รู้จักสถานศึกษา : แห่งหนึ่ง... ในก้าวย่าง
ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต ๕ อุบลราชธานี
 
ครูเพศศึกษา
 
 
เสียงจากผู้เรียน
 
 
ฐานข้อมูล
 
ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต ๕ อุบลราชธานี
ู้ความเปลี่ยนแปลงในศูนย์ฝึกเด็กและเยาวชนแห่งนี้ เกิดขึ้นเพราะผู้บริหารเห็นความจำเป็นในการให้ความรู้เรื่องเพศแก่เด็ก เพื่อให้เป็นหนึ่งในเครื่องมือดูแลตนเอง และหวังว่าเด็กที่ทำผิดจากการล่วงละเมิดทางเพศจะลดลง...
      ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต ๕ อุบลราชธานี เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่จัดให้มีการเรียนเพศศึกษาโดยใช้หลักสูตรก้าวย่างอย่างเข้าใจ มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ แม้จะเริ่มก้าวจากความลังเล ไม่มั่นใจว่าการสอนเพศศึกษาจะเป็นการ ‘ชี้โพรง’ หรือไม่ เพราะความเห็นของคนในสังคมส่วนใหญ่ยังเข้าใจว่า การสอนเพศศึกษา คือการสอนเรื่องเพศสัมพันธ์ แต่การกล้าลองในครั้งนี้ กลับก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึง ซึ่งนำมาสู่ความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในสถานที่ ที่ถือเป็น ‘บ้าน’ ของเด็กๆ ที่ ‘ก้าวพลาด’

      “สังเกตเห็นว่าเวลาสอนเรื่องนี้ เด็กๆ จะ หูผึ่ง สนใจเรียนมากขึ้น แล้วพอเอาประสบการณ์ของเรามาช่วยในการสอน เด็กก็เข้าใจมากขึ้น มันจึงเป็นการลดช่องว่างระหว่างวัยได้จริงๆ” สวัสดิ์ กาฬวงศ์ นักวิชาการอบรมและฝึกวิชาชีพ กล่าวถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในห้องเรียนเพศศึกษาของศูนย์ฝึกแห่งนี้
     นอกจากนั้น สวัสดิ์สังเกตเห็นว่าการสอนเพศศึกษายังสามารถช่วยลดงบประมาณในการดูแลรักษาอาการเจ็บป่วยของเด็กๆ ได้อีกด้วย เพราะเมื่อมีความรู้ที่ถูกต้องในการดูแล ป้องกันตนเองจากการมีเพศสัมพันธ์ เมื่อถึงเวลากลับไปเยี่ยมบ้าน เด็กๆ ก็จะได้รับถุงยางอนามัยพกติดตัวกลับบ้านได้ตามจำนวนที่ตนต้องการ
     ในศูนย์ฝึกแห่งนี้ จะจัดให้มีการสอนโดยแบ่งตามอายุของเด็กที่เท่าๆ กัน ตั้งแต่ ๑๕ ปี จนถึง ๑๙ ปีขึ้นไป และมีการเรียนร่วมกันระหว่างหญิงและชาย ซึ่งในความเห็นของผู้เรียนนั้น ช่วยให้การเรียนสนุกขึ้นมาก เดี่ยว หนึ่งในเยาวชนที่เข้ามาอยู่ในศูนย์ฝึกแห่งนี้บอกเล่าถึงสิ่งที่เขาชอบและนำไปใช้ได้จริงเมื่อกลับไปเยี่ยมบ้าน “ชอบเรียนเรื่องการป้องกันตัวเองเวลามีเพศสัมพันธ์ เพราะเราดูไม่ออกว่าใครมีเชื้อบ้าง แล้วก็ทำให้เห็นความสำคัญของถุงยางจริงๆ ครูสอนสนุก ใช้ภาษาตรงไปตรงมา ที่นี่ เขาจะแบ่งสอนตามอายุ แล้วยังได้เรียนรวมกับเด็กผู้หญิงวัยไล่เลี่ยกัน ก็แลกเปลี่ยนได้เต็มที่”

