Application: วันพฤหัสบดีที่ ๒๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑
 
     ในช่วงบ่ายโครงการฯ ได้แจกกรณีศึกษาที่แตกต่างกันให้แต่ละกลุ่มโดยตั้งคำถามให้สมาชิกในกลุ่มช่วยกันวิเคราะห์ ๒ ข้อหลัง คือ

     ๑. วิเคราะห์สิ่งที่ปรากฏว่ามาจากฐานคติเรื่องใดบ้างที่เกี่ยวข้องกับเพศวิถี และฐานคติเช่นนั้น ก่อให้เกิดผลอันไม่พึงประสงค์ต่อสุขภาวะทางเพศอย่างไร
     ๒. ออกแบบโครงการ/กิจกรรม ที่ไม่สร้างอคติทางเพศ สามารถจะสร้างการมีส่วนร่วมจากเยาวชน และช่วยพัฒนา นำศักยภาพของเยาวชนมาสร้างการคลี่คลายปัญหาจากกรณีศึกษา

 
กลุ่มที่ ๑
  • กรณีศึกษา “เซ็กส์ชั่วคืนในวัยโจ๋”
  • ปัญหานี้ถูกวิเคราะห์ว่ามาจากครอบครัวแตกแยก
  • เด็กๆ ยังขาดทักษะในการคิด ยังไม่มีการกล้าแสดงออก คนส่วนใหญ่มองวัยรุ่นแบบเหมารวม
  • ถูกเลือกปฏิบัติที่แตกต่างกันระหว่างเพศ จากฐานคติที่ผู้ชายยังเป็นใหญ่ ผู้หญิงจึงเสียเปรียบกว่า
  • ต้องเสริมศักยภาพเพื่อให้เด็กคิดเป็น ให้เด็กๆ ทำงานเป็นทีม ลงชุมชน หาปัจจัยเสริม ปัจจัยสนับสนุน
  • คาดหวังว่าจะได้ชุมชนเป้าหมาย ดึงการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชน ดึงจุดด้อยที่ค้นพบมาปรึกษาหารือเพื่อหาทางออก
  • สร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อลบปมด้อย เสริมปมเด่นให้แก่เด็กๆ
  • นำครูมาเป็นตัวเชื่อมกับส่วนต่างๆ
  • เด็กๆ จะเป็นคนสรุปผล ให้เด็กเห็นว่าตนเองมีศักยภาพให้เรียนรู้ ยอมรับผู้อื่น ทิ้งปมที่ครอบครัวแตกแยกทิ้งไป
 
กลุ่มที่ ๒
  • กรณีศึกษาไขรหัส ทอมดี้ ที่ตัดสินใจเลือกอัตลักษณ์ทางเพศ บทความท้าทายการจัดประเภทของเพศแบบคู่และแนวคิดปิตาธิปไตย
  • พบว่าพวกเขามีปัญหาความแปลกแยก เครียด มีการต่อต้านสังคม นิยมความรุนแรง สับสนในวิถีทางเพศ
  • ปัญหาเหล่านี้ส่งผลต่อการเข้าถึงข้อมูลและการให้บริการทางเพศ
  • จัดค่ายให้เยาวชนมรส่วนร่วมตามศักยภาพ กิจกรรมเน้นการอยู่กับธรรมชาติ และเรื่องของทีมเวิร์ค ให้รู้จักผู้อื่นและรู้จักตนเอง
  • จัดกิจกรรมเปิดใจ เพื่อให้เรียนรู้ตนเองเรียนรู้ผู้อื่น
 
