาห์

     ห่วงคุมกำเนิด ห่วงคุมกำเนิดวัยรุ่นก็ไม่ค่อยใช้เพราะใส่ยากหากยังไม่มีลูก และยังมีโอกาสสร้างอาการรุนแรงติดเชื้อกามโรคเพิ่มขึ้น ไม่แนะนำให้ใช้สำหรับผู้ติดเชื้อ HIV เพราะเวลามีประจำเดือนจะมีเลือดออกมามากกว่าปกติ

     การคุมกำเนิดฉุกเฉิน ประสิทธิภาพดีพอสมควรหากทำตามกำหนด คือ กินยาภายใน ๗๒ ชั่วโมง แต่มีผลข้างเคียงในเรื่องของการคลื่นไส้อาเจียน ไม่มีผลแทรกซ้อนรุนแรงแต่อย่างใด ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินค่อนข้างได้ผลดีมาก

     แต่อย่างไรก็ดีการคุมกำเนิดไม่ได้รวมถึงการป้องกันโรค ในแง่นี้เราอาจใช้ทั้งสองวิธีร่วมกัน หรือใช้ถุงยางอนามัยเพื่อการป้องกันโรคและป้องกัน จากผลการศึกษาพบว่าการคุมกำเนิดส่วนใหญ่ถูกใช้ในผู้ที่เคยมีลูกแล้ว ยกเว้นการใช้ถุงยาง (การใช้ยาคุม การใช้ยาฉีดคุมกำเนิด ฯลฯ) ที่จะใช้มากในวัยรุ่นด้วย

     นอกเหนือจากการคุมกำเนิดดังที่กล่าวมาแล้ว ปัจจุบันยังมีความพยายามคิดค้นวิธีการหรือเครื่องมือในการคุมกำเนิดใหม่ๆ ดังตัวอย่างเช่น สเปรย์คุมกำเนิดฉีดที่ผิวหนังที่ยังอยู่ในการวิจัย ยาฉีดสำหรับผู้ชาย ช่วยให้ไม่ผลิตสเปิร์มแต่สามารถหลั่งน้ำเชื้อได้ตามปกติ หรือการใช้เจลอุดหรือการหนีบท่อสเปิร์ม เพื่อการคุมกำเนิดฝ่ายชาย เป็นต้น

     จากงานศึกษาหลายชิ้นพบว่าการคุมกำเนิดเชิงเทคโนโลยีใช้ได้ดีพอสมควร แต่ปัญหาที่สำคัญคือกรอบของสังคมวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่ทำให้ต้องมีการคิดค้นวิธีการคุมกำเนิดให้เหมาะสม เช่น ถุงยางอนามัยป้องกันได้ดีแต่มีปัญหาต่อความเชื่อบางศาสนา นอกจากนี้ปัญหาอีกประการหนึ่งคือผู้ให้บริการคุมกำเนิด (ผู้ขายสินค้า) ยังไม่ให้ความสนใจหรือมีความเข้าใจผู้ที่ต้องการคุมกำเนิดอย่างดีพอ
 
แลกเปลี่ยน
ผู้เข้าร่วมสัมมนา : จุดมุ่งหมายที่พยายามพัฒนาการคุมกำเนิดอยู่นี้เป็นตัวหนึ่งหรือเปล่าที่ส่งผลให้เยาวชนมีเพศสัมพันธ์อย่างอิสระ
นพ.ทวีทรัพย์ : อาจต้องย้อนไปดูเรื่องการวางแผนของครอบครัวในอดีตที่ตอนแรกออกแบบคนที่มีคู่ แต่คิดว่ามันอาจเป็นสิ่งที่ไม่เกี่ยวกัน เช่นเดียวกับคำถามที่ว่าสอนเพศศึกษาจะทำให้เด็กมีเพศสัมพันธ์มากขึ้นไหม เทคโนโลยีที่คิดมาช่วยให้คนเราสนุกสนานกับชีวิตของเราได้และมีการวางแผน แต่เรื่องความพอดีคงต้องเป็นสิ่งที่ต้องมาถกเถียงกัน และการใช้เทคโนโลยีคุมกำเนิดเป็นสิ่งที่ต้องมาพร้อมกับการให้ความรู้ทางสังคมด้วย
 