     การจัดห้องเรียนเพศศึกษาให้เรียนรวมกันระหว่างหญิงและชาย ยังทำให้ ชัชวาลย์ ราชขันธ์ เจ้าหน้าที่ศูนย์ฝึกเรียนรู้และยอมรับการตัดสินใจของผู้เรียนแม้จะไม่ถูกใจผู้สอนนักก็ตาม
     “การใช้วิธีแลกเปลี่ยนกับเด็ก ทำให้เราเห็นความคิดของเด็กในเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ว่ามีทั้งเด็กที่พร้อม และไม่พร้อม แม้เราจะไม่ฟันธงว่าทุกคนต้องไม่มี แต่การให้ข้อมูลเขาทุกด้านว่าถ้ามีเพศสัมพันธ์จะเกิดอะไรบ้าง มันก็เป็นการคาดหวังคำตอบว่าเขาน่าจะตอบว่าไม่พร้อม แต่คำตอบของเด็กบางคนก็ยังออกมาว่าเขาพร้อม เลยทำให้เราเข้าใจมากขึ้นว่า ถ้าเด็กมั่นใจในสิ่งที่ตนเองเลือก เพราะเขาสำรวจความพร้อมรอบด้านแล้ว และยังยืนยันที่จะมี นั่นก็เป็นสิทธิของเขา” ชัชวาลย์บอกว่าก่อนที่จะเข้าร่วมโครงการฯ เขาก็เข้าใจความหมายของเรื่องเพศเช่นเดียวกับคนส่วนใหญ่ แต่เมื่อผ่านการอบรมแล้ว เขาสบายใจที่จะพูดเรื่องเหล่านี้โดยเฉพาะกับคนในครอบครัว

     “ทัศนคติของผมเปลี่ยนแปลงไป แต่ก่อน ผมไม่อยากพูดเรื่องนี้ และเข้าใจว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเพศสัมพันธ์ แต่ตอนนี้ เต็มใจที่อยากจะพูดคุยเรื่องเพศกับเด็ก และคนอื่นๆ มากขึ้น เพราะเราเข้าใจว่าเราต้องดูแลครอบครัวยังไงบ้าง ต้องเริ่มให้ความรู้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่ แต่ก่อนเราไม่กล้าตอบกับลูกว่า จู๋คืออะไร แต่ตอนนี้ ลูก ๖ ขวบ เราก็รู้ว่าต้องตอบเขาแบบไหนถึงจะเหมาะ”

     เช่นเดียวกับ อนงค์ สืบศรี พยาบาลวิชาชีพ ๕ ประจำศูนย์ฝึก ที่พบความเปลี่ยนแปลงของตนเองเช่นกัน เมื่อได้เป็นครูสอนเพศศึกษา “ยอมรับว่าเราเป็นพยาบาล ซึ่งก็มีความรู้ในเรื่องเพศอยู่บ้างแล้ว แต่สิ่งสำคัญที่ได้จากการเข้าร่วมกับก้าวย่าง คือ ทักษะการตั้งคำถามชวนคิด และการปรับทัศนคติตนเอง เช่น ตอนเล่นกิจกรรมเลือกข้าง เราก็บอกออกไปว่า ‘รับได้’ กับการที่ผู้หญิงพกถุงยาง เพราะมันเป็นสิ่งที่ควรจะตอบตามวิชาชีพ แต่ในใจลึกๆ ตอนนั้น เรายังไม่ได้ยอมรับ เพราะเรารู้สึกว่ามันค้านกับความเชื่อส่วนตัว จนกระทั่งได้มาสอน ได้มาแลกเปลี่ยนกับเด็กๆ เห็นข้อดีของการพกถุงยางอนามัยขึ้นเรื่อยๆ จากปากของเด็ก ถึงทำให้เรารับได้จริงๆ”

     ความเปลี่ยนแปลงในศูนย์ฝึกเด็กและเยาวชนแห่งนี้ เกิดขึ้นเพราะผู้บริหารเห็นความจำเป็นในการให้ความรู้เรื่องเพศแก่เด็ก เพื่อให้เป็นหนึ่งในเครื่องมือดูแลตนเอง และหวังว่าเด็กที่ทำผิดจากการล่วงละเมิดทางเพศจะลดลง ซึ่งจากการเปลี่ยนแปลงในหลายด้านที่เกิดขึ้นทำให้ผู้บริหารเห็นแล้วว่า ตนเองตัดสินใจไม่ผิดที่ให้เจ้าหน้าที่ทุกคนเข้ารับการอบรม เมื่อเห็นบรรยากาศการทำงานร่วมกันของเจ้าหน้าที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น การติฉินนินทาลดลง และเด็กๆ เองก็ลดการทะเลาะวิวาท มีความระมัดระวังในการป้องกันตนเองเมื่อมีเพศสัมพันธ์มากขึ้น และทำให้ผู้บริหารบอกกับเธอว่า