กลุ่มที่ ๓
  • กรณีศึกษาเรื่องซิทคอมเมดี้ จะพบความไม่เท่าเที่ยมระหว่างเพศ ค่านิยมที่ผิดๆ ระหว่างเพศ เชื้อชาติ ชนชั้น
  • จัดโครงการผลิตความหมายใหม่ให้แก่ชุมชน ทำร่วมกับสื่อมวลชนท้องถิ่น
  • เชื่อว่าสื่อจะเปลี่ยนแปลงทัศนคติจากด้านลบสู่ด้านบวกได้
  • นำเยาวชนมาอบรมโดยเน้นการสร้างแกนนำมาเรียนรู้เรื่องเพศวิถี
  • ผู้เข้าร่วมโครงการจะรู้เท่าทันสื่อ อ่านสื่อออกใช้สื่อเป็น
  • เปิดพื้นที่การสื่อสารระหว่าง เยาวชนกับเยาวชนเพราะจะพูดสื่อสารเข้าใจได้ง่ายกว่า
 
กลุ่มที่ ๔
  • กรณีศึกษาวัยโจ๋นิยมใช้ความรุนแรง
  • สื่อเขียนข่าวได้ไม่ดีมีอคติกับ เด็กกศน.และอาชีวะ
  • ตอกย้ำประเด็นว่าชายทำอะไรกับแฟนก็ได้
  • การทำโพลมีอคติเจือปน ตั้งคำถามวิจัยในเชิงลบ
  • โครงการ อุ๊ย คลิปหลุด
  • เน้นการทำความเข้าใจเรื่องเพศศึกษาในกลุ่มวัยรุ่น
  • ให้ผลิตคลิปเวลาไม่เกินหนึ่งนาทีแล้วส่งต่อไปยังกลุ่มต่างๆ
  • คาดว่าลดความรุนแรง เด็กๆ จะลดการใช้ความรุนแรงได้ในอนาคต
 
กลุ่มที่ ๕
  • กรณีศึกษาเรื่อง รองปลัดศธชี้แก้เด็กชิงสุขก่อนห่างเหลว
  • ฐานคติของการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร และความเชื่อผิดๆ ที่อาจทำให้สุขภาพจิตของวัยรุ่นเสีย รวมถึงการเลียนแบบพฤติกรรมดาราและการที่สังคมมีผลต่อพฤติกรรมวัยรุ่น
  • ปัญหาส่วนหนึ่งเกิดมาจากที่ผู้ใหญ่คิดว่าเด็กไม่มีความคิด คิดเองไม่เป็น
  • โครงการ บ้านประสานโรงเรียน หรือ โครงการคู่ขนานครอบครัวตัวเรา เป็นโครงการทำไปพร้อมกันระหว่างเด็กและผู้ใหญ่ โรงเรียนและบ้าน หรือชุมชน
  • สื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจ ระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ให้รู้ว่าต่างฝ่ายคิดอะไรบ้าง
  • กิจกรรมอาจเป็นการระดมฐานคติของเด็กและผู้ใหญ่ เพื่อสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน บางทีความคิดและความคาดหวังอาจเป็นแนวทางเดียวกัน เกิดความเชื่อมั่นในตัวเด็ก
  • นอกจากนี้กิจกรรมอาจเป็นอะไรก็ได้ที่ทำกับเด็กและผู้ใหญ่ที่ส่งผลให้เด็กและผู้ใหญ่เข้าใจกัน
 
กลุ่มที่ ๖
  • กรณีศึกษาเรื่อง ตู้ขายถุงยางในมหาวิทยาลัย เซฟเซ็กส์แน่หรือ?
  • ฐานคติดังกล่าวเป็นเรื่องของการมองว่าการแต่งงานคือสัญลักษณ์ของการมีSex อย่างชอบธรรม ทำให้เกิดการมองว่านักศึกษาไม่ควรมีเซ็กส์ เซ็กส์ก่อนแต่งงานเป็นสิ่งไม่ดี ส่งผลให้การเข้าถึงแหล่งข้อมูลหรือความปลอดภัยได้น้อยลง นอกจากนี้ยังมีฐานคติเกี่ยวกับถุงยางที่หมายถึงเซ็กส์ ทำให้เด็กไม่กล้าซื้อตามที่สาธารณะ อีกฐานคติคือการมองผู้หญิงที่ต้องมีพรหมจรรย์ ทำให้ผู้หญิงไม่กล้าใช้
  • สร้างฐานคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องเพศ กลุ่มเป้าหมายจะเป็นนักศึกษา ผู้ปกครอง ครู ผู้บริหาร
  • มีการทำฐานข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ถุงยางอนามัย
  • มีการอบรมครูเพื่อให้เข้าใจเรื่องเพศวิถีให้มากขึ้น
  • ขยายผลจากการอบรมให้นักศึกษาและผู้ปกครอง
  • กิจกรรม เช่น สัปดาห์แห่งความปลอดภัย เพื่อนช่วยเพื่อน
 
