รู้จักสถานศึกษา : โรงเรียนต้นแบบเพศศึกษา
โรงเรียนเทศบาล ๔ (บ้านเชียงราย) จ.ลำปาง
 
มุมมองผู้บริหาร
 
 
ครูเพศศึกษา
 
 
เสียงจากผู้เรียน
 
 
ฐานข้อมูล
 
โรงเรียนเทศบาล ๔ (บ้านเชียงราย) จ.ลำปาง
โรงเรียนเทศบาล ๔ (บ้านเชียงราย) ตั้งอยู่ในอำเภอเมือง จังหวัดลำปาง จัดเพศศึกษาไว้ในวิชาสุขศึกษา ในชั้น ม ๑ – ม ๓ เด็กจะได้เรียนสัปดาห์ละ ๒ คาบติดต่อกัน สลับกับวิชาพลศึกษา โดยมีครูผู้รับผิดชอบหลักในการสอน ๑ คน
โรงเรียนเทศบาล ๔ (บ้านเชียงราย) จ.ลำปาง

ไพศาล ลาภจรัสแสงโรจน์
รองผู้อำนวยการ
ฝ่ายปกครองและฝ่ายวิชาการ

     ในช่วงปีแรกที่เข้าร่วมกับโครงการฯ เราเลือกครูที่รับผิดชอบสอนสุขศึกษา แนะแนว และก็ครูที่อยู่ในกลุ่มงานปกครองไปร่วมอบรม แต่แม้จะมีครูผู้สอนจากหลากหลายกลุ่ม แต่พอกลับมาดูตารางการสอน เราก็ยังไม่สามารถจัดลงในวิชาใดวิชาหนึ่ง และด้วยความที่เรายังไม่มีแผนการสอนที่แจกจ่ายได้ทั่วถึงทุกชั้น ก็เลยตกลงให้ครูผู้รับผิดชอบวิชาสุขศึกษารับไปสอนในวิชาของตน เพราะไม่อยากให้ครูคนอื่นรู้สึกว่าการสอนวิชานี้เป็นภาระเพิ่ม จึงใช้วิธีให้สอนโดยสอดแทรก

     และเมื่อเข้าสู่ปี ๕๐ เราก็ปรับให้วิชาเพศศึกษาเป็นวิชาหนึ่งในกลุ่มสาระเพิ่มเติมของสุขศึกษา มีการให้เกรด นับเป็น ๑ หน่วยกิต โดยใช้ชื่อต่างๆ กัน คือ ใน ม. ๑ ใช้ชื่อว่า สุขภาพทางเพศ ม. ๒ ใช้ชื่อ เพศศึกษาน่ารู้ ม.๓ ใช้ชื่อว่า วัยรุ่นกับสัมพันธภาพทางเพศ

     แต่มาปี ๒๕๕๑ เนื่องจากโครงสร้างหลักสูตรเปลี่ยนไป กลุ่มสาระเพิ่มเติมในกลุ่มสุขศึกษาพลศึกษาถูกยุบ ให้เหลือเพียงวิชาสุขศึกษา ทำให้เราต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างวิชานี้ตามไปด้วย ครูผู้สอนวิชานี้เลยนำเนื้อหาของวิชานี้ไปไว้ในวิชาสุขศึกษา ทำให้ปีนี้ เราสอนสลับกันวิชาละสัปดาห์ ระหว่างสุขศึกษาและพลศึกษา โดยสอนสัปดาห์ละ ๒ คาบติดต่อกัน ส่วนในครูผ้สอนวิชาอื่นๆ ก็ยีงคงนำแผนการสอนไปใช้วิชาของตนตามความสมัครใจ

     ตอนนี้ เราก็พอใจนะกับตารางสอนเพศศึกษาที่จัดให้อยู่ในวิชาสุขศึกษาเป็นหลักเช่นนี้ เพราะโรงเรียนเรามีนักเรียนมัธยมเพียงสองห้องต่อชั้น และเรามีแค่ ม ๑ – ม ๓ กับครูที่รับผิดชอบหลักคนเดียว ก็คิดว่าเพียงพอและทำให้เด็กเรียนอยางต่อเนื่องได้ครบอย่างน้อย ๑๖ คาบตามที่โครงการฯ เองอยากเห็น
      ถ้าให้พูดถึงผลที่เห็นชัดเจนจากการสอนเพศศึกษามาสามปี ผมคิดว่าเรื่องที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนคือ ความเข้าใจของครูต่อพฤติกรรมของเด็ก คือแต่ก่อน เราไม่ใส่ใจที่จะรับฟังความเห็นเมื่อเด็กทำผิดว่ามีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง เวลาทำผิดกฎ ผิดระเบียบ เราก็ว่าไปตามสิ่งที่เราตั้งไว้ว่าต้องทำโทษอย่างไร แต่เดี๋ยวนี้ เราจะคุยกับเขา สอบถามที่มาที่ไป และก็ให้โอกาสเขาแก้ตัว คือใช้ความอ่อนโยน ใช้ไม้นวมมากับเด็กมากกว่าไม้แข็งแบบที่เคยเป็นมาครับ
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 2
ดีมากครับ เพราะเด็กไทยสมัยนี้เริ่มรับสิ่งใหม่ๆเข้ามาเช่นการสื่อสารทางระบบอินเตอร์เน็ตที่ไม่ถูกต้อง ทางสถาบันมีแนวทางอย่างไร อยากให้ช่วยแนะนำบ้างครับ ผมเองก็สอนอยู่ในระดับประถมโรงเรียนทางภาคใต้ครับ  
ครูนรากรณ์ สมสว่างวงศ์
(4 ธันวาคม 2552  เวลา 13:36:50)
ร่วมแสดงความคิดเห็น
จาก*
 
อีเมล
ความคิดเห็น*