รู้จักสถานศึกษา : แห่งหนึ่ง... ในก้าวย่าง
กศน. วารินชำราบ
 
มุมมองผู้บริหาร
 
 
ครูเพศศึกษา
 
 
เสียงจากผู้เรียน
 
 
ฐานข้อมูล
 
ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียน อำเภอวารินชำราบ จ.อุบลราชธานี
ู้“ตัวผมเองก็เปลี่ยนความคิดไปในเรื่องการให้ความสำคัญกับขนาดอวัยวะเพศ ซึ่งแต่ก่อน ผมก็เชื่อเหมือนที่หลายคนเชื่อว่า ‘ต้องใหญ่’ แต่พอมาเรียนรู้ถึงสรีระของผู้หญิง ทำให้เข้าใจว่า การพูดคุยกัน ความเข้าใจในกันและกันต่างหากที่ทำให้มีความสุขทางเพศ”
จ่าสิบตรี ชุติพนธ์ ดาราสว่าง
ครูสอนวิชาพัฒนาทักษะชีวิต ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อำเภอวารินชำราบ
     ที่ผ่านมา เราก็สอนวิชาหลักๆ เช่น สอนภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ และคณิตศาสตร์ ส่วนเพศศึกษานี่เป็นการสอนครั้งแรกในค่ายทหารนี้ ผมถือว่าเป็นภารกิจในการทำให้ทหารเราไปใช้ชีวิตอย่างถูกต้อง นักเรียนทหารของผมก็มาสะท้อนว่า ถ้าได้ความรู้แบบผม ก็ปลอดภัยขึ้น ก็ไม่รู้สึกลำบากใจอะไร เพราะอายุเราก็มาก มีประสบการณ์ชีวิตมาบ้างแล้ว สอนทหาร ก็มีแต่ผู้ชายด้วยกัน เลยไม่ยากอะไร
     ตัวผมเองก็เปลี่ยนความคิดไปในเรื่องการให้ความสำคัญกับขนาดอวัยวะเพศ ซึ่งแต่ก่อน ผมก็เชื่อเหมือนที่หลายคนเชื่อว่า ‘ต้องใหญ่’ แต่พอมาเรียนรู้ถึงสรีระของผู้หญิง ทำให้เข้าใจว่า การพูดคุยกัน ความเข้าใจในกันและกันต่างหากที่ทำให้มีความสุขทางเพศ
ครูจ่ากับนักเรียนทหาร
ในวิชาทักษะชีวิต
นิรันดร คุลธิ
ครู กศน. ประจำตำบลโนนโหนด อำเภอวารินชำราบ
     สอนวิชาพัฒนาทักษะชีวิตมาหลายเทอมแล้ว แต่เพิ่งได้สอนเรื่องเพศศึกษา เพราะไปอบรมมาเมื่อปี ๒๕๕๐ ตอนนี้รับผิดชอบสอนทั้ง ม. ต้น และม. ปลาย

     ผมมีนักเรียนที่ลงเรียน ๒ กลุ่ม กลุ่มละ ๒๐ กับ ๓๐ คน เฉลี่ยแล้วอายุประมาณ ๓๐ ปี ตอนไปอบรม ด้วยความเป็นครู เราก็ให้ความร่วมมือกับวิทยากรในห้องอบรมอย่างดี แต่พอมาสอนนักเรียน ความยากก็คือปฏิกิริยาที่ตอบสนอง หรือ การมีส่วนร่วมกับเรา พอเราใช้กระบวนการตามที่ได้รับมาคือ การสร้างความไว้ใจ ซึ่งมันยากตรงนี้ เพราะถ้าพูดถึงความคุ้นเคย เรากับนักเรียนก็คุ้นกันอยู่แล้ว แต่พอพูดเรื่องเพศศึกษา เด็กวัยรุ่นจะไม่ค่อยกล้าเปิดเผยเท่าคนที่มีประสบการณ์ เราก็เลยใช้วิธีคละคนที่อายุต่างกันมารวมในแต่ละกลุ่ม ก็ได้ผลอยู่บ้างนะสำหรับวิธีนี้ เพราะพอทำไปได้สองสามกิจกรรม เริ่มคุ้นเคยกัน เราจะกระตุ้นให้วัยรุ่นแสดงความเห็นมากขึ้น โดยให้เด็กแสดงความเห็นก่อนผู้ใหญ่ แล้วค่อยมาสรุปร่วมกัน
     การแลกเปลี่ยนแบบนี้ ทำให้เขาได้ยินประสบการณ์ตรงของคนอื่นๆ ซึ่งมันย่อมดีกว่าฟังจากเราคนเดียว ผมคิดว่าเทคนิคการสอนหนังสือในห้องเรียนแบบ กศน. คือ เราต้องทำให้เป็นเรื่องที่เขารู้สึกว่าเขาเอาไปใช้ได้จริงในชีวิตเขา ไม่ใช่เรื่องหลักวิชาการ เพราะเวลาสอนแบบนั้น นักเรียนเราก็จะเบื่อ

     มาตอนนี้ ก็ได้ผลน่าพอใจ เพราะการแลกเปลี่ยนทำให้เราเห็นชัดว่า มีหลายเรื่องที่นักเรียนเราแม้จะอายุมากแล้ว ก็ยังมีความเข้าใจผิด เช่น เรื่องคุมกำเนิดโดยใช้การนับวันหน้า ๗ หลัง ๗ เป็นต้น
หลังจากเราสอนไปหลายครั้ง ก็พบว่าเขามีความรู้ ความเข้าใจเรื่องการป้องกันตัวเองไม่ให้ติดเอดส์มากขึ้น และก็ไม่ได้มองว่าเอดส์เป็นเรื่องไกลตัวเหมือนเมื่อก่อน

     ส่วนความคาดหวังของเราต่อนักเรียน คือ อยากให้เขามีพฤติกรรมป้องกันตัวเองเวลามีเพศสัมพันธ์ และเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัว เพราะผมมองว่า ครอบครัวคือตัวสำคัญที่จะให้คำแนะนำ คำปรึกษาได้ เราก็คาดหวังกับนักเรียนที่มาเรียนกับเราโดยเฉพาะคนที่เป็นผู้ใหญ่ว่า เขาจะกลับไปถ่ายทอดเรื่องที่เขารู้จากเราให้กับครอบครัวเขาด้วย

     เนื่องจากเทอมนี้ เราสอนเพศศึกษา ก็เลยบังคับเด็กให้ทำโครงงาน เพราะที่ผ่านมา นักเรียนมักเลือกทำแต่เรื่องการออกกำลังกาย หรือประเภทของกีฬา ผมก็เลยให้หัวข้อว่าต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเพศศึกษา อาจจะทำเป็นแผ่นพับ หรือโปสเตอร์มาก็ได้ โดยถือเป็นงานกลุ่ม
ร่วมแสดงความคิดเห็น
จาก*
 
อีเมล
ความคิดเห็น*