กลุ่มที่ ๗
  • กรณีศึกษาเรื่อง “เด็กไทยมีเซ็กส์เร็วที่สุดในโลก”
  • ฐานคติที่มองว่าเด็กเป็นตัวปัญหา เป็นการมองเชิงอำนาจ ผู้ใหญ่ไปตีตราเด็ก ส่งผลทำให้เกิดการใช้อำนาจและปิดกั้นการเรียนรู้ของเด็ก
  • ปัญหาดังกล่าวเกี่ยวข้องกับเด็ก ผู้ปกครอง ครู
  • กิจกรรมที่จะทำคือการสร้างการเรียนรู้ความเข้าใจซึ่งกันและกัน
  • กิจกรรมค่ายหรือแรลลี่ให้กลุ่มคนที่เกี่ยวข้องมาเรียนรู้ด้วยกัน “สามวัยสายใยรัก” (เด็ก พ่อแม่ ครู) เรียนรู้ด้วยกันทั้งในแง่เรื่องเพศ สังคม หรือสื่อ
 
กลุ่มที่ ๘
  • กรณีศึกษาเรื่อง “ผอ. โรงเรียนโต้คลิปฉาว อมนกเขาไม่ใช่ นร.เก่า”
  • บทความดังกล่าวมีฐานคติมาจากการมองว่า ออรัลเซ็กส์เป็นสิ่งผิด และความพยายามขายข่าวของหนังสือพิมพ์ นอกจากนี้ยังมีฐานคติของการให้ความสำคัญกับผู้ใหญ่ชายของนักข่าวสะท้อนว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องของการ “นิยมชาย” และ “อำนาจนิยม”
  • กิจกรรมออกแบบเพื่อตรวจสอบฐานคิดกับเด็กว่าอยากทำอะไรต่อไป ชวนนักเรียนคิดเห็นกับข่าว เช่น วิเคราะห์ว่าการส่งต่อคลิปวิดีโอมีผลกระทบใดบ้าง หากเป็นตัวนักเรียนเองจะทำอย่างไรและรู้สึกอย่างไร ความรู้สึกที่เด็กมีต่อข่าว และความเห็นของเยาวชนที่เห็นว่าเป็นสิ่งที่ควรทำเพื่อแก้ปัญหาในข่าว
 
กลุ่มที่ ๙
  • กรณีศึกษาเรื่อง “จากปรากฏการณ์คลิป สู่พฤติกรรม ถ้ำมอง” เป็นการพูดถึงคลิปวิดีโอต่างๆ
  • ข่าวดังกล่าวแสดงให้เห็นความพยายามทำให้ข่าวคลิปกลายเป็นการค้า และการมองเรื่องเพศว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ส่งผลให้เกิดการรับผลกระทบต่อการนำเสนอข่าวดังกล่าว
  • โครงการ “เอ๊ะๆ ส่วนตั๊ว ส่วนตัว” ตั้งชมรมในโรงเรียนเพื่อคุยเรื่องเพศและสิทธิทางเพศกับเด็ก ให้ความรู้เด็กเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศ อาจเชิญวิทยากรมาพูดคุย ให้เด็กแลกเปลี่ยนในสถานการณ์ต่างๆ ต่อจากนั้นชวนเด็กมาทำหรือคิดกิจกรรมเพื่อขยายสู่นักเรียนกลุ่มอื่นๆ หรือ รุ่นน้อง ในลักษณะต่างๆ เช่นการวาดภาพ การประกวดสติกเกอร์หรือการให้ความรู้หน้าเสาธง เป็นต้น