การยุติการตั้งครรภ์
การยุติการตั้งครรภ์ยังเป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์อีกประเภทหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของเพศและการมีเพศสัมพันธ์ โดยมีวิธีที่มักใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ๓ แบบคือ การใส่ห่วงทองแดงที่ต้องทำภายใน ๕ วันหลังการมีเพศสัมพันธ์อันคาดว่าจะตั้งครรภ์ การใช้เครื่องดูดสูญญากาศสำหรับการตั้งครรภ์น้อยๆ และการขูดมดลูก เป็นสิ่งที่ได้ผลดีที่สุดถ้าทำได้ถูกวิธี

     นอกจากนั้นปัจจุบันยังมีวิธีทางการใช้ยาเพื่อการยุติการตั้งครรภ์ด้วย โดยตัวยาที่ได้รับความนิยมมี ๒ ชนิดคือMifepritone (RU ๔๘๖) และ Misoprotel (Cytotec) ยา Mifepritone (RU ๔๘๖) ยังไม่ได้จดทะเบียนจาก อย. แต่ก็ได้รับความนิยมพอสมควรและได้รับการยอมรับจากหลายประเทศ การใช้ยาทั้งสองชนิดนี้จะได้ผลดีต่อเมื่อใช้หลังการมีประจำเดือนครั้งสุดท้ายก่อนประจำเดือนขาด หลังจากนั้นภายใน ๒ วันจะต้องกิน Cytotec เพื่อขับออก การยุติการตั้งครรภ์โดยใช้ยาค่อนข้างได้ผลในแง่ที่ไม่ต้องมาขูดมดลูก

     วิทยากรเห็นว่าปัจจุบันกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพื่อการคุมกำเนิดและยุติการตั้งครรภ์ค่อนข้างพัฒนามากแล้วและค่อนข้างปลอดภัย ดังนั้นเราไม่ควรปล่อยไปใช้วิถีที่ไม่ปลอดภัย ประเทศไทยอนุญาตให้ยุติการตั้งครรภ์ได้ใน ๒ กรณีหลักคือ การตั้งครรภ์ที่เกิดจากการข่มขืน และการตั้งครรภ์เป็นอันตรายต่อสุขภาพของมารดาซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องตีความอีกว่าเป็นสุขภาพกายหรือสุภาพใจเพราะมีความสำคัญพอๆ กัน
 
การคุมกำเนิดเพศชาย
     ผู้เข้าร่วมฯ แลกเปลี่ยนว่าทำไมการคุมกำเนิดจึงชอบทำในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย วิทยากรกล่าวว่าวิทยาศาสตร์การคุมกำเนิดของผู้ชายมีความยากกว่าเยอะโดยเฉพาะในเรื่องฮอร์โมนที่ต้องคำนึงถึงความแข็งตัวของอวัยวะเพศที่อาจไม่เกิดขึ้น แต่ในความเป็นจริงก็มีเทคโนโลยีที่สามารถใช้ได้ดีทั้งสองเพศ เช่น การทำหมัน ซึ่งการทำให้หมันชายง่ายกว่าเยอะ แต่ผู้ชายมักไม่ทำ
 
Microbicide
     Microbicide คือ สารที่ใส่ไปในช่องคลอดเพื่อทำลายเชื้อ HIV ทั่วโลกพยายามหาวิธีการป้องกันตัวเองของผู้หญิงติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ Microbicide อาจอยู่ในรูปแบบ เยล เม็ด หรือแหวน ปัจจุบันยังไม่มี Microbicide ที่สามารถป้องเชื้อ HIV ได้ แต่กำลังอยู่ในช่วงการทดลองในหลายพื้นที่และอาจไม่เร็วนักที่จะสามารถใช้ได้
 
Pre exposure prophylaxis of HIV
     ยาป้องกันการติดเชื้อ HIV ก่อนรับเชื้อ (Pre exposure prophylaxis of HIV) มีความพยายามทดลองอยู่ในหลายพื้นที่ หลายกลุ่มคน และหลายเพศสภาวะ รวมถึงการศึกษาในสัตว์ ในประเด็นของเชื้อ HIV เราคงไม่อาจวางใจว่าจะได้สารที่สามารถป้องกันได้ ๑๐๐%
 