     “เราคิดไม่ผิดที่ให้ทุกคนเข้ารับการอบรม”
สวัสดิ์ กาฬวงศ์
นักวิชาการอบรมและฝึกวิชาชีพ
      เด็กอายุ ๑๔ – ๑๕ ปี ทำผิดเยอะมากที่สุด เฉลี่ยแล้วมีเข้ามาใหม่เดือนละ ๑๐ กว่าคน เด็กในความดูแลของเรามีประมาณ ๓๐๐ กว่าคน เป็นชายเยอะกว่า มีผู้หญิงประมาณ ๑๐ กว่าคน โดยมากเป็นปัญหาลักขโมย ทำร้ายร่างกาย เด็กทำผิดเพราะความเป็นวัยรุ่น ยังไม่เข้าใจบทบาทของตัวเองอย่างชัดเจน หลายคนไม่ได้มีพื้นฐานเป็นคนไม่ดี การทะเลาะของเด็ก ก็เป็นไปตามประสาวัยรุ่น ที่มักไม่ใช้เหตุผล

     แต่พอเรานำวิชาเพศศึกษาเข้ามา เด็กๆ ก็มีความเข้าใจในเรื่องพวกนี้มากขึ้น เห็นได้จากหนึ่งปี
ที่ผ่านมา มีความระมัดระวังในการกระทำมากขึ้น การทำร้ายร่างกายก็ลดลง
อนงค์ สืบศรี
พยาบาลวิชาชีพ ๕
      ได้รับการอบรมจากโรงพยาบาลพระศรีโดยตรง หลังจากที่เปิดในภาคอีสานมาได้ ๑ ปี โดยติดต่อผ่านมาทางผู้อำนวยการ แรกๆ ผู้บริหารก็ลังเล เกรงเหมือนคนทั่วไปว่าการสอนเพศศึกษาจะเป็นการชี้โพรงหรือไม่ แต่พอผ่านไประยะหนึ่ง บรรยากาศในการทำงานเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น คนทำงานเข้าใจเรื่องพวกนี้มากขึ้น เด็กๆ เองก็มีความเปลี่ยนแปลง ให้เกียรติกันมากขึ้น แล้วผลที่เห็นชัดจากการสอนเรื่องนี้ให้เด็กรู้คือ จำนวนเด็กที่มีอาการจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ลดน้อยลงมาก ทำให้เราไม่ต้องเสียงบประมาณค่ายาเยอะเหมือนแต่ก่อนแล้ว”
ชัชวาลย์ ราชขันธ์
เจ้าหน้าที่ศูนย์ฝึก และครูสอนเพศศึกษา
      ในเรื่องขนาดอวัยวะเพศ ก็มีความเข้าใจผิดอยู่ในกลุ่มผู้ชาย แต่โชคดีที่ในห้องเรียนมีเด็กผู้หญิงเรียนด้วยซึ่งก็ได้ให้มุมมองแลกเปลี่ยนว่าผู้หญิงคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ทำให้เขาได้ยินจากปากผู้หญิงเอง
โชค น้ำกลั่น
เจ้าหน้าที่ศูนย์ฝึก และครูสอนเพศศึกษา
      ผมเองรู้เรื่องเพศศึกษามาจากวิชาสุขศึกษา และตั้งแต่เรียนในมหาวิทยาลัย พอเข้าใจเรื่องพวกนี้แล้วบ้างว่าเพศศึกษาไม่ได้มีความหมายแค่เรื่องเพศสัมพันธ์ แต่จากก้าวย่าง ทำให้เรารู้มากขึ้นในเรื่องทักษะการแก้ปัญหา และยังได้เรียนรู้จากการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเด็กๆ โดยตรงว่าเด็กๆ มีความรู้เรื่องนี้มากก็จริง แต่กลับไม่มีความรู้เรื่องกฎหมายที่เกี่ยวกับการทำผิดในเรื่องเพศเลย”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 1
คิดถึงมากคับ
ปิริยะ
(12 พฤศจิกายน 2552  เวลา 15:00:05)
ร่วมแสดงความคิดเห็น
จาก*
 
อีเมล
ความคิดเห็น*