Post exposure prophylaxis of HIV
     ยาป้องกันการติดเชื้อ HIV หลังเกิดการกระทำที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ (Post exposure prophylaxis of HIV) เช่น จากอุบัติเหตุหรือการผ่าตัด ประสิทธิภาพยังไม่มีตัวเลขว่าบ่งบอก แต่มีข้อมูลจากประสบการณ์ว่าคนที่ได้ยาสามารถป้องกันการติดเชื้อได้ประมาณ ๗๐%

      **การติดเชื้อ HIV ในความจริงเป็นสิ่งที่มีหลายปัจจัยและอาจอยู่นอกเหนือการมีเพศสัมพันธ์ด้วย การติดเชื้อสูงสุดคือการติดเชื้อผ่านกระแสเลือด (๙,๐๐๐ ใน ๑๐,๐๐๐)
 
วัคซีนป้องกันเชื้อ HIV
     ทั่วโลกมีการทดลองในระยะที่ ๓ ที่เดียวอยู่ที่ประเทศไทย แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะได้ผลมากน้อยเพียงใด (คงประมาณ ๕๐ - ๖๐%) แต่ที่แน่ๆ คือไม่มีผลข้างเคียง ปัจจุบันมีมากกว่า ๕๐ โครงการศึกษาที่หลายประเทศและหน่วยงานสนใจในการทดลองวัคซีนป้องกันเชื้อ HIV
 
Male Circumcision and HIV
     การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย พบว่าคู่สมรสส่วนใหญ่มักไม่เป็นเชื้อมะเร็งปากมดลูก บางประเทศในแอฟริกาที่มีการขลิบหนังหุ้มปลายพบว่าการติดเชื้อ HIV ค่อนข้างน้อยกว่าไม่ขลิบประมาณ (๓๐ - ๕๐%) นอกจากนี้ยังมีโอกาสเป็นโรคติดต่อทางเพศน้อยกว่าด้วย ดังนั้นการขลิบหนังหุ้มปลายจึงลดโอกาสการเป็นมะเร็ง การติดเชื้อกามโรคและเชื้อ HIV แต่มิได้หมายความว่าขลิบแล้วจะป้องกัน HIV
 
กามโรค (STIs)
     กามโรคปัจจุบันเป็นสิ่งที่เราต้องกลับมาให้ความสนใจอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากกลับมาระบาดอีกครั้งและขยายจำนวนมากขึ้น สามารถแบ่งออกเป็น ๒ กลุ่ม คือ

     กลุ่มโรคที่สามารถรักษาได้ มีจำนวนจากการศึกษาทั่วโลก อาทิ หนองใน ๖๒ ล้านคน หนองในเทียม ๙๒ ล้านคน ซิฟิริส ๑๒ ล้านคน พยาธิในช่องคลอด ๑๗ ล้านคน ในจำนวนดังกล่าวมีเชื้อบางตัวค่อนข้างดื้อยาที่มีจำหน่ายตามท้องตลาดอยู่ด้วย

      กลุ่มโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ได้แก่ เริม จะมีอาการเป็นๆ หายๆ ตามแต่ละช่วงเวลา Human Papilloma Virus เป็นต้นแบบของเชื้อโรคหลายอย่าง ตอนนี้ค่อนข้างได้รับความรู้จักเพราะมีวัคซีนสามารถป้องกันได้แต่ต้องฉีดก่อนการมีเพศสัมพันธ์ และไวรัสตับอักเสบ B ที่สามารถติดได้ทั้งโดยกระแสเลือด สารคัดหลั่ง และการมีเพศสัมพันธ์

     ผู้หญิงส่วนใหญ่ติดเชื้อกามโรคโดยไม่รู้ตัวเพราะไม่ค่อยมีอาการแสดงออกเหมือนผู้ชาย จะมีแต่ในเวลาที่มีภาวะแทรกซ้อน กามโรคมีบางโรครักษาไม่ได้ แต่ก็มีวัคซีนป้องกันหรือยาที่ช่วยให้ดีขึ้น อะไรที่เกี่ยวกับไวรัสถ้าอยากป้องกันต้องรอวัคซีน เทคโนโลยีทางการแพทย์พยายามพัฒนาในหลายด้าน แต่เมื่อผลิตได้จริงแล้วจะใช้กับชีวิตจริงได้หรือไม่เป็นเรื่องที่แทบคาดเดาไม่ได้ การแก้ปัญหาโรคติดต่อทางเพศควรใช้หลายกระบวนการและเปิดใจรับความจริงในการทำงาน คุยกันอย่างเปิดอก